สุเทพ วงศ์กำแหง

สุเทพ ใน พ.ศ. 2552

   

*“เรืออากาศตรี สุเทพ วงศ์กำแหง”

 *เกิด+เสียชีวิต (12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 – 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563) 

*ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2533 สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) 

*อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา

*ประวัติ

  *เรืออากาศตรี สุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่จังหวัดบ้านเกิด ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอ ๆ

  *ครั้นจบชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้ว ได้ย้ายมาอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร ด้วยนิสัยรักการวาดเขียนและงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้นนอกจากจะแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นในทางศิลปะแล้วยังเป็นนักร้องเสียงดีประจำห้องเรียน เวลาว่างมักจะฝึกซ้อมร้องเพลงเสมอตามแบบอย่างของนักร้องที่ชื่นชอบ เช่น วินัย จุลละบุษปะ สถาพร มุกดาประกร ปรีชา บุณยเกียรติ ฯลฯ

สุเทพได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับไสล ไกรเลิศ นักแต่งเพลง เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน ไศลเห็นแววความสามารถของสุเทพจึงชักชวนให้มาช่วยงาน เช่น เขียนโน้ตเพลง เขียนตัวหนังสือ ตลอดจนติดตามไปช่วยงานในธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ เสมอ ทำให้สุเทพเริ่มคุ้นเคยกับบุคคลในวงการเพลงหลายคน ทั้งยังได้รับโอกาสให้ร้องเพลงสลับฉากละคร ร้องเพลงตามงานบันเทิงต่าง ๆ รวมถึงการทดลองเสียงแทนนักร้องตัวจริงก่อนที่จะทำการอัดเสียงเสมอ จากการที่ร้องเพลงได้อย่างดีเด่น ทำให้สุเทพได้ร้องเพลงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงของตนเอง ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากพลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ ผู้ชื่นชอบการร้องเพลงของสุเทพ โดยช่วยส่งเสริมในทางต่าง ๆ ครั้นสุเทพเข้ารับการเกณฑ์ทหาร พลอากาศเอกทวีจึงได้ชักชวนให้เข้ารับราชการในกองทัพอากาศ โดยได้ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมีปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง ระหว่างนั้น สุเทพได้บันทึกแผ่นเสียงมากขึ้น และสถานีวิทยุต่าง ๆ ก็ได้นำเพลงที่เขาร้องบันทึกแผ่นเสียงไปเปิดจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

 *ภายหลังออกจากกองทัพอากาศ สุเทพได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลัก เขาได้เข้าร่วมกับคณะชื่นชุมนุมศิลปิน มีโอกาสร้องเพลงทั้งในรายการวิทยุและโทรทัศน์อยู่เนือง ๆ ทำให้ชื่อเสียงของเขาเริ่มเพิ่มขึ้น งานต่าง ๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ในช่วงนั้นวงการภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่องฟู เขาจึงมีงานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์ มีโอกาสร้องเพลงคู่กับสวลี ผกาพันธุ์ นักร้องยอดนิยมในเวลานั้นอยู่เสมอ หากใครซื้อแผ่นเสียงของสวลีไปก็มักจะมีเสียงสุเทพติดไปด้วย ชื่อเสียงของสุเทพจึงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก เขาจึงถือว่าความสำเร็จในเบื้องต้นส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการได้ร้องเพลงคู่กับสวลี ผกาพันธุ์

 *จุดเด่นของสุเทพคือการมีน้ำเสียงที่ดี มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นุ่มนวลชวนฟัง อารมณ์ที่แสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้านั้นก็สามารถสะกดใจผู้ฟังให้คล้อยตามและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้น ประกอบกับการที่เอาใจใส่อย่างจริงจังในการทำงาน ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จนได้รับฉายาจากรงค์ วงษ์สวรรค์ว่า "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์" มีผลงานดีเด่นต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี

 *ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2500 สุเทพได้ร่วมเดินทางไปฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีนกับศิลปินแขนงต่าง ๆ กลุ่มใหญ่ จากนั้นเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาด้านการวาดภาพที่เขารักในอดีต ระหว่างนั้นก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงคนไทย เขาศึกษาการวาดภาพตามและร้องเพลงที่ญี่ปุ่นประมาณ 3 ปี จึงเดินทางกลับประเทศไทย

**งานร้องเพลงของ สุเทพ วงศ์กำแหง สามารถแบ่งออก 3 ช่วง ตามช่วงเวลาดังนี้

* ช่วงแรก คือช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนมากเป็นงานร้องเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ งานอัดแผ่นเสียง และงานร้องเพลงตามไนต์คลับเพลงดังที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากเป็นพิเศษในช่วงนั้นก็คือเพลงรักคุณเข้าแล้ว ซึ่งประพันธ์ทำนองโดยสมาน กาญจนผลิน และประพันธ์เนื้อร้องโดยสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ เพลงนี้ถือเป็นเพลงอมตะที่ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่องตลอดมา นอกจากนั้นยังมีเพลงคุณจะงอนมากไปแล้ว ผมต้องวิวาห์เสียที เพียงคำเดียว นางอาย สวรรค์มืด เท่านี้ก็ตรม และลาก่อนสำหรับวันนี้ เป็นต้น

