เย็นวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ผมเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการบริหารองค์กรของผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)    ที่มี รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน เป็นประธาน

ผมเสนอต่อที่ประชุมว่า    น่าจะใช้การประเมินนี้ ช่วยเป็นกลไกสร้าง solidarity ของหน่วยงานในระบบ ววน. (วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ที่เพิ่งได้รับการปรับโครงสร้างให้มาอยู่ในกระทรวง อว. ด้วยกัน เมื่อปี ๒๕๖๒    และจนบัดนี้ ก็ยังไม่เป็นระบบที่กลมเกลียวเป็นเนื้อเดียวกัน   

วิธีการคือ ใช้การประเมินแบบ DE    มองว่าผู้บริหารหน่วยงานในระบบ ววน. เป็น stakeholders (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) ของ สกสว.   และเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งกันและกัน   คณะอนุกรรมการสามารถใช้คำถามในการเสวนากลุ่ม    เพื่อให้ผู้บริหารของหน่วยงานในระบบ ววน. มองเห็นความจำเป็นที่แต่ละหน่วยงานต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นในระบบ   เพื่อให้ระบบ ววน. Deliver ผลกระทบต่อสังคมไทยตามความคาดหลังของการปรับโครงสร้าง มาตั้งกระทรวง อว.   

คณะอนุกรรมการจะสามารถให้ข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงวิธีทำงานของ สกสว. เพื่อให้ทำหน้าที่สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของหน่วยงานในระบบ ววน. ได้ดียิ่งขึ้น    หรือข้อค้นพบของการประเมินอาจช่วยให้คณะอนุกรรมการมีความเห็นหนุนแนวทางของท่าน ผอ. สกสว. ที่ทำงานด้านนี้ได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว   แต่มีข้อเสนอแนะต่อกลไกระดับเหนือขึ้นไปให้ปรับวิธีการหรือยุทธศาสตร์บางส่วนก็เป็นได้      

นอกจาก stakeholders ภายนอก สกสว. แล้ว    DE จะช่วยให้ stakeholders ภายใน สกสว. เอง ได้มีโอกาส dialogue กัน ภายใต้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง (ต่างจากบรรยากาศการปฏิบัติงาน) ที่คณะอนุกรรมการประเมินจัดขึ้น   น่าจะช่วยให้ได้มุมมองใหม่ๆ ที่เป็นการมองผ่านข้อมูลที่เป็นรูปธรรม    และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานภายใน สกสว. เอง    หรือ solidarity ภายใน สกสว. เอง      

โชคดีที่ท่านประธาน และกรรมการท่านอื่นๆ อีก ๓ ท่านเห็นด้วย   

การประเมินนี้ น่าจะใช้เวลาราวๆ ๖ เดือน    ไปสิ้นสุดราวๆ เดือนมีนาคม ๒๕๖๖   ผมคงจะมีโอกาสนำข้อเรียนรู้มาเล่าสู่กันฟัง ว่าการณ์จะเป็นไปตามที่ผมคาดหวังหรือไม่    

วิจารณ์ พานิช

๒๓ ส.ค. ๖๕