๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ 

ตื่น ๕.๐๐ น. ตามนาฬิกาปลุก    รู้สึกเมื่อยตัว คล้ายเป็นหวัด    จึงไม่ได้ออกไปเดินออกกำลัง     เวลา ๗ น. ลงไปกินอาหารเช้า  ทางฝั่งของผู้ตามเสด็จโดยเฉพาะ   มีอาหารหลากหลาย    ผมกินต้มเลือดหมู    หมูปิ้งกับข้าวเหนียว    ข้าวเหนียวกลอย   นั่งฟังผู้ใหญ่ในวังเล่าเรื่องต่างๆ ได้ความรู้ดี    เวลา ๘ น. กลับขึ้นห้อง   ได้เห็นกรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เดินออกกำลังบนโรงแรมกับพระสหาย 

เวลา ๙.๐๐ น. เสด็จมาพระราชทานของที่ระลึก  และถ่ายรูป   แล้วรถออกเดินทางไปยัง    

พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา สํานักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตําบลสุเทพ อําเภอเมืองเชียงใหม่

เอกสารการเดินทางอธิบายไว้ดังนี้   

พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา  ภายใต้การจัดการดูแลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  โดยสํานักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   มีเป้าประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ในการศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมเรือนโบราณล้านนาที่มาจากแถบลุ่มน้ำปิง  วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมล้านนา    เรือนแต่ละหลังต่างมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน  เป็นเรือนโบราณที่ควรแก่การอนุรักษ์   และเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า

พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา ได้รวบรวมและอนุรักษ์เรือนในลุ่มน้ำปิงหลากหลายรูปแบบ  และต่างยุคสมัย   ทําให้เห็นพัฒนาการของเรือนที่สัมพันธ์ไปตามประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม ในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา    โดยเรือนเหล่านี้ได้รับบริจาคจากทายาทเจ้าของเรือนให้กับมหาวิทยาลัย  ซึ่งปัจจุบันมีการรวบรวมเรือนโบราณล้านนา จํานวน ๑๐ หลัง ดังนี้ 

๑. เรือนเครื่องผูก – เป็นเรือนที่สร้างขึ้นด้วยการตัดไม้ไผ่มาประกอบกันขึ้นเป็นโครงสร้างของเรือน  แล้วใช้ตอกยึดให้ติดกัน 

๒. เรือนชาวเวียงเชียงใหม่ (พญาปงลังกา) - เจ้าของเรือนเดิมคือ พญาปงลังกาและนางคํามูล   เรือนไม้หลังนี้สร้างราวปี พ.ศ. ๒๔๓๙   ตั้งอยู่ที่ซอย ๕ ถนนมูลเมือง ตําบลศรีภูมิ อําเภอเมือง เชียงใหม่    เป็นรูปแบบเรือนที่พบได้ทั่วไปบริเวณเมืองชั้นในของคูเมืองเชียงใหม่   แบบเรือนคล้ายเรือนกาแลดั้งเดิม 

๓. เรือนกาแล (พญาวงศ์) - “พญาวงศ์” ผู้เป็นเจ้าของเรือน เป็นนายแคว้น (กํานัน) อยู่ที่บ้านสบทา แขวงปากบ่อง อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน    เป็นเรือนไม้สักขนาดใหญ่ที่ใช้การเข้าลิ่มตอกสลักอย่างดี  แทบไม่ปรากฏรอยตะปู   ปลูกสร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๔๔๐ โดย “พญาอุด” ซึ่งเป็นบุตรเขยของพญาวงศ์ และเป็นนายแคว้นบ้านริมปางในอําเภอป่าซาง 

๔. เรือนกาแล (อุ้ยผัด) – เจ้าของผู้อาศัยเดิมคือ อุ้ยผัด โพธิทา    เป็นคนอําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่    สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๖   เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ “กาแล” ตรงส่วนยอดของป้านลมที่ไขว้กัน เป็นทางตรงหรือโค้ง มีการแกะสลักอย่างงดงาม 

