วิบากกรรม (อุปสรรคขวากหนาม) เงินดิจิทัล วอลเล็ต

17 พฤศจิกายน 2566

: ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น) [1] 

 

วินาทีนี้ เรื่องที่เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนจับตามองมากที่สุด คงเป็นนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) ของรัฐบาล ที่เน้นย้ำว่า เป็นการ “แจก” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผ่านวิกฤตไปได้ โดยยกประเด็นเรื่องวิกฤตการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติมาลงทุนที่ไทย ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่าเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยและเทคะแนนให้ [2] โดยเคาะเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จากเดิมแจกทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ เปลี่ยนเป็นแจกแบบมีเงื่อนไข มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน มีเงินฝากในบัญชีรวมกันต่ำกว่า 500,000 บาท จะพบว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ทั้งสิ้น 50 ล้านคน จากเดิม 54.8 ล้านคน โดยจำนวน 4.8 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มคนรวย มีรายได้เกินเดือนละ 70,000 บาท มีเงินฝากในบัญชีธนาคารรวมกันเกิน 500,000 บาท [3] เป็นการประกาศเงื่อนไขที่ทำให้คนที่เชื่อว่าเป็น “กลุ่มคนรวย” หมดสิทธิ์ในเงินจำนวนนี้ทันที ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า เกณฑ์เหล่านี้สามารถสะท้อนความเป็นคนรวยได้จริงหรือ และเมื่อกู้มาแจก ใช้หนี้ร่วมกัน ทำไมไม่ได้ใช้เงินด้วย ฯลฯ 

 

ตัวอย่างจากประเทศจีน [4]

แท้จริงแล้วนโยบายแจกเงินดิจิทัลนี้ไม่ใช่นโยบายใหม่ในโลกแต่อย่างใด ในประเทศจีนเริ่มทดสอบการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกดิจิทัล วอลเล็ต ในเมืองเซินเจิ้นด้วยการออกเหรียญเสมือนจริงนับล้านฟรี ประชาชนสามารถร่วมล็อตเตอรี่ที่มีการแจก “อั่งเปา” จำนวน 50,000 ซอง แต่ละซองมีมูลค่าประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในสกุลเงินหยวนดิจิทัล พลเมืองชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเซินเจิ้นสามารถสมัครผ่าน iShenzhen ซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชนและดำเนินการโดยรัฐบาลที่มอบเหรียญมูลค่า 10 ล้านหยวน (1.47 ล้านดอลลาร์) เพื่อส่งเสริมการใช้งานในร้านค้าที่กำหนดประมาณ 3,400 แห่งในเขต Luohu โดยสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2563 เท่านั้น และไม่สามารถโอนไปยังบัญชีธนาคารแบบเดิมได้ และหากประชาชนผู้รับรางวัลไม่ใช้เหรียญจะถูกดึงกลับไปสู่กระเป๋าของรัฐดังเดิม [5] ซึ่งโครงการริเริ่มเหล่านี้บางส่วนได้รับความนิยมอย่างมาก ตามรายงานของ Global Times อ้างอิงจากข้อมูลจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Meituan ระบุว่า e-CNY ที่รัฐบาลเมืองหางโจวมอบให้เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ให้แก่ประชาชนด้วยสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางจีน (CBDC ) มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งสามารถโอนให้ประชาชนได้ภายในเก้าวินาที และได้แจกจ่ายไปทั่วประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเพิ่มการใช้จ่าย มีรายงานว่าในประเทศหลายเมืองมอบ CBDC มูลค่ากว่า 180 ล้านหยวน (26.5 ล้านดอลลาร์) ในโครงการต่างๆ เช่น เงินอุดหนุน และคูปองการบริโภค และได้ขยายเป็นโครงการต่างๆ อีกมากมาย เช่น รัฐบาลท้องถิ่นของเซินเจิ้นได้มอบเงินอิเล็กทรอนิกส์มูลค่ากว่า 100 ล้านหยวน (14.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่ออุดหนุนอุตสาหกรรมอาหารของเมือง เมืองหางโจวได้ออกบัตรกำนัล e-CNY มูลค่า 80 หยวน ($12) ให้กับผู้อยู่อาศัยแต่ละคน มูลค่าประมาณ 4 ล้านหยวนหรือ 590,000 ดอลลาร์ในวันที่ 16 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา [6] ซึ่งพบว่า นอกจากจะได้รับการตอบรับจากประชาชนแล้ว หน่วยบริการขายของชำออนไลน์และจัดส่งอาหารของอาลีบาบา รวมถึงระบบส่งอาหาร ele.me ซูเปอร์มาร์เก็ต Tmall และร้านขายของชำ Hema รวมอยู่ในโครงการนำร่องหยวนดิจิทัลของจีน Caixin รายงานเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และประชาชนผู้ใช้แพลตฟอร์มเงินดิจิทัลเหล่านี้พบว่า เงินดิจิทัล เพิ่มทางเลือกในการเลือกซื้อและการชำระเงิน สิ่งนี้ทำให้สกุลเงินดิจิทัลสามารถซื้อและชำระเงินให้แก่ผู้ให้บริการทั่วโลกได้ 

การพัฒนารูปแบบเงินดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนนี้ กำลังได้รับความสนใจจากรัฐบาลทั่วโลก โดยจีนอยู่ในระดับแนวหน้าและคาดว่าจะกลายเป็นเศรษฐกิจหลักแห่งแรกที่เปิดตัว CBDC โปรแกรมสกุลเงินดิจิทัลอธิปไตยของบริษัทซึ่งมีชื่อว่า Digital Currency Electronic Payment (DCEP) จากข้อมูลของ BIS พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของธนาคารกลางของโลกได้เริ่มวางแนวคิดและวิจัยศักยภาพของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) แล้ว 40 เปอร์เซ็นต์กำลังสร้างการพิสูจน์แนวคิด (PoC) และ 10 เปอร์เซ็นต์กำลังปรับใช้โครงการนำร่องเงินหยวนดิจิทัลของจีนยังรวมถึงธนาคารเอกชนด้วย จีนกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ดินแดนไร้เงินสดมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีที่แล้ว ธุรกรรมทางมือถือมีมูลค่าสูงถึง 347 ล้านล้านหยวน (49 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งคิดเป็นสี่ในห้าของการชำระเงิน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในระบบการเงิน ประเทศนี้เป็นผู้นำในความพยายามเดี่ยวในการสำรวจ CBDC โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2014 โดยรัฐบาลจีนเชื่อว่า สกุลเงินดิจิทัลแบบรวมศูนย์นี้ จะทำให้รัฐบาลติดตามเงินสดดิจิทัลทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ ทำให้การฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี และการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้ายทำได้ยากขึ้นมาก ภายใต้หลักการ “การไม่เปิดเผยตัวตนที่ควบคุมได้” มาใช้ นั่นหมายความว่าเมื่อทำการซื้อขายกับ DCEP ทั้งสองฝ่ายสามารถไม่เปิดเผยตัวตนได้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของสาธารณะ แต่เมื่อพูดถึงการต่อต้านการทุจริต การฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี และการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้าย ธนาคารของรัฐยังคงสามารถติดตามข้อมูลการซื้อขายได้ [7] อย่างไรก็ตาม ในขณะที่จีนเชื่อมั่นว่า สิ่งนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในระบบเศรษฐกิจได้ ในประเทศไทยกลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในเรื่องเวลา ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น แต่อย่าลืมว่า หากมีการพัฒนาเงินดิจิทัลจนสามารถใช้ซื้อสินค้าหรือบริการได้โดยปราศจากข้อจำกัดด้านการแลกเปลี่ยนสกุลเงินในแต่ละประเทศแล้ว เทคโนโลยีนี้ย่อมทำให้เกิดทางเลือกในการใช้จ่ายที่ไม่ต้องจำกัดอยู่เพียงผู้ให้บริการภายในประเทศอีกต่อไป ซึ่งอาจเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการผูกขาดทางเศรษกิจได้อีกรูปแบบหนึ่ง

 

ตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่น [8]

รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้จัดทำโครงการสนับสนุนการชำระเงินแบบไร้เงินสดในญี่ปุ่น โดย ผู้บริโภคจะได้รับคะแนนสะสมเมื่อใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสดในญี่ปุ่น ดังนั้นลูกค้าจะได้รับ 2% หรือ 5% ของการซื้อที่ไม่ใช่เงินสด รวมถึงการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ณ จุดซื้อ รัฐบาลได้เริ่มให้การสนับสนุนร้านค้าในการติดตั้งระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสด โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มการชำระเงินแบบไร้เงินสดเป็นสองเท่าภายในปี 2568 รวมถึงการส่งเสริมด้วยการจ่ายเงินเดือนเป็นเงินดิจิทัล แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความท้าทายเนื่องจากกลุ่มประชากรสูงอายุปฏิเสธที่จะใช้เงินดิจิทัลทำให้การใช้แพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านมือถือและบริการเงินดิจิทัลยังค่อนข้างต่ำในญี่ปุ่น [9] ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ทำการวิจัยเพื่อพิสูจน์แนวคิดสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เป็นเวลากว่าสองปีสำหรับ และเปิดตัวโครงการนำร่องการพัฒนา CBDC ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินคาดการณ์ ว่ามูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ใน CBDC จะถูกหมุนเวียนผ่านมือของผู้คนมากถึง 4 พันล้านคนภายในปี 2573 ในฐานะที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสาม การนำเงินเยนดิจิทัลมาใช้จะมีนัยสำคัญต่อระบบการเงินทั่วโลกและความก้าวหน้าของ สินทรัพย์ ดิจิทัล เทคโนโลยีทางการเงินแล้ว และเชื่อว่า สิ่งนี้ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ในขณะที่การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายได้เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การยอมรับของผู้บริโภคกลับค่อนข้างจำกัด ท่ามกลางข้อโต้แย้งเรื่อง “ขอบเขตของเงิน และการควบคุม” ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า “การยอมรับในวงกว้าง” ต้องการ “การสนับสนุนจากสถาบันอธิปไตย สถาบันการเงินที่ได้รับการควบคุม และบริษัทขนาดใหญ่” การพัฒนาและการนำเทคโนโลยีนี้อย่างมีศักยภาพ จึงเป็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไปอยู่ในมือผู้ใช้หลายพันล้านคนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของโครงสร้างการชำระเงินทั่วโลกดังกล่าว และจะต้องแก้ไขระบบกฎหมายให้การพาณิชย์และการเงินทั่วโลกดำเนินต่อไป [10]

 

สองฝ่ายต้องเปิดใจยอมรับมัน

ทางตันหรือทางออกคืออะไร หลายคนวกมาคำถามนี้ เพราะยิ่งสาวยิ่งพูดยิ่งมากความ มันเป็นเรื่องของเศรษฐกิจมหภาค เป็นเรื่อง macro (มหภาค) จึงใช้วิธีคิดแบบ micro (จุลภาค) มาคิดไม่ได้ เถียงกันไม่จบ เส้นทางวิบาก ข้อเสียของเงินดิจิทัลวอลเล็ต ถูกด้อยค่าโจมตีอย่างไม่ขาดสาย จนถึงวันนี้ มาดูข่าวไล่เรียงสาระจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ไม่เห็นพ้องกับฝ่ายรัฐบาล ทางฝ่ายการเมืองด้วยกัน รวมทั้งฝ่ายสีเสื้อทั้งหลายต่างออกมาทั้งเชียร์ทั้งด้อยค่า ดิสเครดิตรัฐบาล [11] ว่าไม่ตรงปกกับที่ได้หาเสียงไว้แต่แรก [12] สุดท้ายก็ต้องมากู้เงิน และไม่เห็นด้วยการการกู้เงินจำนวนมากมาแจก อีกฝ่ายหนักหน่อยจะใช้ความไม่ชอบด้วยกฎหมายมาล้มโครงการ [13] นานาจิตตัง นี่ยังไม่ว่าถึงไอโอ และเฟกนิวส์ที่มีแทรกแซงตลอด ที่เป็นเส้นทางวิบากของนโยบายแจกเงินหมื่น โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลต้องหาทางลงให้ได้ แม้ว่าตามข่าวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมามีเค้าว่าพอจะได้ข้อยุติบ้างก็ตาม [14] แต่ก็มิวายมีประเด็นให้สาวจากอีกฝ่าย เป็นมหากาพย์ได้อีกไม่จบ นับแต่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด ในการใช้งาน เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ความไม่พร้อมของระบบร้านค้าบางร้าน ร้านค้าไม่สามารถนำเงินออกมาหมุนเวียนได้ภายใน 6 เดือน [15] ปัญหามุมมองเงินดิจิทัลวอลเล็ตทั้งสองด้านแล้วแต่จะคิดและมอง ฝ่ายมองแย่มองร้ายก็มี ฝ่ายที่มองดี โปรรัฐบาลก็มี หากมองด้วยใจเป็นกลาง การวิพากษ์วิจารณ์กันและกันได้น่าจะเป็นสีสันของระบอบประชาธิปไตยในระบบเศรษฐกิจแบบเสรี เป็น “จุดแข็งของระบอบประชาธิปไตยคือเป็นระบอบการปกครองที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้ามานำเสนอ” [16] การมีอคติ ด้อยค่ากันมากเกิน ในขณะที่อีกฝ่ายก็มิได้หวังผลเลิศ น่าจะมีจุดสมดุล และยอมรับในความเห็นต่างกันได้ 

