๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๖
๕.๔๐ - ๖.๒๐ น. ผมออกไปเดินออกกำลังริมถนนนิมมาน โดยออกจากซอยเลี้ยวซ้าย เดินไปตามริมถนนที่ยังมีรถน้อย ร้านอาหารเริ่มเปิดแล้ว สังเกตว่าร้านค้ามีตัวอักษรจีนใหญ่กว่าตัวอักษรไทย เดินไปถึงสี่แยกที่มีศูนย์การค้า One Nimman เข้าไปเดินตรงลานโรงแรมอีสติน แล้วเดินกลับ ไปเดินที่สวนสุขภาพ มช. ๑ รอบเล็กแล้วกลับโรงแรม รวมได้ ๕ พันก้าว
ไปกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารที่เคยมากินเป็นประจำ ระหว่างนั่งกินจึงเห็นว่าเขาจัดให้คณะตามเสด็จไปกินที่อีกฝั่งหนึ่งของโรงแรม
ตามเสด็จออกจากโรงแรม ๙.๐๐ น.
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
เอกสารการเดินทางระบุข้อมูลดังนี้
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิชั้นนําของประเทศไทย ในสังกัด คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่ ๓ ของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ถนนอินทวโรรส ตําบลศรีภูมิ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ รองรับผู้ป่วยจาก ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ เป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดเตียง ๑,๔๐๐ เตียง มีพื้นที่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ มีบุคลากรทั้งหมด ๕,๐๑๕ คน ให้การบริการหลัก ๔ ประเภท ได้แก่
๑. การบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)
๒. การบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD)
๓. การบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER)
๔. ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ เช่น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์อุบัติเหตุ 1 ระดับ ๑ ศูนย์รักษาและวิจัยโรคมะเร็งภาคเหนือ
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ใช้กระบวนการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Process) ในการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคน โดยใช้แผนการรักษาเป็นสื่อกลางในการบรรลุผลการรักษาที่เป็นเลิศ และความพึงพอใจของผู้ป่วย มีการจัดตั้งทีมดูแลรักษา แบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Team : MCT) ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ ตลอดจนนักกายภาพบําบัด นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ และเภสัชกร เพื่อปรับปรุงการให้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน และเพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นสถาบันการศึกษาทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทางของบุคลากรสายวิชาชีพ มีอาจารย์แพทย์ พยาบาลเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีเครื่องมือ เทคโนโลยีที่ทันสมัย
หลังนั่งฟังรายงานของอธิการบดี ชมนิทรรศการ
นิทรรศการการดําเนินงานของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จํานวน ๑๐ นิทรรศการ โดยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ถวายรายงาน ดังนี้
นิทรรศการที่ ๑ : การดูแลทารกแรกเกิดก่อนกําหนดที่มีน้ำหนักน้อยมาก เกณฑ์คือทารกน้ำหนักน้อยกว่า ๑,๕๐๐ กรัม ทารกน้ำหนักน้อยที่สุดที่เคยเลี้ยงรอดหนัก ๓๗๕ กรัม
นิทรรศการที่ ๒ : ศูนย์แก้ไขความพิการทางใบหน้า
นิทรรศการที่ ๓ : ศูนย์ธาลาสซีเมีย Prenatal diagnosis คนภาคเหนือมีความเสี่ยงลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียปีละ ๗,๐๐๐ คู่ วินิจฉัยพบว่าลูกในครรภ์เป็นโรคปีละ ๗๐๐ คน
นิทรรศการที่ ๔ : ศูนย์หัวใจ
นิทรรศการที่ ๕ : ศูนย์สมอง
นิทรรศการที่ ๖ : ศูนย์การแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
นิทรรศการที่ ๗ : การดูแลผู้สูงอายุและศูนย์พฤฒพลัง
