กินมื้อเดียวแบบหมอโยะชิโนะริ (One meal a day according to Doctor Yoshinori Nagumo)


บทเขียนที่แล้วผมพูดถึงการเร่ิมกินมือเดียวของผมรอบใหม่ กล่าวคือผมเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน และเลิกปฏิบัติไประยะหนึ่งเพราะคำขอร้องของแม่บ้าน แต่งวดนี้นอกจากได้รับการสนับสนุนจากแม่บ้านแล้ว เขายังเลือกที่จะกินมื้อเดียวด้วย จึงตั้งใจที่จะยึดแนวนี้ตลอดชีวิตในเวลาทีเหลือครับ 

วันนี้ก็ดำเนินทางบนวิถีนี้มาได้ 45 วันแล้ว อีก 7 วันจะครบตามสูตรของหมอโยะชิโนะริ ในการเริ่มปฏิบัติตนตามแนวคิดของท่าน ส่วนจะทำตลอดไปหรือไม่ ท่านไม่ได้ว่าอะไร แต่ตัวท่านเองนั้นทำอย่างนี้มา 10 ปี ก่อนเขียนหนังสือเล่มนี้ตอนที่ท่านอายุ 45  ปี และหลังจากกินมื้อเดียวได้ระยะหนึ่งนำ้หนักท่านก็ลดลงสู่มาตรฐานปกติ และผิวพรรณอ่อนเยาร์ขึ้น (ผมอ่านหนังสือที่ท่านเขียนอีกภายหลังตอนที่อายุ 60 ปี ได้มีการตรวจร่างกายพบว่าอายุเซ็ลล์ และเส้นเหลือดมีอายุเยาวัยกว่าอายุจริงเกือบครึ่ง เดียววันหลังจะนำมาเล่าสู่ฟังครับ) 

เพื่อเป็นแนวคิดและแนวปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจ ผมจึงขอนำแนวคิดและแนวปฏิบัติจากหนังสือของหมอโยะชิโนะริ มาเล่าให้ฟังพอเป็นแนวทางดังนี้ (ผมสรุปเป็นข้อ ๆ เพื่อสะดวกนะครับ)  

ประการแรกคือบทเรียนจากสัตว์จำศีล เช่น หมี หรือกบ ที่แสดงให้เห็นว่าสัตว์ (รวมทั้งมนุษย์ได้) สามารถดำรงอยู่ได้จากไขมันที่สะสมไว้ที่พุง หรือใต้ผิวหนังได้ระยะเวลาหนึ่ง ถ้าเรากินมากกว่าความจำเป็นของร่างกาย พลังงานสะสมในรูปของไขมันจะถูกนำไปเก็บไว้ที่พุง หรือใต้ผิวหนัง 

ประการที่สองการอดอาหาร หรือไม่กินอะไรระยะหนึ่ง ช่วยให้ร่างกายปรับตัวและรักษาตนเอง โดยเฉพาะสิ่งที่หมอโยะชิโนะริเรียกว่ายีนต่ออายุไข หรือชื่อเป็นทางการคือยินเซอร์ทูอิน (​Sirtuin) ซึ่งนำมาสู่หลักคิดที่ว่า  “ยิ่งหิว ความสามารถในการอยู่รอดก็จะยิ่งทำงาน และทำให้เรากลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้บ” (พิมพ์ร้กษ์ สุขสวัสดิ, แปล) สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาที่เราหิวคือยินเซอร์ทูอินนี้จะสแกนยินทั้งหมดในเซลล์เราและซ่อมแซมที่ส่วนเสียหายหรือสึกหลอ (มิน่าละเวลาหมาไม่สะบายมันจะนอนเฉยๆ ไม่กินอะไร) 

ประการที่สาม อย่าฝืนหรือทรมานตนเองเพราะการเปลี่ยนมากินอาหารมื้อเดียวนะครับ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะกินมื้อเดียวทันที่ก็อาจจะเริ่มต้นจากการลดปริมาณแต่ละมื้อ (ที่จะงด หรือเลิกกิน) ลง เป็น 80 % แล้ว 60 % จนไม่กิน ส่วนมื้อที่จะเลือกเป็นมื้อเดียวที่จะทานนั้น ก็ควรลดมาเป็นประมาณ 80 % จากที่เคยกินครับ     อาหารแต่ละมื้อที่แนะนำระหว่างที่ค่อยลดปริมาณอาหารลงนั้น หมอโยะชิโนะริ แนะนำข้าวกล้องจานเล็ก และต้มซุปด้วยเล็ก ก็พอครับ 