ปัญหาใหญ่ อยู่ที่ความเหมาะสมกับสถานการณ์ จุดคุ้มทุน จุดดีที่สุด ทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อไปสู่เป้าหมาย คือ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ บ้านเมืองเจริญ [17] เพราะคงไม่มีรัฐบาลหรือผู้บริหารคนใดคิดพัฒนาในเชิงลบ ทำให้บ้านเมืองแย่ลง ซึ่งต่างฝ่ายต่างขัดแย้งในวิธีคิด วิธีดำเนินการ means to ends ทำให้ไม่ได้ข้อสรุป เพราะต่างไม่เห็นพ้อง มีแนวโต้แย้งต่อต้าน นอกจากนี้ยังมีประเด็นข้อกฎหมายมาเกี่ยวข้องด้วย ว่าเป็นการกระทำที่ชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันจะมีผลต่อสถานะของพรรคการเมืองในเรื่องความนิยม และ การถูกตัดสิทธิ์ ทางการเมือง ทั้งตัวบุคคลและพรรคการเมือง 

 

แน่นอนว่า เงินดิจิทัลวอลลเล็ตนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศชั้นนำของโลกหลายประเทศยอมรับและทำการศึกษาเพื่อเปลี่ยนระบบการพาณิชย์และการเงินของโลก แต่เป็นที่น่าแปลกใจที่มีกระแสมากมายจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญการเงินและนักวิชาการหลายคน ออกมาปฏิเสธและต่อต้านการนำร่องเพื่อให้ดำเนินโครงการนี้ แน่นอนว่า เมื่อทางเลือกประชาชนมากขึ้น การใช้จ่ายย่อมไม่จำกัดอยู่ในประเทศอีกต่อไป เปลี่ยนเป็นการพาณิชย์แบบไร้พรมแดน (Global Marketing) [18] หลายคนห่วงเรื่องของประชากรสูงอายุ เพราะปัจจุบันประเทศไทยเป็น “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Completely Aged Society) แล้ว โดยมีประชากรสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 20% ต่อไปไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) [19]โดยมีประชากรสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 30% ของจำนวนประชากรประเทศ ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขประมาณการว่าจะเกิดขึ้นในปี 2578 คืออีก 12 ปีข้างหน้า ความไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี โดยกลุ่มประชากรผู้ด้อยโอกาส หรือกลุ่มเปราะบาง ก็อาจเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า ในประเทศญี่ปุ่นก็ประสบปัญหาไม่ต่างกันทั้งที่เป็นประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยีของโลก ดังนั้น สิ่งนี้อาจเป็นประเด็นที่รัฐต้องครุ่นคิดเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านั้น คงมิใช่ปัจจัยในการหยุดการพัฒนาประเทศ เพราะผู้สูงอายุหลายคนก็ยังสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว จึงขึ้นอยู่กับนโยบายที่ครอบคลุมและการให้ความรู้ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนและขับเคลื่อนเป็นพลวัต (disrupt) เมื่อถึงเวลาเปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยน ประเทศไทยต้องพัฒนาต่อไป โดยไม่ถอยหลัง หรือย่ำอยู่กับที่ในสิ่งเหล่านี้ เทคโนโลยีวิทยาการทันโลก ย่อมเปิดโลกให้กว้างขึ้นอาจช่วยเราได้ เพียงแต่เราต้องเปิดใจยอมรับมัน

 


 

[1]Watcharapron Maneenuch & Phachern Thammasarangkoon, ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น), บทความพิเศษ, สยามรัฐออนไลน์, 24 พฤศจิกายน 2566, https://siamrath.co.th/n/495273 

[2]นายกฯ เชื่อ 320 เสียงพรรคร่วมหนุน พ.ร.บ.เงินกู้ แจกดิจิทัลวอลเล็ต, Thai PBS, 13 พฤศจิกายน 2566, https://www.thaipbs.or.th/news/content/333795 

[3]แจก 1 หมื่นเข้าเป๋าตัง รายได้ไม่เกิน 7 หมื่น เงินฝาก 5 แสน ดีเดย์ พ.ค.66., ไทยรัฐออนไลน์, 11 พฤศจิกายน 2566, https://www.thairath.co.th/news/politic/2739749 

[4]ดู จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ประสบการณ์นโยบายแจกเงินดิจิทัล, โดย วรธรรม แซ่โง้วและ กษิดิศ สุรดิลก, สถาบันอนาคตไทยศึกษา, กรุงเทพธุรกิจ, 9 พฤศจิกายน 2566, 17:50 น., https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1098037 & จีน เริ่มแจก “เงินหยวนดิจิทัล” กระตุ้นเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 คลี่คลาย โดย PPTV Online, 1 มิถุนายน 2565,14:24 น., https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99/173367 & เริ่มแล้ว รัฐบาลเซินเจิ้นแจก สุ่มแจกหยวนดิจิทัลให้กับผู้โชคดีที่ลงทะเบียนไว้ 50,000 กระเป๋า, Bitkub Exchange, 3 พฤศจิกายน 2563, https://www.finnomena.com/bitkub/shenzhen-digital-yuan/

[5]Chinese city gives away millions in digital yuan in promotional push, by Charlie Osborne, Contributing Writer, ZDNET, Oct. 12, 2020, https://www.zdnet.com/article/chinese-city-launches-cryptocurrency-lottery-gives-away-digital-coins-to-promote-adoption/ 

[6]China doles out millions in digital yuan in bid to boost adoption: Report, Jesse Coghlan, cointelegraph, FEB 06, 2023, https://cointelegraph.com/news/china-doles-out-millions-in-digital-yuan-in-bid-to-boost-adoption-report 

[7]China’s Digital Yuan: Development Status and Possible Impact for Businesses, by Zoey Zhang, China Briefing, May 12, 2021, https://www.china-briefing.com/news/chinas-digital-yuan-status-roll-out-impact-businesses/ 

[8]ชำแหละนโยบายแจกเงินของญี่ปุ่น ใช้กับไทยได้ผลหรือไม่, Thai PBS, 22 ตุลาคม 2566, 19:33 น., https://www.thaipbs.or.th/news/content/333083 & โครงการ Japan’s Shopping Coupon Programme ในปี 2542 (ค.ศ.1999) ประเทศญี่ปุ่นออกนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการแจกคูปองซื้อของ (Shopping Coupon) ประมาณ 20,000 เยน ให้กับประชาชน 31 ล้านคน : อ้างจาก จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ประสบการณ์นโยบายแจกเงินดิจิทัล, โดย วรธรรม แซ่โง้วและ กษิดิศ สุรดิลก, สถาบันอนาคตไทยศึกษา, กรุงเทพธุรกิจ, 9 พฤศจิกายน 2566, อ้างแล้ว 

[9]CASHLESS PAYMENTS IN JAPAN ENCOURAGED BY GOVERNMENT, Festipay, 2020, https://festipay.com/cashless-payments-japan-encouraged/ 

[10]Japan Central Bank Digital Currency (CBDC) – Bank of Japan Completes Proof of Concept and Begins Pilot for Japanese CBDC, Kurtis G. Anderson, Stephen M. Anstey and Michael J. Breslin, 2023, https://ktslaw.com/en/insights/alert/2023/6/japan%20central%20bank%20digital%20currency%20cbdc%20bank%20of%20japan%20completes%20proof%20of%20concept

[11]มหากาพย์ปมเงินดิจิทัลวอลเล็ตเริ่มแล้ว อดิศรร่ายกลอนถึงศิริกัญญา ถามถ้าทำสำเร็จจะรับผิดชอบอย่างไร ด้านภูมิธรรมสวนฝ่ายค้านดิสเครดิตรัฐบาล โดย THE STANDARD TEAM, 12 พฤศจิกายน 2566, https://thestandard.co/the-epic-story-of-digital-wallets-begins/

