ปีนี้การทัศนศึกษา ที่กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ พระราชทานแก่คณะกรรมการนานาชาติตัดสินรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล จัด ๓ วัน คือ ๒๓ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่จังหวัดเชียงใหม่   เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเครื่องบินของบางกอกแอร์เวย์ตามเคย   ผู้ตามเสด็จรวมทั้งสิ้น ๖๓ คน   

ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตําบลน้ำแพร่  อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 

เอกสารการเดินทางระบุเรื่องราวของศูนย์ฯ ดังนี้ 

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชทรัพย์ จํานวน ๘๐,๐๐๐ บาท ให้นายพิศิษฐ์ วรอุไร อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นําไปเริ่มงานทดลองขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลในหมู่บ้าน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ ๑ ตําบลบ้านแหวน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่    การดําเนินงานในปีแรกใช้พระราชทรัพย์ไปเพียง ๔๐,๐๐๐ บาท และประสบผลดี จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์เพิ่มเพื่อจัดตั้งเป็น “กองทุนหมุนเวียน” รวม ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้ง พระราชทานชื่อโครงการว่า โครงการศูนย์ขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผล งานสาธิตฝึกอบรม และส่งเสริมอาชีพราษฎรตามพระราชดําริ   และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ทรงมีนโยบายให้ยกฐานะของโครงการ ฯ ขึ้นเป็น ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดําริ    พร้อมทั้งได้เพิ่มภารกิจให้ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาไม้ดอกไม้ผลด้วย

ปัจจุบันศูนย์ฯ ได้ดําเนินการส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรในลักษณะการรวมกลุ่มชาวบ้าน ในพื้นที่ ๑๑ จังหวัด และเปิดอบรมหลักสูตรด้านการผลิตและการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผล   โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓จนถึงปัจจุบัน ได้ยื่นขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ที่กรมวิชาการเกษตรแล้วทั้งสิ้น ๘๓ ชนิด   แบ่งเป็นพืชกลุ่มปทุมมากระเจียว ๔๖ ชนิด  แกลดิโอลัส ๒๓ ชนิด  ว่านสี่ทิศ ๔ ชนิด  และบานชื่น ๑๐ ชนิด ตลอดจนให้การสนับสนุนด้านการเรียนการสอนงานวิจัยบางส่วนแก่คณาจารย์และนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตลอดมา

เสด็จเวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕ น. เมื่อไปถึงต้องถ่ายคนจากรถบัสไปรถราง ๓ คัน    ไปยังอาคารนิทรรศการ    มีการจัดแสดงดังนี้นิทรรศการที่ ๑ : ความสําคัญของพัฒนางานไม้ดอกและพัฒนาพันธุ์ปทุมมากระเจียว  นิทรรศการที่ ๒ : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็น เพื่อใช้ประโยชน์ ด้านการเกษตร  นิทรรศการที่ ๓ : เทคโนโลยีการควบคุมการออกดอกของกล้วยไม้แวนดา  นิทรรศการที่ ๔ :การใช้พลังงานความเย็นเหลือทิ้งจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลวเพื่อการผลิตไม้ดอกและพืชเมืองหนาว  นิทรรศการที่ ๕ : งานขยายผลส่งเสริมอาชีพการปลูกไม้ดอก 

มีการจัดแสดงการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกวงศ์ขิง (Curcuma) คือปทุมมา (กระเจียว)  แกลดิโอลัส ทิวลิป (ร่วมกับ ปตท. ใช้ความเย็นจากก๊าซธรรมชาติ ให้ความเย็นแก่โรงเรือนเพาะเลี้ยง และควบคุมความชื้น   สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงพระราชทานช่อศูนย์วิจัยนี้ว่า ศูนย์เลิศพัฒนพฤกษ์)   แดฟโฟดิล   แวนด้า (บังคับให้ออกดอกได้ทั้งปี)  โบตั๋น รานันคูลัส   แว็กซ์ฟลาวเว่อร์   ว่านสี่ทิศ   ไม้ผล เช่น วาซาบิ   เชอร์รี่