๕. เรือนไทลื้อ (หม่อนตุด) – เดิมเป็นของ นางตุด ใบสุขันธ์ หรือหมอน (ทวด) ตุด ชาวไทลื้อ บ้านเมืองลวง ตําบลลวงเหนือ อําเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ โดยพ่อน้อยหลวง สามีหม่อนตุด 

๖. เรือนทรงอาณานิคม (คิวรีเปอล์) – เจ้าของบ้านเดิมคือ นายอาเธอร์ ไลออนแนล คิวรีเปอล์ เป็นผู้จัดการสถานีเชียงใหม่ของบริษัทค้าไม้ บอมเบย์-เบอร์ม่า จํากัด    สร้างเสร็จราวปี พ.ศ. ๒๔๖๙   โดยอยู่บนพื้นที่นี้ มาตั้งแต่แรกเริ่ม   เสด็จชมนิทรรศการการแต่งกายของชาวเชียงใหม่หลากยุค    ที่ผมเข้าไม่ได้ แต่เข้าชมทางเว็บไซต์ได้ที่ (๑)    

๗. เรือนทรงปั้นหยา (อนุสารสุนทร) – เดิมเป็นเรือนของหลวงอนุสารสุนทรและนางคําเที่ยง ชุติมา   ที่สร้างให้กับบุตรชายคือ นายแพทย์ยงค์ ชุติมา เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๗    เดิมตั้งอยู่บริเวณตลาดอนุสารสุนทร  ถนนช้างคลาน อําเภอเมืองเชียงใหม่   ต่อมาทายาทได้มอบเรือนให้แก่สํานักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ 

๘. เรือนฝาไหลของแม่นายคําเที่ยง – เดิมเป็นเรือนไม้ที่ปลูกสร้างต่อเติมในตัวอาคารตึกสองชั้นของ หลวงอนุสารสุนทร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๗    ตั้งอยู่ที่ถนนวิชยานนท์ อําเภอเมืองเชียงใหม่    เรือนไม้หลังนี้มีลักษณะเฉพาะ คือ ฝาผนังของเรือนโดยรอบทั้งสี่ด้านเป็นฝาไม้แบบบานเลื่อน ที่เรียกว่า “ฝาไหล” เพื่อการระบายอากาศของเรือนได้ดี 

๙. เรือนพื้นบ้านล้านนา (อุ้ยแก้ว) - เจ้าของเดิมคือ อุ้ยอิ่นกับอุ้ยแก้ว ธาระปัญญา ชาวบ้านสันติกโต หรือย่านสันติธรรม ใกล้กับบริเวณแจงหัวลิน ถนนห้วยแก้ว อําเภอเมืองเชียงใหม่   เรือนหลังนี้ สร้างขึ้นราวช่วงสงครามโลก ครั้งที่ ๒ 

๑๐. เรือนพื้นถิ่นแม่แตง - เป็นเรือนของพอน้อยปิงและได้ตกทอดมาถึง นางขาล ตาคํา    เรือนหลังนี้ปลูกสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๐  ที่บ้านป่าไผ่ ตําบลช่อแล อําเภอแม่แตง    โดยมูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ ได้สนับสนุนการรื้อถอนและย้ายมาปลูกสร้างที่สํานักส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑

ในกำหนดการเสด็จฯ ระบุการดูงานดังนี้ 

ทอดพระเนตรภายในพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา จํานวน ๘ จุด ดังนี้ 

จุดที่ ๑ : เรือนทรงอาณานิคมคิวรีเปอล์  อายุเกือบร้อยปี 

- ทอดพระเนตรนิทรรศการ “วัฒนธรรมการแต่งกายชาวเชียงใหม่”   เป็นวิดีทัศน์ (๑)     