[12]ไม่ตรงปก แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท-รุมสับไปไม่รอดกู้เงินอนาคต, การเมือง, Thai PBS, 10 พฤศจิกายน 2566, 18:36 น., https://www.thaipbs.or.th/news/content/333742 & แจกดิจิทัลวอลเลต ‘ไม่ตรงปก’ ตามนโยบายหาเสียงกับบทลงโทษพรรคการเมือง, โดยisranews, 14 พฤศจิกายน 2566, 19:10 น., https://www.isranews.org/article/isranews/123784-isranews-354.html 

[13]เปิดคำสั่ง”ผู้ว่าฯสตง.” ตั้ง”คณะทำงานฯ”ศึกษา”ความเสี่ยง-ผลกระทบ”แจก”เงินหมื่นดิจิทัล”, สำนักข่าวอิศรา, 13 พฤศจิกายน 2566, https://www.isranews.org/article/isranews-news/123726-SAO-Study-working-group-Digital-Wallet-news.html 

[14]เช็กเสียงวิจารณ์หลังรัฐบาลเปิดรายละเอียดนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท โดย THE STANDARD TEAM, 11 พฤศจิกายน 2566, https://thestandard.co/criticism-of-digital-money-10k-thb-policy/

[15]เงินดิจิทัลวอลเล็ต คืออะไร มีข้อดี และข้อเสียอะไรบ้าง, ไทยรัฐออนไลน์, 11 ตุลาคม 2566, https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2732094 

[16]ปัญหาดิจิทัลวอลเล็ต สะท้อนความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจ, โดย บูรพา เล็กล้วนงาม, Thairath Plus, 18 ตุลาคม 2566, https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2732094 

[17]ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ระบุ นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาถึงแนวทางในรายละเอียดที่เหมาะสม ซึ่งเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลได้นำข้อเสนอแนะต่างๆ ของนักวิชาการ ภาคธุรกิจ ประชาชน รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ มาพิจารณาว่าจะมีวิธีอย่างไรที่จะใช้เม็ดเงิน 5.6 แสนล้านบาท ให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด 

ดู TDRI หนุนใช้ 'งบประมาณ' แจกเงินหมื่น, 6 พฤศจิกายน 2566, 14:20 น., https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1096781 & หมอมิงค์ ชี้แจงทุกข้อห่วงกังวลโครงการ Digital Wallet 10,000 บาท โดย PPTV Online, 14 พฤศจิกายน 2566 ,12:26น., https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/210285

[18]การตลาดทั่วโลกหรือไร้พรมแดน (Global Marketing)การตลาดลักษณะนี้ถือว่า ทั่วโลกคือตลาดเดียว ดังนั้น ต้องผลิตสินค้าให้เพียงพอกับตลาดภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก การตัดสินใจทำการตลาด ต้องมีที่ปรึกษาและ นักการตลาด ที่มีประจำอยู่ในประเทศเหล่านั้นทั่วโลก เพื่อป้องกันผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป้าหมายคือ ต้องการขายสินค้าที่เหมือนกัน เป็นไปในทิศทางแนวเดียวทั่วโลก หลายบริษัทได้พัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ ( e-Commerce ) ขึ้นมา เพื่อให้ขายสินค้าได้ทั่วโลก ตลอด 24 ชั่วโมง กล่าวสรุปได้ว่า การตลาดไร้พรมแดน (Global Marketing) คือ การทำตลาดให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก หรือการทำประโยชน์ทางการค้าแบบไร้พรมแดน โดยมีการดำเนินงานที่แตกต่างกัน, คล้ายคลึงกัน และมีโอกาสที่จะทำคนทั่วโลกเข้าสั่งซื้อสินค้าได้ตามวัตถุประสงค์

ดู วิวัฒนาการการตลาดแบบไร้พรมแดน (Global Marketing) มีอะไรบ้าง, JobsDB, 7 กรกฎาคม 2566, https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/วิวัฒนาการการตลาด

[19]พร้อมแล้วหรือยัง? ไทยเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์" ในอีก 5 ปี, Thai PBS, 29 กันยายน 2559, 12:34 น., https://www.thaipbs.or.th/news/content/256198