ต่อไปนี้เป็นจินตนาการเพื่อร่วมสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามนี้
เป็นการจัดงานวิชาการ (conference) ที่เน้นสาระและการเรียนรู้ ไม่เน้นโชว์ ไม่เน้นพิธีกรรม ไม่เน้นการมอบนโยบายแนวดิ่ง ไม่เน้นการแสดงอำนาจ
มีการเตรียมประเด็นหลัก ประเด็นรอง และโครงสร้างของสาระ โครงสร้างของการประชุม และบุคคลที่จะทำหน้าที่แต่ละส่วน ไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี อย่างน้อยเสร็จล่วงหน้า ๓ เดือน
เป้าหมายของงานมหกรรมการศึกษา
- เพื่อสร้างความมั่นใจแก่สังคมไทยว่า การศึกษาไทยพัฒนาให้มีคุณภาพสูงได้ หากมีการริเริ่มสร้างสรรรค์ร่วมกันทั้งแบบ bottom-up และ top-down มาบรรจบกัน เกิด synergy กัน
- เพื่อนำตัวอย่างการสร้างสรรค์ที่เห็นผลต่อนักเรียน หรือผู้เรียน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาทางยกระดับขึ้นไปอีก
กิจกรรมในงานมหกรรมการศึกษา
การนำเสนอด้วยโปสเตอร์
เป็นการนำเสนอผลงานตัวอย่างที่ได้รับการคัดเลือก และมีการเตรียมจัดทำโปสเตอร์ และเตรียมการนำเสนอมาล่วงหน้าอย่างดี ผ่านการรับรองโดยทีมโค้ช โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนว่านักเรียน/ผู้เรียน และครู เกิดการเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น และมีคำอธิบายว่าทำไมจึงเกิดผลเช่นนั้น
มีช่วงเวลานำเสนอ มีการระบุตัวแขกพิเศษผู้ได้รับเชิญมาเป็นผู้รับฟังและซักถามโปสเตอร์นั้นๆ พร้อมกันกับผู้สนใจอื่นๆ
มีการบันทึกวิดีทัศน์ช่วงเวลานำเสนอและซักถาม สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงงานต่อเนื่อง
ห้องประชุมใหญ่ (Plenary Session)
เป็นการตีความหลักการสำคัญ หรือพัฒนาการสำคัญ ของการศึกษาไทย เชื่อมโยงกับผลงานของครูและโรงเรียนที่นำมาเสนอในห้องย่อย และในการนำเสนอด้วยโปสเตอร์
เป้าหมายเพื่อ empower ผู้ดำเนินการริเริ่มสร้างสรรค์ภาคปฏิบัติ คู่กันกับการตอกย้ำนโยบายของส่วนกลาง เพื่อเชื่อมโยงการริเริ่มสร้างสรรค์ในระดับปฏิบัติ เข้ากับนโยบายของส่วนกลาง
เพื่อเชื่อมโยงทฤษฎี กับการปฏิบัติ
ห้องประชุมย่อย (จัด ๓ - ๕ ห้อง พร้อมกัน เวลา ๑ : ๓๐ ช.ม.)
เป็นการนำเสนอผลงานพัฒนาสมรรถนะของนักเรียนที่เห็นผลชัดเจน ในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง โดยที่เป็นผลงานในต่างบริบท แต่เป็นเรื่องเดียวกัน ๓ - ๔ โรงเรียน
นำเสนอโดยครูเจ้าของเรื่อง อาจมีผู้อำนวยการโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน มาให้ข้อมูลสนับสนุน
ได้รับการคัดเลือก และมีการเตรียมนำเสนอล่วงหน้ามาอย่างดี อาจมีคลิปวิดีทัศน์สั้นๆ ของเหตุการณ์ในห้องเรียน หรือกิจกรรมของนักเรียน มาเสนอด้วยก็ได้
มีผู้ดำเนินรายการที่เตรียมตัวล่วงหน้าอย่างดี เตรียมตั้งคำถามนำ (ช้อน) และสรุปประเด็นสั้นๆ เป็นครั้งคราว
มีเวลาให้ผู้ฟังซักถาม ๓๐ นาที
มีการบันทึกวิดีทัศน์ สำหรับให้ทีมที่นำเสนอนำกลับไปร่วมกันสะท้อนคิดเพื่อหาทางพัฒนางานและเรียนรู้ต่อเนื่อง
ทีม “คุณลิขิต” (Rapporteur)
มีการเตรียมตัวบุคคลจำนวนที่เพียงพอ สำหรับทำหน้าที่ “คุณลิขิต” ในทุกกิจกรรม และนำมาสังเคราะห์ร่วมกันในแต่ละวัน รวมทั้งสังเคราะห์เพื่อให้ “หัวหน้าทีมคุณลิขิต” (Chief Rapporteur) นำเสนอในช่วงเวลาสรุปข้อเรียนรู้
มีการเตรียมฝึก “คุณลิขิต” ล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ เดือน ผ่านกิจกรรมจริงจนมั่นใจว่าจับประเด็นสำคัญได้แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน
มี “คุณลิขิต” ๒ คน ทำงานเป็นทีม ในแต่ละ session “คุณลิขิต” ได้รับข้อมูลของ session ล่วงหน้าหลายวัน (อย่างน้อย ๑ สัปดาห์) เพื่อเตรียมทำความเข้าในสาระ
การทำหน้าที่ “คุณลิขิต” เป็นงานอาสา (เพื่อเรียนรู้) ไม่มีค่าตอบแทน
รายการสรุปข้อเรียนรู้จากการประชุม (Summary & Conclusion)
เน้นสรุปข้อเรียนรู้ และโจทย์ข้อท้าทายสำหรับนำไปปรับใช้ในหลากหลายบริบท
ใช้การพัฒนาสมรรถนะนักเรียนเป็นแกนในการสรุป ว่าในแต่ละสมรรถนะได้มีข้อเรียนรู้การยกระดับขึ้นแค่ไหน โดยวิธีการใดบ้าง ครูทำ/ไม่ทำอะไร ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้บริหารในหน้าที่อื่นๆ ทำ/ไม่ทำอะไรบ้าง พ่อแม่ผู้ปกครองทำ/ไม่ทำอะไร
การพัฒนาสมรรถนะใดมีความท้าทายต่อครูมากที่สุด ครูมีวิธีดำเนินการรับมือความท้าทายนั้นอย่างไรบ้าง เกิดผลอย่างไร ส่วนใดที่ได้ผลดี ส่วนใดที่ยังต้องหาทางดำเนินการต่อ
นักเรียนกลุ่มใดที่ครูต้องใช้พลังเอาใจใส่มากที่สุด โดยทำอย่างไรบ้าง เกิดผลสำเร็จอย่างไร มีข้อมูลหลักฐานของความสำเร็จอย่างไรบ้าง มีส่วนใดที่ยังทำไม่ได้ผลดีนัก ต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
ครูเกิดการเรียนรู้ที่สำคัญอะไรบ้าง กิจกรรมหรือเหตุการณ์อะไรที่ช่วยให้ครูเกิดการเรียนรู้นั้น ข้อเรียนรู้นั้นมีคุณค่าอย่างไรต่อชีวิตครู ต่อวิชาชีพครู
ผลงานที่สะท้อนการยกระดับคุณค่าของวิชาชีพครู ยกระดับศักดิ์ศรีของความเป็นครู มีลักษณะร่วมอย่างไร จะช่วยกันขยายผลให้เกิดขึ้นทั่วแผ่นดินไทยได้อย่างไร
คุณค่า และข้อเรียนรู้อื่นๆ ที่สะท้อนคิดได้จากกิจกรรมและข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนกันในที่ประชุม
ข้อเสนอแนะต่อวงการศึกษาไทย
เป็นข้อเสนอร่วมกันของทีม “คุณลิขิต” เป็นข้อความสั้นๆ เพียงประมาณ ๕ - ๑๐ บรรทัด
วิจารณ์ พานิช
๔ ต.ค. ๖๖
Are there attempts to glean useful info from ‘education’ forums on the Net ? This may give some ‘ground views’ (without the formality and schedule of a conference) to formulate the theme and direction of ‘funded’ conferences.