บทความเรื่อง The merit systems at universities is not fit for purpose ลงในเว็บไซต์ University World News วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๕ บอกเราว่า ต้องมีการยกเครื่องระบบให้คุณให้โทษแก่อาจารย์มหาวิทยาลัย
บทความนี้เขียนจากการสัมภาษณ์ ประธานของ International Association of Universities (IAU) ที่กำลังจะจัดการประชุม IAU 2022 16th General Conference ในหัวข้อ Relevance and Value of Universities to Future Society ในวันที่ ๒๖ - ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่นคร Dublin ประเทศไอร์แลนด์ โดยอ่าน ฉบับเต็มได้ที่ (๑) สรุปได้ว่าเป็นการประชุมเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ที่อุดมศึกษาจะทำประโยชน์แก่สังคมในอนาคตได้ ในท่ามกลางสภาพสังคมปัจจุบันที่มีความท้าทายสารพัดด้าน ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผมเขียนบันทึกนี้ ยังไม่มีรายงานผลการประชุมออกมา
บทความ The merit systems at universities is not fit for purpose บอกว่า ระบบให้คุณให้โทษแก่อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับความคาดหวังให้อุดมศึกษาทำหน้าที่ transform สังคมในอนาคต ที่อาจารย์จะต้องออกไปทำงานในพื้นที่ แต่ความก้าวหน้าของอาจารย์ยังคงขึ้นกับผลงานตีพิมพ์ อ่านมาถึงตรงนี้ ก็ใจชื้นว่า กระทรวง อว. ของเราก้าวล้ำหน้าไป ๑ ก้าวแล้วในเรื่องการมีเกณฑ์ความก้าวหน้าถึง ๕ แบบ ที่ยังต้องดำเนินการต่อไปคือการสร้างวัฒนธรรม social engagement ใน working platform ของอุดมศึกษาไทย
หลักยึดในการทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงสังคม ที่เขาเสนอคือ SDG 2030 ที่มี 17 goals, 169 targets และการที่ THE University Impact Ranking จัดอันดับมหาวิทยาลัยตามผลกระทบต่อ SDG เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงสังคมของมหาวิทยาลัย ทำให้การทำหน้าที่นี้ได้รับการยอมรับ
ผมตีความว่า ข่าวนี้น่าจะบอกสถาบันอุดมศึกษาไทย ที่เอาจริงเอาจังต่อการทำหน้าที่ transform สังคม หรือ social engagement ที่จะหาทิศทางการทำงานของตนที่ชัดเจน น่าจะได้ศึกษา SDG และ THE Impact Rankings สำหรับนำมาเป็นเข็มทิศชี้ทาง และบอกระดับผลงานของตน และต้องคิดต่อว่า จะสร้างระบบจูงใจให้คณาจารย์ทำงานสร้างสรรค์สังคมในแนวทางดังกล่าวได้อย่างไร
เท่าที่ผมทราบ มช. เข้มแข็งมากในเรื่องนี้
พอดีมีข่าว เปิดผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยด้านความยั่งยืน ปี ๒๕๖๖ บอกว่า QS จัด QS World University Rankings : Sustainability เป็นครั้งแรก สะท้อนแนวโน้มโลกในการผลักดันให้อุดมศึกษาทำหน้าที่ transform สังคม ซึ่งเมื่อดูผลของประเทศไทยก็พบว่า จุฬาฯ มาเป็นอันดับ ๑ ตามด้วย มช. มีรายละเอียดใน (๒)
วิจารณ์ พานิช
๓๐ ต.ค. ๖๕