วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ผมเข้าร่วมการประชุม เรื่อง “เป้าหมายและความคาดหวังต่อการติดตามและประเมินผลของกองทุน ววน.” ที่เป็นการประชุมร่วม ๓ บอร์ด ของ สกสว. คือ กสว., คณะกรรมการติดตามและประเมินผล, และคณะกรรมการอำนวยการ สกสว. ผมได้รับเชิญเข้าร่วมในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการติดตามและประเมินผล
ผมตีความว่า กระบวนการประชุมดำเนินการภายใต้แนวทางของ DE โดยทีมจัดประชุมเตรียมข้อมูลมานำเสนอดีมาก เพื่อให้สมาชิกของทั้ง ๓ บอร์ดช่วยกันตีความหาความหมายของข้อมูลเหล่านั้น เพื่อใช้เป็น feedback / feed forward สู่การพัฒนาระบบ ววน. ซึ่งเท่ากับมองว่า กรรมการทั้งสามชุดเป็น stakeholders
หากมองแบบนี้ ข้อน่าชื่นชมคือ ทีมงานของ สกสว. ทำการบ้านชงข้อมูลมาอย่างดีเยี่ยม ข้อที่น่าจะพิจารณาปรับปรุงในโอกาสต่อไป คือ วงประชุมขาด stakeholders สำคัญไป ๒ กลุ่ม อย่างน่าเสียดาย คือกลุ่ม PMU และหน่วยงานรับ FF (Fundamental Fund) กับกลุ่มตัวแทนนักวิจัย
ผมเตรียมไปสังเกตว่า การทำหน้าที่ facilitator ของวงประชุม ให้เกิดบรรยากาศของ dialogue เป็นอย่างไร บรรยากาศของกระบวนการเป็น dialogue หรือ discussion (หรือ debate) มีการตีความข้อมูลแตกต่างกันโดยคนที่มาจากต่างคณะกรรมการหรือไม่
อีกข้อสังเกตหนึ่งคือ บรรยากาศของการประชุม มีความไม่เป็นทางการ มีบรรยากาศแนวราบแค่ไหน ปัจจัยอะไรที่ทำให้บรรยากาศเป็นเช่นนั้น ข้อคำถามที่นำสู่การไปสังเกตการณ์นี้ ก็เพื่อนำประสบการณ์นี้มาทำความเข้าใจ หรือเรียนรู้ DE ให้ลึกและเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติจริงได้ดียิ่งขึ้น
ข้างบนนั้น เขียนก่อนการประชุม
ในช่วงการประชุม บรรยากาศและสาระที่ได้ ดีกว่าที่ผมคิดไว้มาก โดยมีการเชิญผู้อำนวยการ PMU และตัวแทนบอร์ดของ PMU เข้าร่วมประชุมด้วย บรรยากาศการประชุมเป็น dialogue ที่ให้มุมมองจากหลากหลายแง่มุม ผมมีข้อสังเกตว่า มีการตีความจากข้อมูลที่นำเสนอน้อยไป แต่ด้วยการที่ผู้เข้าร่วมประชุมมีข้อมูลภาพใหญ่ของระบบ ววน. ดี เมื่อได้รับการกระตุ้นจากข้อมูลที่เสนอ จึงได้ข้อสะท้อนคิดที่มีค่ายิ่ง
เมื่อมองจากมุม DE ผมเรียกว่าการประชุมนี้เป็นกระบวนการ Beyond DE คือได้คำตอบที่เลยจากคำถามที่กำหนดไว้
ทีมงานของ สกสว. ตั้งคำถามใหญ่ ๓ ข้อ โดยแต่ละข้อมีคำถามย่อยอีกหลายข้อ ผมยกมาเฉพาะคำถามใหญ่ ดังนี้ (๑) การปรับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผล และความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ กสว. และ อนก. (๒) แนวทางติดตามประเมินผลกองทุน ววน. (๓) การพัฒนาระบบ ววน.
ผมขอสะท้อนคิดเพื่อเรียนรู้เฉพาะเรื่องการนำ DE ไปใช้ประโยชน์ในบริบทของการพัฒนาระบบ ววน. ไม่ก้าวเข้าไปเรื่องการพัฒนาระบบ ววน. เพราะบันทึกนี้เป็นเรื่อง DE ไม่ใช่เรื่อง ววน. (เรื่อง ววน. จะอยู่ในอีกบันทึกหนึ่ง)
เพราะการประชุมนี้ผู้จัดเน้นเรื่องการพัฒนา ววน. และผมเดาว่าเขาจัดการประชุมตามปกติ ไม่ได้คิดจัดประชุมแบบ DE ดังนั้นการดำเนินการประชุมจึงเป็นไปตามปกติ ตัวผมเองต่างหากที่ลากเอา DE เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยการสะท้อนคิด
ได้ข้อเรียนรู้ ๒ ประเด็นหลัก คือการใช้ประโยชน์ของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) กับการใช้ประโยชน์ของ “คุณอำนวย” (facilitator) ที่ต้องใช้ร่วมกัน หรือให้ synergy กัน
บรรยากาศในการประชุม ชี้มาที่ สกสว. ให้เป็น actor ในขณะที่ในกระบวนทัศน์แนว DE ต้องชี้ไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มด้วย คือหลังวงสานเสวนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลับไปกระทำการบางเรื่องที่ตนเองเกี่ยวข้อง (เป็น actor) ไม่เพียงออกความเห็น ถือเป็นส่วนหนึ่งของ feedback สู่ action ไม่หยุดอยู่แค่ feedback สู่ idea อย่างที่เราคุ้นเคย ตามที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖
จะเป็นเช่นนี้ได้ facilitator ต้องฝึกมาให้เป็น facilitator ของ DE โดยเฉพาะ คือมีเทคนิคสร้างบรรยากาศของวง dialogue ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตระหนักว่า ตนต้องทำหน้าที่ actor ด้วย ไม่เพียงทำหน้าที่ idea giver เท่านั้น โดยใช้เป้าหมายที่ทรงคุณค่าร่วมกัน (common purpose) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นพลังรวมใจ สู่การเปลี่ยนแปลงบทบาทต่อกิจกรรมเพื่อการพัฒนานั้นๆ ซึ่งในกรณีนี้คือ ทำให้ระบบ ววน. เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สู่ประเทศรายได้สูง สังคมดี
วิจารณ์ พานิช
๑๗ มิ.ย. ๖๖