- ทอดพระเนตรนิทรรศการ “รสชาติอาหารบ้านหลิ่งห้า จากความทรงจําของมาลินี”    เป็นวิดีทัศน์แสดงวิธีการปรุงอาหารบ้านฝรั่ง ที่ภรรยาเป็นคนไทย (๒)  

- ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก 

จุดที่ ๒ : เรือนชาวเวียงเชียงใหม่ (พญาปงลังกา) 

- ทอดพระเนตรเกี่ยวกับเครื่องดนตรีของชาวล้านนา 

จุดที่ ๓ : เรือนไทลื้อ (หม่อนตุด) 

- ทอดพระเนตรเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของชาวล้านนา 

จุดที่ ๔ : เรือนกาแล (พญาวงศ์) 

- ทอดพระเนตรเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมของชาวล้านนา 

จุดที่ ๕ : เรือนพื้นถิ่นแม่แตง 

- ทอดพระเนตรเกี่ยวกับการนวดแผนโบราณและภูมิปัญญาของชาวล้านนา  

จุดที่ ๖ : ศาลาวัฒนธรรม 

- ทอดพระเนตรเกี่ยวกับวัฒนธรรมด้านอาหารของชาวล้านนา 

จุดที่ ๗ : เรือนทรงปั้นหยา (อนุสารสุนทร) 

- ทอดพระเนตรนิทรรศการภูมิปัญญาสล่าสร้างเรือน  

จุดที่ ๘ : เรือนฝาไหลของแม่นายคําเที่ยง  คือดันให้ฝาเปิดเป็นช่องลมโกรกได้ทั้งหลัง 

- ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวล้านนา

เข้าชมเรือนโบราณล้านนาทางออนไลน์ได้ที่ (๓)   

เวลา ๑๐.๔๕ รถออกเดินทางไปยังโรงแรม เลอเมอริเดียน ของครอบครัวสิริวัฒนภักดี   

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ ตําบลช้างคลาน อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่     

ได้กินอาหารเที่ยงที่อร่อยมาก    โดยเฉพาะจานสุดท้ายคือ เนื้อออสเตรเลียตุ๋นไวน์แดง เสิร์พกับข้าวดอยเชียงใหม่สตูว์และผัก    แถมยังมีของฝากจากเชียงใหม่ เป็นอาหารพื้นเมืองหลากชนิด กล่องใหญ่ 

เวลา ๑๖.๓๐ น. ผมก็นั่งแท็กซี่กลับถึงบ้าน    สะท้อนคิดการเดินทางตามเสด็จทัศนศึกษา ๓ วัน  ว่าส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติล้านนา    มีการเตรียมการณ์และออกแบบประสบการณ์ไว้อย่างดี    ปรึกษากันล่วงหน้าว่าปีหน้าไปภาคใต้ตอนกลาง 

การตามเสด็จทัศนศึกษานี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา socialization ระหว่างกรรมการที่เป็นคนต่างชาติกับที่เป็นคนไทย     และระหว่างคนไทยที่ตามเสด็จด้วยกัน    เพื่อช่วยกันทำให้รางวัลสมเด็จเจ้าฟเมหิดล ทำประโยชน์แก่โลกมากยิ่งขึ้น   เพราะเป็นรางวัลระดับโลก   เพื่อให้แก่โลก   

วิจารณ์ พานิช

๒๕ ต.ค. ๖๖

 

1 ต้นจามจุรีอายุ ๑๐๕ ปี

2 ยุ้งข้าวป่าซาง

3 ยุ้งข้าวเปลือย

4 ยุ้งข้าวบ้านเศรษฐี

5 หลังกลางเป็นยุ้งข้าว

6 เรือนเครื่องผูกหรือบ้านไม้ไผ่

7 พื้น ฝา หลังคาบ้านไม้ไผ่ 

8 บันไดบ้าน ตุ่มน้ำ สุ่มไก่

9 บ้านฝาไหล

10 นิทรรศการอาหารว่างพื้นเมือง