วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ผมบินไปร่วมการประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงาน ของคณะกรรมการอำนวยการประจำส่วนงาน ในวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566 เวลา 09.30 -12.30 น. ณ ห้องประชุม 210 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และระบบประชุมทางไกลผ่าน Zoom Cloud Application
โดยที่ประชุม ซึ่งประกอบด้วยคณบดีและ คณะกรรมการอำนวยการประจำส่วนงาน (คอก.) ร่วมกันถอดบทเรียนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ คอก. และเรียนรู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของ คอก.ที่มีต่อ กระบวนการติดตามและประเมินผลของคณบดีทุกคณะด้วยรูปแบบการประเมินผล เพื่อเรียนรู้และพัฒนา (Development Evaluation : DE) และ Pre-DE
เป็นการเตรียมใช้ กลไกของ คอก. และ DE เพื่อหนุนการเรียนรู้และพัฒนาทุกส่วนงาน โดยทั้งอธิการบดีและผมพูดตรงกันว่า เป้าหมายที่แท้จริงคือการหนุนให้ส่วนงานหรือคณะสามารถพัฒนาในลักษณะ transform ไปสู่ platform การทำงานใหม่ รองรับสภาพของ disruptive change ต่ออุดมศึกษาในยุคปัจจุบัน ที่หากไม่เปลี่ยนเอง ก็จะถูกสถานการณ์เปลี่ยน และจะเป็นความท้าทายในระดับตายหรือเป็นสำหรับแต่ละมหาวิทยาลัย
เป็นที่ตกลงกันว่า โมเดล DE ของ มอ. จะมีขั้นตอน Pre-DE ที่คณบดีใหม่เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการในช่วง ๓ เดือนแรกของการดำรงตำแหน่ง โดยร่วมกับ คอก. และ stakeholders ทั้งหลาย กำหนดเป้าหมายใหญ่ (เป้าหมายปลายทาง) ของการดำเนินการในช่วงการดำรงตำแหน่ง ๔ ปี และกำหนดเป้าหมายย่อย (เป้าหมายรายทาง) ของปีแรก ที่ดำเนินการแบบ DE คือ stakeholders ร่วมกันกำหนดทั้งเป้า ยุทธศาสตร์การบรรลุเป้า บทบาทช่วยหนุนของ stakeholders วิธีเก็บข้อมูลหลักฐานการบรรลุเป้า และความช่วยเหลือของ stakeholders ต่อการเก็บข้อมูล เป้าและแผน Pre-DE ผ่านความเห็นชอบของ คอก. และเสนอต่ออธิการบดีและคณะกรรมการอำนวยการติดตามและประเมินผล
ผมมีความเห็นว่า ต้องเป็นเป้าที่คุณค่าสูงและท้าทาย กล้า take risk และร่วมกันฟันฝ่า ร่วมกันหนุนฝ่ายบริหารและปฏิบัติการในคณะ
แล้วมีกระบวนการ DE เมื่อดำรงตำแหน่งครบ ๑ ปี ๘ เดือน กับเมื่อครบ ๓ ปี โดยทำความเข้าใจกันว่า จะใช้ข้อมูลทุติยภูมิ จะพยายามไม่เพิ่มงานที่คณะ
จากการเสวนากัน ผมจับประเด็นสำคัญที่ มอ. ต้องทำความเข้าใจในประชาคม ๓ ประเด็นคือ
- DE และ คอก. เป็นกลไก empower คณะ และ มอ. ทั้งมหาวิทยาลัย ให้รอดพ้นจากการถูกปิดในระยะยาว เพราะไม่คุ้มค่าที่จะดำรงอยู่ในยุคที่สังคมต้องการมหาวิทยาลัยในรูปแบบอื่น
- DE และ คอก. เป็นตัวช่วย ให้คณะดำเนินการแบบ take risk ได้ เพื่อเปลี่ยน operating platform สู่โหมดใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และจะช่วยให้คณะ healthy and strong ในระยะยาว
- DE ไม่ใช่การประเมินว่าดำเนินการบรรลุเป้าตามที่กำหนดหรือไม่ แต่เป็นกระบวนการเพื่อเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายที่ทรงคุณค่าร่วมกัน กล่าวง่ายๆ ว่า DE เป็นกระบวนการร่วมกันคลำหาเป้าหมายที่ดีกว่าที่คิดไว้เดิม เป็นกระบวนการที่ทำต่อเนื่องเป็นวงจรเรียนรู้ยกระดับ หรือเป็นเกลียวสว่าน มองจากมุมของการเรียนรู้ เป็นการสร้าง experiential learning platformด้านการบริหารงานมหาวิทยาลัย สำหรับเป็นกลไกเปลี่ยนขาด (transform) มหาวิทยาลัย
จากถ้อยคำของคณบดีหลายท่าน คณบดีที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังภายในคณะจะบาดเจ็บ เพราะมีคนไม่พอใจ จึงมีการพูดกันในที่ประชุมว่า กลไก DE และ คอก. จะเข้าไปรับแรงกระแทกนั้นแทน
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ต.ค. ๖๖
The last paragraph depicts ‘friction/reaction arising from new system/tech…’, that is quite common in any organization. But if not resolved early (one way or another) can end in very poor return for investment and disunity.