ตั้งใจว่าจะคุยกับ Generative AI ทุกสัปดาห์ เพื่อสร้างชีวิตตามปกติของตนเองในรูปแบบใหม่ คือฝึกเรียนรู้จาก Generative AI หรือฝึกใช้สมองนอกตัว
เริ่มเช้าวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ลองถาม ChatGPT เรื่องเชิงวิชาการ ที่ผมเริ่มสร้างตัวในชีวิตนักวิชาการตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ ด้วยการวิจัยเรื่อง G6PD deficiency และเป็นผู้ characterize G6PD variant ที่พบบ่อยในประเทศไทยและตั้งชื่อว่า G6PD Mahidol ที่ผมภาคภูมิใจมาก และน่าจะเป็นผลงานที่นำสู่การได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาอณูพันธุศาสตร์และพันธุวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อให้ ChatGPT ช่วยให้ความรู้ด้านความก้าวหน้าในงานวิจัยด้าน G6PD deficiency ที่ผมจากลามานานกว่า ๔๐ ปี ผมตั้งคำถามทีละคำถาม เมื่อได้คำตอบก็ตั้งคำถามต่อเนื่องบ้าง เปลี่ยนประเด็นบ้าง แต่ทั้งหมดยังเป็นเรื่อง G6PD
เป้าหมายสำคัญเพื่อตรวจสอบว่า เขาค้นข้อมูลมาได้ครบถ้วนลงลึกเพียงใด คำตอบที่ให้น่าเชื่อถือเพียงไร
นักวิจัยด้านนี้ของไทยที่ ChatGPT รู้จักดีที่สุดคือ ศ. ดร. ประพนธ์ วิไลรัตน์ ผู้ค้นพบว่าการกลายพันธุ์ของ G6PD Mahidol ทำให้อณูของเอ็นซัยม์ G6PD เกิดการกลายพันธุ์ที่กรดอะมิโนลำดับที่ 163 เปลี่ยนจาก Asp เป็น Asn ที่เกิดจากเบสในยีนลำดับที่ 487 เปลี่ยนจาก G เป็น A
ในภาพรวม เรื่องที่มีความจำเพาะและมีความเป็นวิชาการสูงเช่นนี้ ChatGPT ตอบได้ไม่ถึงครึ่ง ข้อจำกัดชัดคือเขายังเข้าถึงข้อมูลที่จำกัด และเป็นข้อมูลถึงเดือนมกราคม ๒๕๖๕ เท่านั้น
ลองถาม bard.google.com และ Microsoft Bing chat ด้วยคำถามรื่องเดียวกัน พบจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกันกับ ChatGPT โดย ChatGPT มีบุคลิกอ่อนน้อมถ่อมตนกว่า ระบุข้อจำกัดด้านข้อมูลของตนทุกครั้ง ส่วน Bard และ Microsoft Bing chat ดูจะมีข้อมูลเป็นปัจจุบันมากกว่า แต่ทั้งสาม Generative AI ยังมีคำตอบที่ ขัดแย้งกัน ผิดพลาด หรือไม่แม่นยำ อยู่มาก Bard ประกาศตัวชัดว่า ตนเองเป็น AI experiment ที่จริงขณะนี้ Generative AI ทุกตัวกำลังอยู่ระหว่างการทดลองและพัฒนา
วิจารณ์ พานิช
๕ พ.ย. ๖๖
I wonder if we can use one AI [model] to check another AI ‘answers’ or even its own answers [for consistency of reasoning] rather than checking them ourselves.
[I have very poor [Internet, computer, access to references] facilities to do this.]