หลังจากการจัดนิทรรศการในรายวิชา PTOT 262 Health Promotion and Prevention across life span ที่ได้มีการนำเสนอโครงการและเว็บไซต์ มีการบูรณาการความคิดเข้ากับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม และเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ อีกทั้งยังมีท่านอาจารย์คอยชี้แนะเพิ่มเติม ทำให้เกิดความคิด ความรู้ กระบวนการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย
ก่อนหน้านี้ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ขึ้นปี 2 มา ความกล้าในการพูดชั้นเรียนหรือการแลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ กับเพื่อนค่อนข้างที่จะน้อยลง คอยกังวลทุกครั้งที่จะต้องมาทำกิจกรรมกลุ่มหรืออภิปรายงานกลุ่ม เพราะจะชอบคิดไปก่อนว่าตัวเองนั้น “ทำไม่ได้” “ไม่มีความคิดดี ๆ นำเสนอเพื่อน” แต่ความคิดเหล่านี้หายไปหมดเมื่อได้มาเรียนในรายวิชา PTOT 262 Health Promotion and Prevention across life span
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการจัดทำเว็บไซต์ “Consult with OT”
- รายวิชานี้ทำให้ตัวดิฉันเองได้เรียนรู้ที่จะฝึกตัวเองให้มีความกล้าที่คิดริเริ่มโครงการหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ กล้าที่จะนำเสนอแนวคิด กล้าที่จะนำเสนอเว็บไซต์หรือโครงการและกระบวนการ ให้ออกมาเป็นรูปร่าง สามารถใช้ได้จริง และมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของเราได้อย่างยั่งยืน
- รายวิชานี้ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มคณะผู้จัดทำที่ช่วยกันทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมา ไม่ได้เกิดจากการที่เราเลือกกลุ่มกันเอง แต่เป็นท่านอาจารย์ที่สุ่มเลือกสมาชิกกลุ่มให้พวกเรา เลยยิ่งเป็นความท้าทายในการทำงานกลุ่มเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะเพื่อน ๆ บางคนเราก็ไม่เคยได้ร่วมทำงานกันมาก่อน จึงทำให้เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวอยู่ร่วมกับเพื่อน เอาใจเขามาใส่ใจเรา และมีการประนีประนอมซึ่งกันและกัน
- ในการทำงานกลุ่มทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะฟังเสียงของเพื่อน ๆ ให้มาก ฟังโดยเปิดใจรับความคิดเห็นใหม่ ๆ แม้ความคิดเห็นเพื่อนจะไม่ได้ตรงกับตัวเราเอง แต่เราจะไม่คิดไปก่อนว่าความคิดเห็นเพื่อนผิด ยิ่งเราฟังความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ในกลุ่มมากเท่าไหร่ เรายิ่งจะได้แนวคิดใหม่ ๆ เพิ่มเติมด้วย อีกทั้งข้อเสนอแนะที่ทั้งท่านอาจารย์และเพื่อน ๆ กลุ่มอื่น ๆ แนะนำมาก็เป็นประโยชน์และเป็นรูปแบบความคิดที่ทางพวกเราต้องพร้อมที่จะรับฟังและเรียนรู้ เนื่องจากท่านอาจารย์และเพื่อน ๆ กลุ่มอื่นเป็นคนนอกที่มองดูโครงการหรือเว็บไซต์ของเราโดยที่ไม่มีอคติหรือความชอบส่วนตัว ไม่เหมือนที่เรามองเว็บไซต์ของเราเองที่อาจจะใส่ความชอบของเราว่าเว็บไซต์ของเรา”ดีที่สุด” จึงทำให้เราสามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาเว็บไซต์ของเราให้พัฒนาดีขึ้นและยั่งยืน
- ในการทำงานกลุ่มนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ การทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และสำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้ หากในกลุ่มมีการมอบหมายงานให้แต่ละคนทำ เราก็ควรที่จะเรียนรู้และทำให้เสร็จตามกำหนดเพื่อไม่ให้เกิดการคลาดเคลื่อนในการทำงาน
- มีการเรียนรู้นำแนวคิด PEO model มาปรับใช้ในการมองถึงตัวบุคคลหรือว่า Person สิ่งแวดล้อมรอบตัวของตัวบุคคลกลุ่มเป้าหมายของเรา(Environment) และอีกทั้งกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าและยั่งยืน(Occupation)
- การทำเว็บไซต์ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะกล้าลองผิดลองถูก เมื่อผิดเราก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขเพื่อให้มันถูกต้อง ทำให้เราได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกการมีสติ ไม่ลน ไม่ตื่นตูม แก้ปัญหาโดยใช้สติ ใช้ความรู้ที่เราได้เรียนมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพ
- การทำเว็บไซต์ที่ท้าทายและมีคู่แข่งอยู่มากมาย ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะหาจุดแข็ง การทำสิ่งที่คู่แข่งเราไม่มีในเว็บไซต์ การหา partnerships และทีมสหวิชาชีพที่มีความสามารถ อย่างสิ่งที่เรานำมาเป็นจุดแข็งที่เว็บไซต์คู่แข่งไม่มีคือ การมีพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เว็บไซต์ของเรากลุ่มเป้าหมายไม่ต้องเสียค่าบริการ
- การทำเว็บไซต์เราได้เรียนรู้ที่จะต้องเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยการอ้างอิงวิจัยต่าง ๆ รวมถึงการหาบทความให้ความรู้ การประเมินที่ถูกต้อง เช่น DSM-5 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของเราเชื่อมั่นและไว้ใจเว็บไซต์ของเรา
- อีกการเรียนรู้หนึ่ง จากการทำเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล คือ ต้องมีกลุ่มเป้าหมายมาใช้งานจริง โดยเว็บไซต์ของเราเป็นเว็บไซต์เปิดใหม่ เราจึงต้องทำให้เป็นที่รู้จักหรือนิยม โดยอาจใช้ platform โซเชียลต่าง ๆ เช่น facebook , instagram , youtube , tiktok และอื่น ๆ ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ โดยอาจสื่อออกมาเป็นคลิปสั้นให้ความรู้ ทำคอนเทนท์ บทความให้ความรู้ ทำโปสเตอร์ การเล่าปากต่อปาก การประชาสัมพันธ์ผ่านหมู่บ้าน และอื่น ๆ
เว็บไซต์ Consult with OT เป็นเว็บไซต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายแค่ส่วนตัวผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลใกล้ชิดของเด็กออทิสติก ไม่ได้ลงไปถึงชุมชนหรือบุคคลอื่น ๆ การที่เราได้เรียนรู้จากการทำเว็บไซต์นี้ทำให้เราเริ่มมีความคิดที่จะสานต่อเพื่อให้สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ชุมชนได้ …
พัฒนาไปสู่ชุมชนได้อย่างไร?
ในตอนนี้เว็บไซต์ Consult with OT เป็นเว็บไซต์ที่ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจหรือเป็นบุคคลที่มีเศรษฐานะ เพราะเนื่องจากเราต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงเว็บไซต์ ต้องมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในการเข้าถึง แต่ในการที่เราจะเข้าถึงชุมชน เราจะต้องทำให้มันสะดวกและง่ายต่อกลุ่มเป้าหมายในหลาย ๆ คน หากเป็นชุมชนที่อยู่ในเขาหรือชนบท พวกเขาเหล่านั้นอาจไม่มีสิ่งแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุน อย่างเช่น บนเขาสัญญาณไม่ถึง ไม่มีอินเทอร์เน็ต ดิฉันเลยได้ลองคิดแนวทางที่จะให้เข้าถึงชุมชนมากที่สุด
- การทำงานร่วมมือกับทีมสหวิชาชีพ ร่วมมือกับนักสังคมสงเคราะห์ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ ผู้ว่าจังหวัดต่าง ๆ ที่สามารถประชาสัมพันธ์หรือเข้ามามีส่วนร่วมกับเว็บไซต์ของเราได้ โดยตัวเว็บไซต์เราอาจจะนำมาทำเป็นโปสเตอร์ โบรชัวร์เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและรับรู้ของคนในชุมชนมากขึ้น
- การจัดกิจกรรมหรืองานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น งานให้ความรู้ตามชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจต่อตัวลูก หลานของตนเองที่อาจเป็นโรคออทิสติก ด้วยความที่หากคนในชุมชนอยู่ในชุมชนที่ปิดแคบ ไม่มีคนมาให้ความรู้ บางครั้งถ้ามีเด็กที่เป็นออทิสติก อาจทำให้คนในชุมชนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อตัวเด็กได้ การที่เราลงมือเข้าไปมีส่วนช่วยในชุมชนในการให้ความรู้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้า และมีวิธีการดูแลเด็กออทิสติกได้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มเราได้
โดยการจัดกิจกรรมหรือให้ความรู้ในชุมชน ดิฉันได้ลองคิดกิจกรรมคร่าว ๆ มานั่นคือ
- กิจกรรมฝึกการแสดงสีหน้า กิจกรรมนี้เป็นการให้ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลใกล้ชิดเด็กออทิสติกฝึกให้เด็กรู้จักและเข้าใจที่จะแสดงสีหน้า ท่าทางต่าง ๆ ออกมา เนื่องจากเด็กออทิสติกไม่รู้ว่าพวกเขาต้องแสดงสีหน้าออกมาเมื่อมีความรู้สึกอะไร เช่น เมื่อเด็กรู้สึกมีความสุข แต่เด็กไม่รู้ว่าความสุขต้องแสดงสีหน้าออกมาแบบไหน ไม่รู้ว่าต้องยิ้ม หรือเวลาเศร้าแล้วเด็กจะร้องไห้ ในบางครั้งเด็กก็ไม่รู้ว่าสีหน้าที่คนอื่นแสดงออกมามีความหมายว่าอะไร กิจกรรมนี้ก็จะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้เด็กสามารถฝึกแสดงสีหน้ามากขึ้น อีกทั้งยังได้ให้ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลใกล้ชิดมีเวลาอยู่กับเด็ก หรือ Quality of time ที่มากขึ้น เพื่อเรียนรู้เด็กออทิสติกเพิ่มมากขึ้น

2. กิจกรรมฝึก ADL ให้แก่เด็กออทิสติก การสอนและฝึกให้เด็กสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น การทานอาหาร การใส่เสื้อผ้า เป็นต้น ส่วนนี้ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลจะเป็นส่วนสำคัญในการฝึกเด็ก เนื่องจากเด็กออทิสติกจะมีความสามารถของตัวรับความรู้สึก และกระบวนการนำความรู้สึกไปที่สมองผิดปกติ ซึ่งอาจมากเกินไปหรือน้อยเกินไป โดยเฉพาะด้านระบบการทรงตัว (vestibular sense) การรับสัมผัส (tactile sense) และการรับความรู้สึกจากเอ็นและข้อ (proprioceptive sense) การที่เราให้กิจกรรมนี้ต่อคนในชุมชนจะทำให้พวกเขามีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปรับตัวอยู่กับเด็กออทิสติกได้
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณรายวิชานี้ที่ทำให้ดิฉันได้ฝึกการกล้าแสดงออก กล้าเสนอความคิดเห็น กล้าที่จะนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้เรียนมาปรับใช้ให้เกิดเป็นเว็บไซต์ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่คอยแนะนำ และสั่งสอน คอยบอกถึงปัญหาให้เราได้พัฒนา ปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มที่คอยช่วยทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาได้อย่างดีเยี่ยม การที่เว็บไซต์เราเป็นแบบนี้ได้ส่วนหนึ่งมาจากการรวบรวมนำความคิดของทุกคนมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เวลาเกิดปัญหาทุกคนก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เว็บไซต์ของเราออกมาดีและมีคุณภาพอย่างยั่งยืน
