เมื่อวานนี้ (๕ มกราคม ๒๕๕๐) ผมได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงวิธีการเขียนบล็อกในระบบ gotoknow กับคณะครู และนักเรียนกลุ่มเม็กดำที่แบ่งเป็น ๒ กลุ่มย่อยทั้งเช้าและบ่าย ในห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเม็กดำ
ครั้งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นโอกาสแรกในการออกไปฝึกรบแบบ “จรยุทธ” นอกที่ตั้ง และนอกศูนย์เรียนรู้
แต่ก็ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาความพร้อมในการทำงานบนบล็อกของครูระดับประถม ที่มีความสนใจจะใช้การเขียนบล็อกเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการความรู้ด้านการประสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับระบบการเรียนการสอนของโรงเรียน แบบ “ตัวจริงเสียงจริง” ของกลุ่ม “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”
ซึ่งมีการเชิญกลุ่มภูมิปัญญาท้องถิ่นกลุ่ม “ช้างน้าว” ที่เป็นผู้อาวุโสทางคุณวุฒิและวัยวุฒิในท้องถิ่นเข้าร่วมกระบวนการ
การฝึกแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ดำเนินการไปจนครบจำนวนครู ๒๔ คนกลุ่ม “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ที่มีอยู่ในโรงเรียน

ทำให้ครูมีความเข้าใจในการทำงานในบล็อกให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้ที่เคยมีเพียงการประสานกันเอง ภายในชุมชนท้องถิ่น มาเป็นการประสานกับชุมชนในระดับอินเตอร์เนต ที่น่าจะสามารถเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้กว้างขวางขึ้น
ทั้งในกระบวนการพัฒนาเชิงเทคนิควิธีการสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนในวิชาต่างๆ ที่ออกแบบอย่างอิสระไว้อย่างหลากหลาย
เมื่อระบบการทำงานของครูในระบบบล็อกมีความคล่องตัวแล้ว ในอนาคตอันใกล้ ก็คาดว่าจะทำให้มีการเลื่อนไหลของกระแสและคลื่นความรู้จากกลุ่มเล็กๆที่มีพลังกลุ่ม “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”นี้เข้าสู่กระแสเกลียวคลื่นการจัดการความรู้ของระดับประเทศได้อย่างมีพลัง
อันเนื่องมาจาก
- เป็นฐานการปฏิบัติที่ได้ผล (Best practice)
- ในระดับชุมชน (COP) ทีมีทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ควรแก่การศึกษา
- เพื่อนำไปเป็นต้นแบบของการทำงานการจัดการความรู้ในระดับชุมชน
- โดยอาศัยพลังของคนในพื้นที่แบบ “KM ธรรมชาติ” ที่มีอยู่แล้ว
- มาประสานกับพลังการขับเคลื่อนของภาคราชการแบบ “กลมกลืน”
อย่างที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่ในชีวิตจริง
การแลกเปลี่ยนเรียรู้ในครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นที่มีการปฏิบัติจริงเป็นพื้นฐานรองรับอยู่ของกลุ่ม “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”
ผมจึงเชื่อว่า อีกไม่นานเกินรอ เราจะได้เห็นกลุ่มคนที่ทรงพลังกลุ่มนี้เบ่งบานตัวเองแทรกเข้ามาในระบบ gotoknow อย่างมีความหมายต่อการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของประเทศไทย
กรุณาติดตามชมตอนต่อไปครับ
หมูอาจจะกลัวน้ำร้อนก็ได้
แต่ด้วยพลังของการอยากรู้อยากเห็นอยากทดลอง
มีมากเกินกว่าที่จะไปกังวลกับน้ำร้อน อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า น้ำร้อนมีหลายระดับ ตั้งแต่อุ่นนิดๆ อุ่นขึ้นๆๆ ร้อนนิดๆ ร้อนมากขึ้น ๆ
ถ้ายอมเข้าไปสัมผัสแต่แรก
เรียนรู้ระดับความร้อน
ร่างกายก็จะเตรียมสภาพรองรับได้
หมูไม่กลัวน้ำร้อน เป็นคำชมพวกหัวไวใจสู้
หมูขี้เรื้อน เป็นคำเรียกพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
ครับท่านเล่าฮู
ครูบาครับ
ตอนนี้ทาง สคส ก็แสดงท่าทีในวันก่อน ว่าจะมาเช็ดน้ำตา "หมู" กลุ่มนี้แล้วครับ
และยังออกมาย้ำให้ชัดเจนขึ้นอีกเมื่อวานนี้
เรามีความหวังแล้วครับ
ครูที่ดีทั้งหลายครับ ท่านเจ้าสำนักกรุณาเราขนาดนี้ ต้องรีบแล้วครับ
เป็นการเปิดศักราชปีหมู ที่มีความหมายมาก
ตอนนี้เรามี
1 หมูไม่กล้วน้ำร้อน
2 หมูเขี้ยวตัน
3 หมูKM.
4 หมูเหมยซาน
5 หมูป่า
พอที่จะจัดกองทัพหมู ไปขึ้นเขียงแล้วยัง
อ้วนแล้วยัง ขึ้นเวทีได้ไหม นี่คือการบ้าน
ครูบาพูดเหมือนจะให้ผมไปเม็กดำไม่ได้อีกนะครับ เพราะทีมงานของเราที่นั่นตัวใหญ่ทุกท่านนะครับ
ตั้งแต่ ผอ. ลงมาเลยครับ
เข้ามาให้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณครับ คุณอัจฉรา
อยากให้เป็นกำลังใจให้กับทีมเม็กดำ ครับ
ผมว่า ตอนนี้ เม็กดำ คงเข้มแข็งแล้วครับ และจะมีศึกหนักรออยู่ข้างหน้า ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความมีชื่อเสียงและความสามารถนั่นแหล่ะครับ
แต่ทีมนี้เข้มแข็งกันทั้งทีมครับ คิดว่า น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับครูชั้นประถมในการจัดการความรู้ในระดับประเทศครับ
ท่านสิงห์ป่าสัก ครับ ตอนนี้ครูบา ท่านบอกให้ผมแหกค่ายมฤตยู ครับ ตามที่ผมดูในหนัง ผมต้องขุดอุโมงค์ลอดกำแพงใต้กระทรวงศึกษา ไปโผล่แถวสี่เสา ครับ ไม่รู้จะรอดหรือเปล่าครับ แต่หวังว่า ท่านสิงห์ป่าสักคงไม่ต้องขุดอุโมงค์ลอดถนนพหลโยธินไปโผล่แถววิภาวดีนะครับ
อาจารย์ครับ ผมยังสอบถามเรื่องเดิมครับ สอบถามเรื่องการทำนาแบบไม่ไถพรวน ครับ ผมสามารถสืบค้นได้ที่ไหนบ้างครับ รบกวน ขอบคุณครับ http://blog.trekkingthai.com/sailomloy/tag/blog
นะครับ…กรุณาด้วยครับ นับถือ น้องไข ชุมพร
ลองค้นดูตามแนวคิดของท่าน มาซาโนบุ ฟูกุโอกะ อาจจะมีครับ ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ เดี๋ยวขะลองดู หนังสือแปลก็มีครับ “การปฏิวัติด้วยฟางเส้นเดียว” มีคนนำมาถ่ายทอดมากมายครับ
อิอิ ชอบๆค่ะ ปีนี้ปีหมูไม่กลัวน้ำร้อน ^__*