นั่งรถรางต่อไปยัง โรงงานผลิตพืชเมืองหนาวต้นแบบ    ชมงานวิจัยการผลิตวาซาบิและพืชเมืองหนาว

 ชมและอ่านนิทรรศการและรายงานของศูนย์ได้ที่ (๑)    ผมได้รู้จัก Plasma Technology ว่าเป็นเทคโนโลยีสะอาด และใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม   และ Plasma Agriculture   โดยในนิทรรศการแสดงการใช้เทคโนโลยีพลาสม่าเย็น ให้แสงแก่ต้นไม้   พบว่าพืชเติบโตดีกว่าแสงจากแหล่งอื่นๆ   ยิ่งแสงแดดธรรมชาติแล้วด้อยกว่ามาก    นิทรรศการนี้เป็นการสื่อสารผลงานวิจัยของ มช.   และ Northern Science and Technology Park อย่างน่าชื่นชม   

ผมได้เรียนรู้อีกมิติหนึ่งของการเกษตรไฮเทค 

บ้านสวนของอาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร ศิลปินแห่งชาติ

อยู่ที่สันผีเสื้อ ริมปิง (๒)    สถานที่สวยงามมาก   เราไประหว่าง ๑๕.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.   ทั้งชมสถานที่และรับประทานอาหารเย็นแบบล้านนา    มีการแสดง ๒ ชุดคือ ฟ้อนผางประทีป  กับ ตีกลองปูจา ที่มีปี่เสียงแปลกและไพเราะ      

วัดโพธารามมหาวิหาร (วัดเจ็ดยอด) ตําบลช้างเผือก อําเภอเมืองเชียงใหม่

เอกสารการเดินทางอธิบายวัดโพธารามมหาวิหารไว้ดังต่อไปนี้

วัดเจ็ดยอด หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “วัดโพธารามมหาวิหาร” เป็นวัดโบราณที่มีความสําคัญทางด้านประวัติศาสตร์วัดหนึ่งของอาณาจักรล้านนาไทย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าติโลกราชโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๑๙๙๘    ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นอกกําแพงเมืองเชียงใหม่ออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ   เป็นวัดที่เก่าแก่และมีความสําคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยเนื่องจากเคยเป็นที่ประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก 

วัดเจ็ดยอด ได้ชื่อว่ามีเจดีย์รูปทรงแปลก คือมียอดตั้งอยู่บนเรือนธาตุสี่เหลี่ยมถึงเจ็ดยอด เหมือน มหาโพธิเจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย จัดเป็นปูชนียสถานที่สําคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

เราไปชมตอน ๑๙ - ๒๐ น. ได้ชมทั้งพระวิหารเจดีย์โบราณ ๗๐๐ ปี   และดูดาวที่ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตั้งกล้องดูดาวถวาย ๕ กล้อง    ดูพระจันทร์ ดาวเสาร์ และอื่นๆ     

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ต.ค. ๖๖

 

1 ในห้องนิทรรศการไม้ดอก 

2 ความงามของพรรณไม้ดอกที่พัฒนาขึ้น

3 เข้าอ่านคำอธิบายของนิทรรศการได้

4 หัวพันธุ์ปทุมมา

5 นั่งรถรางไปชมโรงงานผลิตพืชเมืองหนาวต้นแบบ

6 แปลงแม่พันธุ์วาซาบิ

7 ทดลองแสงต่างความยาวคลื่น

8 โบตั๋น (Peony)

9 ภายในห้องทดลองปลูกพืชเมืองหนาว

10 อาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร

11 ภาพหมู่ที่บ้านอาจารย์ จุลทัศน์ กิติบุตร

12 พระวิหารเจดีย์เจ็ดยอด

13 พระพุทธรูปในพระวิหาร

14 นักเรียนมัธยมถวายรายงานผลการวิจัยดาราศาสตร์กับการวางผังเมือง

15 ที่ประทับทอดพระเนตรดาว

16 หลุมอุกาบาด และเทือกเขาบนดวงจันทร์