คนเราย่อมคิดไม่เหมือนกัน ความพอเหมาะพอดีจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากัน มุมมองที่แตกต่างกัน จึงนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่จะเอาความคิดของตนไปตัดสินใคร
ทั้งในเรื่องความรวยความจน ความดีความชั่ว ความสมหวังหรือความสำเร็จ ตลอดจนความความสวยความงาม ทุกคนมีไม่เท่ากัน แต่ทุกคนก็สามารถแสวงหาความสุขได้
โดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงที่สุดของความใฝ่ฝัน หรือบั้นปลาย ท้ายที่สุดของชีวิต ในระหว่างทางของชีวิตนี่แหละสำคัญที่สุด
อย่างชีวิตของผม ก็สวยงามในแบบของผม เป็นข้าราชการครู ที่ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง ทั้งที่จะเกษียณอายุราชการในอีก ๑ เดือนข้างหน้า แต่ก็ถือว่าชีวิตก้าวมาไกลและจบได้อย่างสวยงาม
ชีวิตเริ่มต้นที่เงินเดือน ๒,๗๖๕ บาท ตำแหน่งอาจารย์ ๑ ระดับ ๓ ให้พ่อกับแม่เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ที่เหลือก็ยังอยู่ได้ ที่น่าแปลกใจก็คือ ตอนเรียน ป.โท เงินเดือนยังไม่ถึงห้าพันบาทด้วยซ้ำ
เวลาจะซื้อหนังสือแต่ละครั้งหรือถ่ายเอกสารมากๆ ต้องคิดแล้วคิดอีก
ทุกวันนี้...เงินเดือนมากมาย สูงสุดเต็มเพดานของตำแหน่งบริหาร แต่ไม่เคยเหลือเก็บ ขอแค่ชนเดือนแบบไม่ติดลบก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ที่ผ่านมามีคำตอบให้ตัวเองตลอดว่าเงินหมดไปกับอะไร?
คือหมดไปกับการจับจ่ายใช้สอยเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขในชีวิตประจำวัน ใช้เพื่อการศึกษาของลูกและซื้อที่ดิน สิ่งก่อสร้างเพื่อสร้างรากฐานไว้ให้ลูกๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพ่อคนหนึ่งที่พึงกระทำ
วันนี้ จึงรู้ตัวว่าเบาหวิว ปลอดโปร่งทั้งกายและใจ ไม่ต้องติดค้างใคร ทั้งโรงเรียนและที่บ้าน เตรียมตัวรับเงินบำนาญและบำเหน็จตกทอดเต็มๆ โดยไม่ต้องถูกหั่นไปใช้หนี้ใครหรือสถาบันไหน..
ผมส่งลูกๆถึงฝั่ง ตามที่เขาฝันไว้ ผมสร้างสิ่งจำเป็นมากมายในโรงเรียน อำนวยความสะดวกให้ครู เขาจะได้ประสบปัญหาน้อยที่สุด..เมื่อผมต้องจากไปอยู่โคกหนองนา ในอีก ๓๐ วันที่จะถึงนี้
การทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เพื่อมิให้ใครมาดูแคลนโรงเรียนเล็กๆ และเชื่อว่าในอนาคตโรงเรียนเล็กหลังนี้จะเป็นตัวเลือกต้นๆ ให้ผู้บริหารรุ่นใหม่อยากเข้ามาเพราะมีครูครบชั้น เพราะผมหาเงินจ้างครูพิเศษไว้แล้ว เกือบ ๒ แสน
พูดถึงโคกหนองนาของผมอีกครั้ง ที่มีครบทุกอย่าง ตามบริบทของบ้านในสวน ที่มุ่งเน้นความเป็นลูกทุ่ง สงบเงียบ ไม่ต้องศิวิไลซ์ ไม่มีความฟุ้งเฟ้อ แต่ร่มรื่นสวยงามในแบบของผม
ขอบคุณความจนในวัยเด็ก ที่ทำให้ไม่ประมาทกับชีวิต ขอบคุณการศึกษาที่ช่วยให้ชีวิตไม่ตกต่ำ ถึงแม้ชีวิตปัจจุบันที่ดูจะไม่เลิศเลอหรูหราและไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็รู้สึกภูมิใจในตนเองยื่งนักที่มีวันนี้ วันที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครเลย
จึงถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องนับถอยหลังเสียที เพื่อการก้าวขึ้นฝั่งเกษียณอย่างสง่างาม โดยที่ไม่คาดหวังอะไรมาก นอกจากอย่าเจ็บอย่าจนก็พอแล้ว ถ้าจบได้สวยงามแบบนี้ รับรองเลยว่าความสุขเล็กๆรออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖














