ที่จริงน่าจะเรียกว่าเรียนรู้จาก Carlo Rovelli มากว่า   คือผมอ่านจากหนังสือที่ท่านเขียน ชื่อ There Are Places in the World Where Rules Are Less Important Than Kindness   บทที่ชื่อ The Many Errors of Einstein  ที่ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ ไอน์สไตน์  ผู้ได้รับยกย่องว่า เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก ในศตวรรษที่ ๒๐

ข้อมูลใหม่คือ ข้อเสนอทางวิทยาศาสตร์ของไอน์สไตน์ มีที่ผิดมากกว่าที่ถูก   และในหลายเรื่องท่านเปลี่ยนใจแล้ว เปลี่ยนใจอีก    Carlo Rovelli ยกตัวอย่างมากมาย  ล้วนเป็นเรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ไอน์สไตน์ 

Carlo Rovelli ลงท้ายว่า ความฉลาดไม่ได้อยู่ที่ความยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่ตนค้นพบหรือเข้าใจ    แต่เป็นสภาพที่เรา พร้อมที่จะเปลี่ยนความเข้าใจหรือละทิ้งความเชื่อนั้น

Kolb's Experiential Learning Cycle  เสนอให้เราสะท้อนคิดสิ่งที่เราสังเกตเห็นจากการปฏิบัติ เพื่อตกผลึกการเรียนรู้ ออกมาเป็นหลักการหรือทฤษฎี (conceptualization) ซึ่งคนไทยโดยทั่วไปไม่กล้าทำ ถือว่าเป็นของสูง เป็นเรื่องของปราชญ์เท่านั้น 

ผมขอเสนอให้ครูและผู้เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และคนทั่วไป หาทางส่งเสริมให้เด็กไทยคนไทย กล้าสะท้อนคิดออกมาเป็นหลักการ   โดยตระหนักว่า ที่คิดได้นั้นไม่จำเป็นต้องถูกต้องหรือใช้การได้เสมอไป   เพราะแม้แต่คนที่ฉลาดที่สุดในโลกยังคิดผิดมากกว่าคิดถูก

ที่สำคัญคือ ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนใจ หากมีหลักฐานบอกว่าที่เราคิดนั้นไม่ถูกต้อง 

สำหรับนักเรียน การได้ฝึกสะท้อนคิดออกมาเป็นหลักการ สำคัญกว่าการได้คิดหลักการที่ใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร สำคัญกว่าความถูกต้อง   เพราะนักเรียนอยู่ในสภาพของการฝึกหรือการเรียนรู้ 

สำหรับผู้ใหญ่ที่เรียนจากปฏิบัติการจริงในที่ทำงาน จะทำเหมือนนักเรียนได้หากงานนั้นอยู่ใน creative mode ซึ่งหมายความว่า ยอมให้ผิดได้

จะเห็นว่า วิธีหนึ่งของการฝึกความสร้างสรรค์ คือการฝึกสะท้อนคิดจากประสบการณ์ สู่การสร้างหลักการหรือทฤษฎีด้วยตนเอง   ความสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการคิดว่าจะทำอะไร  หรือทำอย่างไร เท่านั้น    ยังสามารถฝึกโดยการสะท้อนคิดข้อสังเกตจากประสบการณ์    โดยต้องสะท้อนคิดออกมาเป็นหลักการ 

Kolb’s Experiential Learning Cycle เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการฝึกความสร้างสรรค์ (creativity)

ขอขอบคุณอาจารย์หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่กรุณาส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ มิ.ย. ๖๕