คำถาม

การระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนและกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งองค์การทางการศึกษาด้วย และแม้ว่าสถานศึกษาทุกระดับจะพยายามปรับตัวและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังเกิดภาวการณ์เรียนรู้ถดถอย Learning Loss ทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องหาทางแก้ไขต่อไป ถ้าท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ท่านจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

 

ตำตอบ

จากสภาพการณ์ของปัญหาโรคระบาดใหม่ ส่งผลให้ผู้คนตื่นกลัวและเปลี่ยนวัฒธรรมการดำเนินชีวิตทั่งด้านสังคม เศษรฐกิจ การศึกษา โดยเฉพาะในด้านจัดการศึกษามีผลกระทบทุกมิติทั้งระบบการบริหารจัดการ การปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การพัฒนาการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน การเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายของการจัดการศึกษา ผู้เรียนปรับตัวไม่ทันการเปลี่ยนแปลง โรงเรียนปิดการเรียนการสอนในที่ตั้ง นักเรียนส่วนมากต้องเรียนรู้อยู่ที่บ้าน เรียนผ่านระบบออนไลน์ เป็นเวลานาน ขาดการกำกับตนเองในการเรียนรู้ทำให้ทักษะกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นของผู้เรียนลดลง ได้แก่ Reading-ความสามารถในการอ่านออก อ่านจับใจความได้  Writing- ความสามารถเขียนได้ สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ Arithemetics-มีทักษะการคำนวณ คิดแบบนามธรรม ทั้งสามทักษะนี้เป็นพื้นฐานในเรียนรู้หรือที่นิยมเรียกทั่วไปว่า 3R นอกจากนี้ยังมีทักษะที่ผู้เรียนไม่ได้รับการพัฒนาซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอีกหลายทักษะ เช่น ทักษะชีวิต ทักษะการเชื่อมโยงความรู้ ทักษะทางวิทยาศาสตร์และการปฏิบัติ ด้านสุขภาพจิตและภาวะทางอารมณ์ ทักษะทางสังคม เป็นต้น 

จากภาวะถดถอยของผู้เรียนมีสาเหตุจากการจัดการศึกษาขององค์การไม่มีคุณภาพ แก้ปัญหาล่าช้าทำให้เกิดปัญหาสะสม ครูผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ขาดทักษะด้านสารสนเทศ การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี สถานศึกษาขาดนวัตกรรมที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพไม่เกิดประสิทธิผลทางการเรียนรู้กับผู้เรียน และผู้ปกครองมีส่วนร่วมน้อยในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน

 

แนวทางในการบริหารการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาภาวการณ์เรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ในระดับมัธยมศึกษา ใช้กระบวนการ PDCA ซึ่งเป็นวงจรบริหารงานคุณภาพ ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน Plan-Do-Check-Act ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้ปรับปรุงการทำงานขององค์กรอย่างเป็นระบบโดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous improvement) จุดเด่นคือเป็นกระบวนการที่ทำซ้ำได้เรื่อย ๆ จนกลายเป็น วงจร (Cycle)  แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นมาช่วงปี 1950’s โดยบิดาแห่งการควบคุมคุณภาพสมัยใหม่ ดร.วิลเลียม เอ็ดเวิดส์ เดมมิ่ง ซึ่งพัฒนามาจาก วอลเตอร์ เอ ชิวฮาร์ท โดยยึดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM:School-Based Management Tasks) ซึ่งหลักการสำคัญในการบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน คือ การกระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่หน่วยปฏิบัติให้มากขึ้น การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการตัดสินใจให้สถานศึกษา มีอิสระในการบริหารจัดการตนเองอย่างมีอิสระภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยมีหน่วยงานต้นสังกัดดูแลด้านนโยบายและมาตรฐาน มีองค์กรอิสระคอยตรวจสอบด้านคุณภาพ มีมาตรฐานการจัดการศึกษามุ่งให้เกิดผลสำเร็จแก่สถานศึกษา ลักษณะสำคัญของโรงเรียนที่บริหารงานแบบ  (SBM) บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของโรงเรียน ผู้บริหารมีการบริหารงานแบบเกื้อหนุน มีการพัฒนาทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง (Whole School Approach) ผู้นำมีการกระตุ้นบุคลากรในโรงเรียน การบริหารเชิงกลยุทธ์ เน้นการแก้ปัญหาได้ทันการ เน้นการทำงานเป็นทีม ผู้ปกครองมีส่วนในการสนับสนุนโรงเรียนอย่างเต็มที่ ประเมินผลทั้งระบบ ( Input , Process ,Output)

จากแนวทางการดำเนินงาน ประกอบกับหลักการบริหารมีรายละเอียดของการดำเนินการแก้ปัญหาภาวการณ์เรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ในระดับมัธยมศึกษา ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นของการวางแผน (Plan)

  1. กำหนดนโยบายการแก้ปัญหาภาวการณ์เรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) เป็นวาระเร่งด่วน
  2. กำหนดผู้รับผิดชอบ โดยมอบหมายให้กลุ่มบริหารงานวิชาการเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจ ให้รองผู้อำนวยการ หัวหน้างานวิชาการ และคณะดำเนินงาน หารือกัน เพื่อจัดทำโครงการ โดยการวิเคราะห์สภาพปัญหาของผู้เรียนรายบุคคล แบ่งระดับของปัญหาออกเป็นระดับ มากสุด ถึง น้อย และไม่มีปัญหา ศึกษารวบรวมข้อมูล กระบวนการในการแก้ปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียน กำหนดขั้นตอนในการดำเนินงาน
  3. แต่งตั้งคณะดำเนินงาน ประกอบด้วย 
    1. คณะกรรมการวิเคราะห์สภาพปัญหา มีหน้าที่ในการศึกษาปัญหาด้านผู้เรียน  (Learner) โดยให้สำรวจสภาพปัญหาเกี่ยวทักษะ สมรรถนะและ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แนวทางการการสนับสนุนทางสังคม (Social Support) จากครูและผู้ปกครอง 
    2. คณะกรรมการดำเนินงาน มีหน้าที่วิเคราะห์และสังเคราะห์กระบวนการแก้ปัญหาการถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน
    3. คณะกรรมการนิเทศกำกับติดตาม มีหน้าที่ กำกับการดำเนินงาน ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจคณะทำงาน เสริมแรงในรูปแบบต่างๆ
    4. คณะกรรมการด้านงบประมาณ มีหน้าที่ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
    5. คณะกรรมการด้านสื่อและเทคโนโลยี มีหน้าที่ให้บริการสื่อและเทคโนโลยี เพื่อให้การดำเนินงานสะดวกราบรื่น
    6. คณะกรรมการประสานงานผู้ปกครอง มีหน้าที่ประสานขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง ติดต่อสอบถามข้อมูลพัฒนาการของผู้เรียน
    7. คณะกรรมการประเมินผลและรายงานผล มีหน้าที่กำหนดช่วงระยะเวลาของการประเมินและรายงานเป็นระยะ เพื่อการแก้ปัญหาและการพัฒนางานให้ทันการณ์
  4. ประชุมคณะกรรมการในแต่ละด้านอย่างน้อย 3 ครั้งเพื่อชี้แจ้งกรอบแนวทางการดำเนินงาน สร้างความตระหนักและความเข้าใจในเป้าหมายร่วมกัน

ขั้นที่ 2 ขั้นการปฏิบัติการ (Do)

  1. ปฏิบัติการในชั้นเรียน โดยคณะกรรมการดำเนินงาน (ครูผู้สอน) ดังนี้
    1. วิเคราะห์สภาพปัญหาของผู้เรียนในรายวิชาที่ตนเองสอน โดยจำแนกออกเป็นด้านทักษะ สมรรถนะ (การอ่าน การเขียนและการคิดคำนวณ) และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แล้วจัดทำแผนการจัดการแก้ปัญหาเชิงรุกเน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการของชุมชมวิชาชีพ PLC (Plan ของครู)
    2. จัดกิจกรรมตามแผน ครูคอยอำนวยความสะดวก เสริมแรง ช่วยแนะนำวิธีการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนอย่างใกล้ชิด (Do)
    3. ครูผู้สอนตรวจสอบประเมินผลด้วยวิธีการอย่างหลาก รายงานให้ผู้เรียนทราบเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ต่อไป (Check)
    4. ครูร่วมถอดบทเรียนการแก้ปัญหาเพื่อแลกเปลี่ยน และกลับไปปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมและดำเนินการตามข้อ 1.1-.1.4 อีกครั้ง (Act)
  2. ประสานงานผู้ปกครอง ดำเนินการประชุมสร้างความเข้าใจและหาจุดร่วมในการพัฒนาผู้เรียน ให้ผู้ปกครองรับรู้ถึงระดับสภาพปัญหาของผู้เรียน มีความตระหนักรู้และร่วมรับผิดชอบกับการแก้ปัญหาร่วมกัน ประสานงานกับครูผู้สอนเพื่อให้ข้อมูลการส่งเสริมผู้เรียนในขณะที่ผู้เรียนอยู่ที่บ้าน
  3. ผู้บริหารควบคุมการดำเนินงานของคณะทำงานด้านต่าง ๆ คอยอำนวยการ ตัดสินใจ สั่งการ ในเรื่องที่ผู้รับผิดชอบไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ตรวจสอบรายงานการดำเนินการในด้านต่าง ๆ จากคณะกรรม 

ขั้นที่ 3 ขั้นตรวจสอบ (Check)

คณะกรรมการนิเทศกำกับติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน คอยให้กำลังใจเสริมแรง แนะนำวิธีการ ส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นแบบอย่างหรือต้นแบบในการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ

ขั้นที่ 4 ขั้นมีส่วนร่วม (Act)

ร่วมกันสะท้อนผลการดำเนินงาน ในประเด็นที่ทำได้ดีและสิ่งที่ต้องดำเนินการปรับปรุงเพื่อนำกับไปปรับปรุงการดำเนินงานในระยะต่อ ๆ โดยการกลับไปดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1-4 

 

 

 

สรุป แนวทางการดำเนินงานแก้ปัญหาในเชิงระบบได้ว่า

  1. ตัวป้อน (Input)
    1. แผนการดำเนินงานของครู
    2. ผู้เรียนที่มีภาวถดถอยทางการเรียนรู้ในระบบที่แตกต่างกัน
    3. กิจกรรมการแก้ปัญหาในแต่ละทักษะ
    4. สื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี 
    5. รูปแบบของการวัดผลประเมินผล
  2. กระบวนการ (Process)
    1. การควบคุมการดำเนินงานของผู้บริหาร
    2. การนิเทศกำกับติดตามอย่างเป็นระบบ
    3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
    4. การกระตุ้นให้ผู้เรียนมีเป้าหมายในการเรียนรู้
    5. การเสริมแรงให้กำลังใจผู้เรียน
    6. การรายงานพัฒนาการให้ผู้เรียนรับรู้เพื่อการพัฒนาตนเองตามศักยภาพของผู้เรียน
    7. การกำกับดูแลเอาใจใสของผู้ปกครอง
  3. ผลลัพธ์ (Output)
    1. ระดับการพัฒนาของผู้เรียนรายบุคคล มีพัฒนาการเรียนรู้ดีขึ้น
  4. การตอบกลับ (Feed Back)
    1. ผู้เรียน ครูผู้สอน ผู้ปกครอง ผู้นิเทศ สะท้อนการรับรู้ ความพึงพอใจ ในแต่ละด้านเพื่อการปรับปรุงระบบ

—---------------------------------

ขอขอบพระคุณครับ20230819072307.pdf