* ช่วงที่สอง ประมาณปี พ.ศ. 2503 ภายหลังจากที่เดินทางกลับประเทศไทย แฟนเพลงให้การต้อนรับการอย่างอบอุ่น เขาจึงมีงานร้องเพลงมากมาย เพลงดัง ๆ ที่เขาขับร้องในช่วงนั้น ได้แก่ เพลงเกิดมาอาภัพ อาลัยโตเกียว อนิจจา น้ำตาลใกล้มด สัญญารัก เธออยู่ไหน และเย้ยฟ้าท้าดิน เป็นต้น โดยเฉพาะเพลงเย้ยฟ้าท้าดินที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่ง

*ช่วงที่สาม ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2512 เป็นต้นมา นับว่าเป็นช่วงที่เขาก้าวไปถึงจุดสูงสุดทั้งด้านชื่อเสียงและผลงาน

*คำประกาศเกียรติคุณ

   สุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นศิลปินนักร้องเพลงไทยสากลที่มีผลงานดีเด่นทั้งในและนอกประเทศเป็นเวลาอันต่อเนื่องกันมากว่า 40 ปี มีผลงานขับร้องที่ประจักษ์ชัดเจนในความสามารถอันสูงส่ง ได้พัฒนาวิธีการขับร้องเพลงไทยสากลอย่างไพเราะ และทวีความงดงามในศิลปะแขนงนี้ยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เป็นผู้ตั้งใจทำงานอย่างต่อเนื่องจนปรากฏผลงานเพลงมากมาย เช่น ขับร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เพลงไทยสากลทั่วไป เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพลงอันเกี่ยวด้วยพระศาสนา และจริยธรรม ตลอดจนใช้ความสามารถในเชิงศิลปะสร้างสรรค์อำนวยคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเสมอมา ทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถแก่ศิษย์เป็นจำนวนมาก จากความสามารถดังกล่าวยังส่งผลให้เขาได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง รางวัลเสาอากาศทองคำในฐานะนักร้องยอดเยี่ยม 2 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย สุเทพยังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการ คุณงามความดีที่ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมานี้เป็นที่ชื่นชมชัดเจนในหมู่ประชาชนคนไทยโดยทั่วไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต

**สุเทพ วงศ์กำแหง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล – ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2533

*การศึกษา

*โรงเรียนวัดสมอราย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

*โรงเรียนประจำอำเภอ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

*การทำงาน

*ร้านตัดเสื้อ ตำแหน่งเขียนตัวหนังสือ

*กองทัพอากาศ ยศจ่าอากาศตรี

*รางวัลและเกียรติคุณ

*รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

*รางวัลเสาอากาศทองคำ

*โล่เพชร

*โล่เกียรติยศ สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย

*ปริญญาบัตรศึกษาศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ศิลปกรรม

*โล่เกียรติยศ วัดไทยในลอสแอนเจลิส

*ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิตกิติมาศักดิ์ (ศิลปกรรม) สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

*โล่เกียรติยศพระราชทาน สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2525

*รางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2533

*งานการเมือง

  *สุเทพเป็นศิลปินที่สนใจการเมือง มีส่วนสนับสนุนนักศึกษาให้เรียกร้องประชาธิปไตยสมัยเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 เป็นสมาชิกพรรคแนวร่วมสังคมนิยม ต่อมาได้สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคพลังใหม่ และได้รับเลือกตั้งหลายสมัย มีโอกาสทำงานรับใช้สังคมมากขึ้น นับเป็นศิลปินที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศอย่างสม่ำเสมอตลอดมา

   *ในปี พ.ศ. 2525 เคยเข้าร่วมก่อตั้งและเป็นเลขาธิการพรรคพลังใหม่ ซึ่งนำโดยนายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ หัวหน้าพรรค ร้อยตรีสมหวัง ศรีชัย รองหัวหน้าพรรค และแกนนำคนสำคัญอาทิเช่น ชัชวาลย์ ชมภูแดง บรรลือ ชำนาญกิจ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ในปี พ.ศ. 2530 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคกิจประชาคม

สุเทพเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังธรรม ในปี พ.ศ. 2531

*สุเทพได้ร่วมลงนามทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 โดยอ้างอิงความตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540

**เคยขึ้นเวทีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 และร้องเพลง “คน” และ “อำนาจเงิน” โดยไม่มีดนตรีประกอบ

เพลงที่ร้องประกอบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์

*สกาวเดือน จากภาพยนตร์เรื่อง สกาวเดือน

*แผ่นดินของเรา จากภาพยนตร์เรื่อง โพระดก

*มนต์รักบ้านนา จากภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักบ้านนา พ.ศ. 2505

*ดอกอ้อ จากภาพยนตร์เรื่อง ดอกอ้อ พ.ศ. 2511

*แววมยุรา จากภาพยนตร์เรื่อง แววมยุรา พ.ศ. 2501

*ยอดพธูเมืองแปร จากละครโทรทัศน์เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ พ.ศ. 2509 - 2510

*ปองใจรัก จุฬาตรีคูณ จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคูณ'

ปูจ๋า สกุลกา ร้อยป่า น้ำค้าง จากภาพยนตร์เรื่อง ปูจ๋า สกุลกา ร้อยป่า 

*ดอกแก้ว จากภาพยนตร์เรื่อง ดอกแก้ว พ.ศ. 2505

*พะเนียงรัก จากภาพยนตร์เรื่อง พะเนียงรัก พ.ศ. 2506

*สวรรค์มืด เทขยะ พิศภาพดวงใจ มนต์รักดวงใจ จากภาพยนตร์เรื่อง สวรรค์มืด

*ละอองดาว จากภาพยนตร์เรื่อง ละอองดาว พ.ศ. 2507

*รักแท้ จากภาพยนตร์เรื่อง ในม่านเมฆ พ.ศ. 2509

*หนึ่งนุช’ จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช' พ.ศ. 2514

เพลงประเภททั่วไป ซึ่งมีมากกว่า 3,000 เพลง เช่น[แก้]

*ในโลกแห่งความฝัน (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน)

*ใจพี่ (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน)

*ครวญ (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน)

*ตัวไกลใจยัง (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน พ.ศ. 2522)

*ดาวลอย

*เพียงคำเดียว

*ดอกแก้ว

*คำคน ลาก่อนสำหรับวันนี้

*ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก

*ชั่วนิจนิรันดร

*โลกนี้คือละคร

*คนจะรักกัน

*บทเรียนก่อนวิวาห์

*คืนหนึ่ง

*วิญญาณในภาพถ่าย

*หวานรัก

*ชื่นรัก

*เสน่หา

*เพลงประเภทปลุกใจและศาสนา

*เทิดพระเกียรติพระปิยมหาราช

*สดุดีมหาราชา

*พลังไทย

*พระรัตนตรัย

*พุทธธรรม

*เดือนเพ็ญตรัสรู้

*ใต้ร่มพระบารมี

*คอนเสิร์ต

*คอนเสิร์ต เกิดมาเพื่อเพลง 77 ปี สุเทพ วงศ์กำแหง (2554)

*คอนเสิร์ต รักเธอเสมอ (2554)

*คอนเสิร์ต เพชรในเพลง (2554)

*คอนเสิร์ต เพลงคู่ ครูเพลง (2555)

*คอนเสิร์ต ชมวัง...ฟังเพลง (2555)

*คอนเสิร์ต เพชรในเพลง ครั้งที่ 2 (2555)

*คอนเสิร์ต หนังไทยในเสียงเพลง (2555)

*คอนเสิร์ต 89 ปี ชาลี อินทรวิจิตร (2555)

*คอนเสิร์ต บ้านเมืองสวยด้วยเสียงเพลง (2555)

*คอนเสิร์ต ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ 80 สุเทพ วงศ์กำแหง (2556)

*คอนเสิร์ต เพลงทำนอง...สองครู (2556)

*คอนเสิร์ต เมื่อเพลงพาไป (2557)

*คอนเสิร์ต กล่อมกรุง (2557)

*คอนเสิร์ต รัตนโกสินทร์ (2557)

*คอนเสิร์ต รักปักใจ ลินจง (2557)

*คอนเสิร์ต 100 ปี กาญจนะผลิน (2557)

*คอนเสิร์ต จุฬาฯ พาเพลิน ลีลาไทยในบทเพลง (2557)

*คอนเสิร์ต รวมใจชาวอีสาน (2558)

*คอนเสิร์ต บี พงษ์พันธ์ วันแมนโชว์ (2558)

*คอนเสิร์ต ที่สุดที่ดี เพื่อพี่รี่ สวลี ผกาพันธุ์ (2558)

*คอนเสิร์ต Master of Voices 3 ตำนานเพลงรักแห่งสยาม (2558)

*คอนเสิร์ต กล่อมกรุง 2 (2558)

*คอนเสิร์ต 40 ปี อุมาพร (2559)

*คอนเสิร์ต สองวัยใจเดียวกัน (2559)

*คอนเสิร์ต 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน (2559)

*คอนเสิร์ต ''สองวัยใจเดียวกัน'' ครั้งที่ 2 (2561)

*คอนเสิร์ต พลังแห่งรัก สุเทพ วงศ์กำแหง (2562)

**ผลงานการแสดงละคร

*เงิน เงิน เงิน (2540)

*ผลงานการแสดงภาพยนตร์[แก้]

*ขบวนเสรีจีน (2502)

*เงิน เงิน เงิน (2508)

*สาวขบเผาะ (2515)

*วิมานดารา (2517)

*เดือนเสี้ยว (2528)

*ด๊อกเตอร์ครก (2535)

**เครื่องราชอิสริยาภรณ์

*พ.ศ. 2533 – Order of the White Elephant - 2nd Class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)[7]

*พ.ศ. ไม่ปรากฏ – Order of the Crown of Thailand - 2nd Class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)

*พ.ศ. 2556 – Order of the Direkgunabhorn 4th class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ (จ.ภ.)

“อำนาจเงิน” - สุเทพ วงศ์กำแหง