         จากประสบการณ์ของผมพบว่า ช่วง 3 วันแรกเร่ิมแนวปฏิบัตินี้จะเป็นช่วงที่ลำบาก และหิว อาจจะถึงระดับมีอาการมือไม้สั่น ซึ่งผมเคยถูกสอนว่า ถ้าปล่อยให้ตนเองหิวจนมือไม้สั่นแล้วไม่ดี อาจจะซ๊อคตายได้ แต่พออ่านหนังสือของหมอโยะชิโนะริแล้วจึงเข้าใจว่า เวลาหิวและมือไม้สั่นนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายแสวหาแหล่งพลังสำรอง ซึ่งโดยปกิตก็จะสำรองไว้ที่พุง ต่อจากนั้นก็จะเป็นใต้ผิวหนัง ในกล้ามเนื้อ และกระดูกตามลำดับ (คือใช้พุงหมดจึงจะใช้จากใต้ผิวหนัง ใช้ใต้ผลหนังหมดจึงจำไปที่กล้ามเนื้อ และกรุดูกเป็นแหล่งสุดท้าย) มือไม้เราจะสั่นระยะหนึ่ง ก็จะหายไปเองหลังจากที่ร่างกายพบแหล่งพลังานแล้ว ครับ แต่ถ้าเราหาอะไรกิน ก็จะทำให้ร่างกายเลิกค้นหาแหล่งพลังงาน และพุงก็จะย้งอยู่ต่อไป อย่างไรก็ตามเด็ก หรือคนที่เป็นเบาหวานไม่ควรใช้การกินอาหารมื้อเดียวครับ 

ประการที่สี่ ขณะที่เข้าสู่วงจรกินมื้อเดียวได้ระยะหนึ่ง เราจะเริ่มได้ยินเสียงท้องร้อง ซึ่งหมอโยะชิโนะริ บอกว่านั่นแสดงว่ายินต่ออายุไขกำลังทำหน้าที่แล้ว ขออย่าได้ตกใจ หรือรู้สึกว่าเราอดอยาก (แต่จริง ๆ เป็นอดอยาก แต่เป็นการอดอยากเพื่อสุขภาพ) ผมเป็นเด็กถูกสอนว่าไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างจนท้องร้อง เป็นสิ่งไม่ดี แต่แนวคิดใหม่นี้ถ้าเมื่อไหร่ได้ยินเสียงท้องร้อง แปลว่าเราประสบผลสำเร็จในการกินอาหารมื้อเดียว 

ประการที่ห้า มื้อเดียวที่ควรเลือกกินนั้นควรเป็นมื้อไหนดี ระหว่างมื้อเช้า มื้อเที่ยง หรือมื้อเย็น  หมอโยะชิโนะริบอกว่ากินมื้อไหนก็ได้ที่คุณสะดวก แต่ควรเลี่ยงมื้อที่กินแล้วต้องทำงาน เพราะถ้ามีอาหารเต็มท้อง คนก็จะง่วง ใครไม่ง่วงหลังกินอาหารเป็นเรื่องผิดปกติ แต่คุณหมอแนะนำและเลือกกินมื้อเย็น ซึ่งผมก็เห็นด้วย และผมเองก็เลือกกินมื้อเย็น แต่ควรกินก่อนนอนไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงครับ 

ประการที่หก ถ้าหิวเมื่อถึงเวลาเคยกินอาหาร กินอะไรได้ไหม คำตอบก็คือ ได้ [แต่ควรรอให้ผ่านช่วงหิวจัด มือไม้สั่นไปก่อน ยีนแห่งความอยู่รอดจะได้ทำงาน] สิ่งที่หมอโยะชิโนะริแนะนำคือ ถ้าพอทนได้ควรดื่มนำ้ก็พอ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ อาจจะกินผลไม้ เช่น แอปเปิล หรือสาหรี่สักครึ่งลูก หรือ คุกกี้โฮลวิทสักชิ้น 2 ชิ้น แต่ไม่ควรกินของหวาน ครับ

ประการที่เจ็ด ควรเข้านอนแต่หัวคำ่ครับ Growth Hormone จะได้ทำหน้าที่ และสุขภาพก็ยิ่งจะดียิ่งขึ้น 

พอทำได้อยู่ใช่ไหมครับ ขอให้สุขภาพดีถ้วนหน้าครับ 

อ้อคู่แต่งงานที่มีลูกยาก ลงทำตัวให้อด ๆ อยาก ๆ ดูนำครับ ยีนแห่งความอยู่รอดจะได้ทำงาน และควรได้อ่านรายละเอียดในหนังสือที่คุณหมอโยะซิโนะริเขียนนะคร้บมีหลายอย่างที่น่าสนใจครับ 

สมาน อัศวภูมิ 

27 กินยายน 2565

อ้างอิง น.พ. โยะชิโนะริ นะงุโมะ. (2012). ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี. แปลโดย พิมพ์รักษ์ สุขสวัสดิ์, กรุงเพทฯ: สำนักพิมพ์วีเลิร์น.​

หมายเลขบันทึก: 707931เขียนเมื่อ 27 กันยายน 2022 18:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 27 กันยายน 2022 18:40 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี