เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๖ โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ก็จะสิ้นสุดแบบที่จบโครงการ แต่ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง ที่เราเรียกชื่อกันมากว่าปีแล้ว ว่าจะกลายเป็นการเคลื่อนไหว (movement) และเรียกชื่อว่า TSQM (Teacher and School Quality Movement)
แล้วจะมีวิธีจัดการการเคลื่อนไหวนี้อย่างไร มีหลักการเชิงยุทธศาสตร์อย่างไร
หลักการเชิงยุทธศาสตร์คือ หนุนให้ครูและโรงเรียนเป็นแกนนำสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่พื้นที่ และแก่ประเทศ คือครูและโรงเรียนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) หนุนหรือเปิดโอกาสให้ครูเป็น agentic teacher โรงเรียนเป็น agentic school โดยที่เวลานี้โครงการ TSQP ได้หนุนให้เกิดโรงเรียนที่มีความสามารถดังกล่าวอย่างน้อยสองสามร้อยโรงเรียน และมีครูนับพันคนที่ทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้
แนวความคิดหนุนให้ครูเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ ตรงกับข้อเสนอของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติใน World Education Summit 2022 อ่านได้ที่ (๑)
เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยวงจรการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานในโรงเรียนของตนเอง ที่ครูรวมตัวกันเรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียนและภาคีในพื้นที่ มี DE (Developmental Evaluation) เป็นเครื่องมือช่วยที่ทรงพลังยิ่ง แถมยังใช้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามโรงเรียนได้ และการระบาดของโควิดช่วยให้เราค้นพบวิธีใช้ DE เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติในลักษณะ online ได้ ช่วยให้โรงเรียนที่อยู่ห่างไกลกันก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก แต่ต้องมีทีมหนุนที่มีทักษะสูง
TSQM จึงเป็นขบวนการหนุนการเรียนรู้ของครูและของโรงเรียน หรือของระดับปฏิบัติการ ที่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันของทีมงานผ่านการปฏิบัติ ที่เรียกชื่อว่า PILA – Participatory Interactive Learning through Action ที่เครื่องมือตัวหนึ่งคือ Kolb’s Experiential Learning Cycle/Spiral อีกตัวหนึ่งคือ Multiple-Loop Learning และตัวสำคัญที่สุดคือ DE ผมมีความเห็นว่า กสศ. ควรหนุนด้วยเครื่องมือเชิงปัญญาเหล่านี้ เป็นการหนุนด้วยทุนปัญญา ไม่ใช่ทุนเงินเหมือนตอนเป็นโครงการ TSQP
ใน TSQM กสศ. หนุนด้วยทุนปัญญา ให้ครูและโรงเรียนที่ต้องการพัฒนาตนเองมีการเรียนรู้จากการทำงาน เพื่อยกระดับผลงานของตน ซึ่งก็คือผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ที่เป็น holistic learning คือครบด้าน VASK และครูและโรงเรียนยกระดับปัญญาของตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปฏิบัติงาน
ใน TSQP โรงเรียนเข้าร่วมโครงการผ่านทีมพี่เลี้ยง (หรือ Node) ไปชักชวน แต่ใน TSQM โรงเรียนเข้าร่วมขบวนการโดยตนเองสมัคร ไม่มีใครชวน ไม่มีใครชักจูง คือเข้าร่วมเพราะเห็นคุณค่า แรงจูงใจในการเข้าร่วมไม่ใช่ทรัพยากรที่เป็นเงิน แต่เป็นเรื่องของการมีเพื่อนร่วมขบวนการ สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนางาน ผ่านเครื่องมือ DE
ชาลาขับเคลื่อนขบวนการ TSQM จึงเป็นชาลา DE ที่ต้องการทีมงานมาจัดการ DE ผ่านกลไกทาง ออนไลน์ และหากจำเป็นอาจมีการจัดวงแบบพบตัว (ออนไซต์) บ้าง สำหรับทีมโรงเรียนที่เอาจริงเอาจัง และมีผลงานดี
กสศ. มีทางเลือกสองทาง คือบริหารหรือจัดการเรื่อง DE เองด้วยพนักงานของ กสศ. หรือ outsource ให้ทีมงานภายนอกรับไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเลือกแนวใด ต้องการคณะกรรมการกำกับทิศคอยช่วยให้ความเห็น
และอาจต้องมีทีมเยี่ยมเพื่อเก็บข้อมูลที่โรงเรียน ที่ กสศ. อาจทำเอง หรือ outsource ให้ทีมภายนอกดำเนินการ โดยต้องมีแผนการดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อเก็บเกี่ยวผลงานดีๆ เอามาใช้ขับเคลื่อนการ “เปลี่ยนขาด” (transform) ระบบการศึกษา และส่วนหนึ่งจะเป็นข้อมูลป้อนสู่กิจกรรม มหกรรมครูและโรงเรียนเป็นผู้นำการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ผมลองจินตนาการเสนอไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความเสมอภาคและคุณภาพการศึกษาไทย
วิจารณ์ พานิช
๒๓ มิ.ย. ๖๖