“ถ่านไม้ไผ่อัดแท่ง” 

 

   -“แนวคิดผลิตถ่านไผ่เกิดจากการนำต้นไผ่อ่อนที่ถูกตัดทิ้งเพื่อมาใช้ทำต้นกล้าเพาะขายที่เกิดขึ้นถึงปีละกว่า 4-5 หมื่นต้น มาเผาเป็นถ่านหุงต้ม ซึ่งโดยปกติทั่วไปนิยมใช้ไผ่แก่มาเผาทำให้ได้ถ่านที่มีคุณภาพความร้อนสูง แต่ภายหลังจากทดลองนำลำไผ่อ่อนมาเผาแล้วปรับวิธีจนได้คุณภาพมาตรฐานพลังงานเทียบเท่าหรือมากกว่าถ่านจากไผ่แก่หรือจากไม้เบญจพรรณเสียด้วย”

  

 

-"แต่เดิมชาวบ้านมีการเผาถ่านไว้ใช้และขายกันตามปกติ โดยใช้ไม้ชนิดต่างๆ จึงมองว่าหากทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบความเสียหายต่อการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ อีกทั้งยังทำลายระบบนิเวศ ขณะเดียวกัน พบว่าลำไผ่อ่อนที่ชาวบ้านตัดเพื่อนำต้นกล้ามาเพาะพันธุ์มีอยู่เป็นจำนวนมากน่าจะใช้ประโยชน์ทดแทนได้ จึงขนย้ายไม้ไผ่อ่อนจากพื้นที่ที่ชาวบ้านแต่ละรายปลูกกันเอาไว้ แล้วนำมาตัดเป็นท่อนขนาดยาว 60 เซนติเมตร ให้เสมอความสูงของเตาเผา"

  -“เตาดินที่ใช้เผาถ่านไผ่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างด้วยดินแล้วยังเป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.20 เมตร มีความสูง 1.60 เมตร ถือว่าเป็นเตาที่มีขนาดเล็กซึ่งชาวบ้านใช้งานเผาถ่านขายหรือไว้ใช้งานเป็นประจำโดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินสร้างเตาเผาแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่”

  -"ทั้งนี้ เตาเผาดินสามารถเผาไม้ไผ่อ่อนได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องปรับวิธีการใช้ความร้อนให้เหมาะสมด้วยการเรียงไม้ไผ่ที่จะเผาให้อยู่ในแนวตั้ง ไม่ต้องชิดกันให้เกิดช่องว่างระหว่างลำในลักษณะกากบาท เพื่อต้องการให้มีความร้อนผ่านช่อง ทำให้ไผ่ทุกท่อนได้รับความร้อนจากการเผาได้ทั่วถึงและเท่ากัน อย่างไรก็ตาม ถ่านไผ่ที่ผลิตขึ้นตามแนวทางนี้ได้ผ่านการทดสอบความร้อนแล้วพบว่ามีคุณภาพเทียบเท่ากับไม้ไผ่แก่ที่นำมาเผาขายทั่วไปเช่นกัน"

 -“ช่วงเวลาเผาแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 3 วัน โดยวันแรกเผาเพื่อต้องการไล่ความชื้นออกจากไม้ พอวันที่ 2-3 ความร้อนจะเข้าไปในเนื้อไม้ ขณะเดียวกัน คนที่ดูแลเผาจะต้องควบคุมอุณหภูมิความร้อนให้มีความพอดี เพราะถ้าน้อยไปเชื้อไฟที่เผาจะดับหรือถ้ามากไปไผ่ที่เผาอาจจะกลายเป็นขี้เถ้าทันที"

 

   -"ฉะนั้น ผู้ที่อยู่หน้าเตาเผาจะต้องมีทักษะในการควบคุมความร้อนจากเชื้อเพลิงของหน้าเตากับควันที่ปล่อยออกมาจากท้ายเตาให้มีความพอดี ภายหลังที่ได้ครบเวลาก็จะปิดช่องด้านหน้าและหลังเพื่อรอให้ไฟในเตาดับสนิทเองก่อน จากนั้นจึงค่อยลำเลียงไม้ไผ่ถ่านออกมาใส่กระสอบขาย”

  -"สำหรับคุณสมบัติของถ่านที่ผลิตจากไผ่อ่อน มีประสิทธิภาพการให้ความร้อนสูง มีควันน้อย ไม่มีเปลวไฟ ประหยัดเวลาการใช้เพราะจะร้อนเร็วกว่าถ่านทั่วไปหลายเท่า แถมยังใช้ในจำนวนที่น้อยกว่าถ่านที่ผลิตจากไม้เบญจพรรณ"