นิทรรศการที่ ๘ : การดำเนินงานบ้านพักญาติผู้ป่วย
นิทรรศการที่ ๙ : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคไฟฟ้าของหัวใจ (CERT) ที่กินยารักษาโรคหัวใจแล้วเกิดอาการแทรกซ้อน สงสัยว่าเกิดจากความผิดปกติที่ mitochondria ทางศูนย์กำลังวิจัย
นิทรรศการที่ ๑๐ : ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย (CM TEAM) และศูนย์วิจัยทางคลินิกเพื่อทดสอบและพัฒนา ผลิตภัณฑ์อาหารและสมุนไพร (CRFAH)
ออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เวลา ๑๐.๓๐ น. ไปยังร้านอาหาร
กินอาหารเที่ยงเวลา ๑๑ - ๑๒.๓๐ น. เป็นอาหารเหนือ เสิร์ฟอย่างสวยงาม แล้วนั่งรถไปยังวัด
วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
เอกสารการเดินทางระบุข้อมูลดังนี้
วัดศรีสุพรรณ ตั้งอยู่ที่ถนนวัวลาย ตําบลหายยา อําเภอเมืองเชียงใหม่ ภายในวัดมีอุโบสถเงินหลังแรกของโลกสร้างขึ้นบนฐานเดิม สีมาเดิม พระประธานองค์เดิม (พระเจ้าเจ็ดตื้อ สร้างใน พ.ศ. ๒๐๔๓) โครงสร้างก่ออิฐถือปูนรูปทรงสถาปัตยกรรมล้านนา ประดับ ตกแต่ง โดยช่างฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้าน หัตถกรรมเครื่องเงิน ชุมชนวัวลายที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษอันยาวนาน โดย กลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณเลือกใช้วัสดุเงินบริสุทธิ์ประดับส่วนสําคัญและปลอดภัย วัสดุอลูมิเนียม ใช้เป็นวัสดุแทนเงินประดับทุกส่วนรวมทั้งหลัง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ รวมระยะเวลาสร้าง ๑๒ ปี โดยพุทธศาสนิกชนบริจาคเงินร่วมสร้าง จํานวน ๓๕,๑๕๒,๓๑๔ บาท
เนื้อหาในงานหัตถศิลป์ประดับภายในอุโบสถ แฝงเรื่องราวแสดงถึงพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ ประวัติพระเจ้าเลียบโลก พระเจ้าโปรดโลก รอยพระพุทธบาท ส่วนภายนอกเป็นศิลปกรรมที่แสดงถึงสัญลักษณ์สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดอกบัวสี่เหล่า บุคลาธิษฐาน นาคแปลง สัญลักษณ์อาเซียน และเมืองสําคัญของโลก บทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก ทะเลสีทันดร ๑๒ ราศี ในวัฏสงสาร เป็นสื่อสอนธรรมสําหรับผู้เยี่ยมชมให้เห็นคุณค่าพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์การก่อสร้างเพื่อใช้ทําสังฆกรรมของพระสงฆ์อย่างถาวร เป็นสัญลักษณ์ที่จะอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาหัตถกรรมเครื่องเงินมรดกชุมชน อย่างยั่งยืน เป็นสื่อสอนธรรมทางพระพุทธศาสนา และที่สําคัญได้บรรลุปณิธานที่จะร่วมฝากศิลป์แก่แผ่นดิน ถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เอกสารระบุหมายกำหนดการส่วนหนึ่งดังนี้
ทอดพระเนตรและทรงฟังบรรยายเกี่ยวกับความประวัติความเป็นมา การพังถล่มของเจดีย์ และการดําเนินงานทางโบราณคดี โดย นางสาวนาตยา ภูศรี นักโบราณคดีชํานาญการพิเศษ ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี
- เสด็จ ฯ ไปยังฐานการเรียนรู้การตีขึ้นรูปเครื่องเงิน
- ทอดพระเนตรการสาธิตการตีขึ้นรูปเครื่องเงิน โดยนายดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ)
- ทอดพระเนตรการทํางานหัตถศิลป์ เครื่องเงิน และเครื่องเขิน ของศูนย์การเรียนรู้หัตถกรรมเครื่องเงิน วิทยาลัยในวัง สาขาวัดศรีสุพรรณ
- เสด็จเข้าห้องจําหน่ายเครื่องเงิน
- ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน
- เสด็จออกจากห้องจําหน่ายเครื่องเงิน
- ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของชุมชนวัวลาย
ที่เรียกว่าอุโบสถเงินนั้น หมายถึงสีเงิน ทำด้วยโลหาอะลูมิเนียม ไม่ใช่เงิน นอกจากชมการทำเครื่องประดับเงินแล้ว ยังมีนิทรรศการเครื่องเขิน การเคี่ยวชันโรง (แร่) สำหรับใช้ช่วยการสลักเงินเป็นลายนูน เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่มีค่ายิ่ง
มีชาวบ้านเอาของมาถวายกรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ กว่า ๒๐ รายการ ตั้งแถวที่ริมถนน เป็นแถวยาว
หลังชมวัดและงานศิลปหัตถกรรมภาคเหนือ เรากลับมาพักที่โรงแรม และออกไปใหม่เวลา ๑๖.๐๐ น. พร้อมแต่งกายชุดเสื้อหม้อฮ่อมที่พระราชทาน
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตําบลแม่เหียะ อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
เอกสารการเดินทางระบุข้อมูลดังนี้
อุทยานหลวงราชพฤกษ์เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ มีเนื้อที่กว่า ๕๐๐ ไร่ เป็นที่รวบรวมพรรณไม้นานาชนิดทั่วทุกมุมโลก โดยการจัดแสดงแบ่งเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ สวนไทย สวนนานาชาติ และสวนองค์กรต่างๆ ซึ่งแต่ละสวนตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้สวยงาม และภูมิสถาปัตยกรรม
เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ และทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา รัฐบาลไทยเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่
ในปี ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรีมีมติให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการ บริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ โดยมีภารกิจหลักในการพัฒนา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสวน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ และประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานชื่อสวนว่า “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” มาจากต้นราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจําชาติของไทย มีความหมายว้า “ต้นไม้ของพระราชา”
หอคําหลวง สร้างโดยใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมอาณาจักรล้านนาโบราณ เป็นส่วนแสดงสําคัญ และยิ่งใหญ่ที่สุดในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ที่ทรงอัจฉริยภาพ และทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิด "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
ขบวนเสด็จออกจากโรงแรม ๑๖.๔๕ น. เวลา ๑๗ น. ก็ถึงอุทยาน ถ่ายขึ้นรถราง ๓ คัน ไปยังเรือนไม้ดอก (ที่มีกล้วยไม้ออกดอกตระการตา) และเรือนไม้เมืองหนาว แล้วขึ้นรถรางต่อไปยังด้านหน้าหอคำหลวง เดินผ่านซุ้มอาหาร ไปยังที่ตั้งโต๊ะจัดเลี้ยง และที่บรรเลงดนตรีไทย และเวทีแสดงกลางแจ้ง มี ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนม่านมุยเชียงตา ตามด้วยละครร้องอิงประวัติศาสตร์ “เจ้าหญิงแสนหวี” (ฉบับพิเศษ) ถือเป็นงานเลี้ยงที่อาหารอร่อย และดนตรีรวมทั้งการจัดแสดง ดีที่สุดในทริปนี้
ออกจากอุทยาน ๑๙.๓๐ น. ไม่ถึงสองทุ่มก็กลับถึงโรงแรม
รุ่งขึ้น ในห้องอาหารเช้าวันที่ ๒๕ ตุลาคม ได้ฟังเรื่องราวหลังฉากของการแสดงละครที่จบเพียงช่วงฉากโรม้านซ์ในสวน ไม่ไปถึงตอนจบที่มีเรื่องเศร้าโศกจากการฆ่าตัวตาย ที่คนทำงานใกล้ชิดเบื้องสูงต้องระมัดระวัง
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ต.ค. ๖๖
ห้อง ๑๕๑๘ โรงแรมแคนทารีฮิลล์ เชียงใหม่
1 ที่คณะแพทยศาสตร์ มช. ถวายรายงานการดูแลทารกน้ำหนักน้อยมาก
2 ถวายรายงานการแก้ปัญหาโรคธาลัสซีเมีย
3 นิทรรศการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างครบวงจร
4 ออเดิฟ อาหารเที่ยง
5 อาหารจานหลักของอาหารเที่ยง
6 โต๊ะอาหารเที่ยง
7 ของหวาน
8 โครงหลังคาร้านหวานละมุน
9 วัดศรีสุพรรณ อุโบสถสีเงิน
10 อุโบสถสีเงิน
11 โบราณคดีวัดศรีสุพรรณ โดยเฉพาะพระเจดีย์
12 ศูนย์ศึกษาช่างสิบหมู่
13 แถวของถวายกรมสมเด็จพระเทพรัตน์
14 ในเรือนกล้วยไม้
15 เรือนไม้เมืองหนาว
16 หอคำหลวง มีวัดอยู่บนเขาด้านหลัง
17 คณะนักดนตรี และนักแสดง
18 ฟ้อนสาวไหม
19 ฟ้อนเงี้ยว
20 ฟ้อนม่านมุยเชียงตา
21 ละครเรื่องเจ้าหญิงแสนหวี





















ขอบคุณมากค่ะ