ชื่อหัวข้อของบันทึกนี้โผล่ขึ้นมาระหว่างประชุมกลั่นกรองข้อเสนอของทีมงานบริหารจัดการโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ชุดที่ ๒ ปีที่สาม (พ.ศ. ๒๕๖๕) เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕
เนื่องจากโครงการนี้มีกำหนด ๓ ปี และเป็นโครงการที่มีเป้าหมายหนุนการสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่โรงเรียนอย่างยั่งยืน และจะเป็นเช่นนั้นได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารการศึกษาของประเทศด้วย ช่วงปีที่ ๓ ของโครงการจึงเป็นช่วง “เก็บเกี่ยวผล” (harvest) สำหรับนำไปแปรรูปต่อเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และสารสนเทศเพื่อการสื่อสารสาธารณะ
ข้อเสนอโครงการที่มีคุณเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ เป็นหัวหน้าโครงการนี้ มีข้อดีคือ ท่านทำงานนี้มาตลอดเวลา ๓ ปี เห็นวิวัฒนาการความก้าวหน้าของโครงการมาตลอด จึงเสนอออกแบบการทำงานที่มีความแตกต่างจากปีก่อนๆ ค่อนข้างมาก การประชุมกลั่นกรองโครงการครั้งนี้จึงมีการให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนกันอย่างออกรส และประเทืองปัญญามาก เป็น “ชาลาเรียนรู้” (learning platform) สำหรับผม
ข้อแตกต่างของงานในปีที่ ๓ คือ (๑) ใช้ DE ระดับทีมพี่เลี้ยง กับทีมงานของ กสศ. (๒) เก็บเกี่ยวและสกัดความรู้ทางวิชาการ (๓) ทำงานด้านนโยบายสาธารณะ เพื่อฝังแนวทางโรงเรียนพัฒนาตนเองเข้าสู่เขตพื้นที่การศึกษา และระบบการศึกษา (๔) เก็บข้อมูลส่งให้งานมหกรรมพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (๕) มีการจัดการความเสี่ยง
ผมคิดว่า สาระและกระบวนการในการประชุมนี้ เป็น “ชาลาเรียนรู้” สำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อทีมงานของ กสศ. ที่ข้อเรียนรู้สำคัญน่าจะได้แก่แนวทางใช้ DE เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ เพื่อทำหน้าที่ catalyst for change
วิจารณ์ พานิช
๗ ก.ย. ๖๕