๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ คือ ๖ ปีที่ผ่านมา กับบันทึกสุดท้ายที่ผมยังต้องพูดถึง ก่อนเกษียณอายุราชการ ภาพที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เสมือนว่าเพิ่งจะเกิดขึ้นในโรงเรียนเมื่อไม่นานมานี้เอง
น้ำตาที่นองหน้าผู้บริหารตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในชีวิต จากความปลื้มปิติในวันนั้น สร้างแรงบันดาลใจอย่างใหญ่หลวง ช่วยให้ทำงานสำเร็จลุล่วงอย่างมากมาย..ในโรงเรียนขนาดเล็ก
ผมจึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และผมกับครอบครัว จะเทิดทูนพระราชจริยวัตร ตลอดจนเทิดทูนสถาบันอันเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของพสกนิกร..ตลอดไป
การได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ไม่เคยทำให้ผมหลงระเริงในอำนาจวาสนา แต่กลับนำพาให้ผมทำงานหนักมากขึ้น เพื่อการศึกษาที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อการหลุดพ้นจากความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกยุบควบรวม
ผมไม่เคยเสียใจกับผลงานที่มากมาย แต่ไปไม่ถึงผู้บริหาร..เชี่ยวชาญ ผมไม่เคยเสียความรู้สึกที่ต้องอยู่นานกว่าใครๆ ในบ้านหลังเล็กแห่งนี้
เพราะดอกไม้และผลไม้พระราชทานในวันนั้น คือของขวัญอันงดงามและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของผมแล้ว คือรางวัลแห่งการต่อสู้กับความยากจน อดทนและมุ่งมั่นผ่านพ้นวัยเรียนมาได้อย่างสง่างาม จนถึงวันที่ได้เป็นครู….
คือรางวัลแห่งการเรียนรู้ปัญหาและอุปสรรคของผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ไม่เคยย่อท้อ
เมื่อได้จดจำ และทำตามคำที่พ่อสอน ให้อยู่อย่างพอเพียง จึงมีเวลาสร้างสรรค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน จนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
มิใช่เพื่อความโด่งดังหรือดีเด่นกว่าใครอื่น แต่พลังใจและศักยภาพที่มี สามารถจะทำให้องค์กรเล็กๆหยัดยืนอยู่ได้อย่างมี”คุณภาพ” นี่คือหมุดหมายอันสำคัญที่ทำได้ตลอดมา
ภารกิจอีกมากมายที่ยังทำไม่สำเร็จ เมื่องานการศึกษาต้องใช้เวลา แต่หน้าที่และความรับผิดชอบ ใกล้จะสิ้นสุดลง งานราชการจะจบลงตรงนี้แล้ว ไม่มีคำว่าเสียใจ เพราะผมใช้ชีวิตครูคุ้มค่า..อย่างเพียงพอ
๖ ปีที่ไม่เคยท้อถอย ไม่เคยหยุดนิ่งหรือรอคอยความหวัง ด้วยเปลวไฟแห่งพลังหัวใจที่ไม่เคยมอดไหม้ เพราะทุกวันที่ผ่านมา..ผมได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จนถึงวันนี้และตลอดไป
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖







