บทความขนาดยาวเรื่อง Tenure is under attack in the US and your country is next  ลงใน University World News    บอกว่ามี ๔ รัฐในสหรัฐอเมริกา ที่ออกกฎหมายยกเลิกการจ้างงานถาวรในมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่า tenure    โดยรัฐหลังสุดคือ ลุยเซียนา    ส่วนวิสคอนซิน    เซาธ์ดาโกตา  ฟลอริดา ยกเลิกตั้งแต่ปี 2017    รัฐที่กำลังเตรียมออกกฎหมายนี้คือเท็กซัส     จอร์เจีย      

เขาบอกว่าระบบที่มหาวิทยาลัยจ้างงานศาสตราจารย์แบบถาวร มีอายุกว่า ๑ ศตวรรษ    และขบวนการยกเลิกระบบนี้เป็นขบวนการทางการเมือง ควบคู่ไปกับการห้ามสอน critical race theory (CRT) ในการศึกษาระดับพื้นฐาน    เท่ากับว่าขบวนการนี้เป็นการรุกคืบทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ผมอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ CRT ที่เขียนในบทความอย่างยืดยาว    จนอดไม่ได้ที่จะนึกว่า ผู้เขียนใช้บทความเป็นเวทีต่อสู้ทางการเมืองหรือเปล่า     เขาใช้ภาษาทางการต่อสู้ด้านอุดมการณ์เกี่ยวกับเชื้อชาติ จนผมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง   แต่ก็พอจะตีความได้ว่า กลุ่มห้ามสอน CRT ในโรงเรียน และในมหาวิทยาลัย ไม่ต้องการให้มีการตอกย้ำให้เห็นประวัติศาสตร์ของการที่คนขาวกระทำต่อคนดำ     ซึ่งเท่ากับไม่ต้องการให้สอนความจริง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์   

เรื่องการจ้างงานศาสตราจารย์แบบถาวร (tenure) ของสหรัฐอเมริกามีหลากหลายรูปแบบ    ผมเคยไปเห็นศาสตราจารย์ด้านเคมีที่ได้รับรางวัลโนเบล ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อายุกว่า ๘๐ แล้วยังแข็งแรง    และมหาวิทยาลัยยังจ้าง   คือทางมหาวิทยาลัยจะไม่เลิกจ้าง จนกว่าเจ้าตัวจะเลิกทำงาน   

เมื่อนักการเมืองอนุรักษ์นิยมขับเคลื่อนการออกกฎหมายห้ามสอน CRT    อาจารย์มหาวิทยาลัยก็ออกมาต่อต้าน    เพราะเป็นการลิดรอนเสรีภาพทางวิชาการ (academic freedom)    นักการเมืองอนุรักษ์นิยมจึงสู้โดยหาทางเลิกจ้างงานอาจารย์มหาวิทยาลัยแบบถาวร   

ผมได้ความรู้ว่า หลักการเสรีภาพทางวิชาการในมหาวิทยาลัยเริ่มที่ประเทศเยอรมนี เมื่อ ๒๑๑ ปีมาแล้ว (ค.ศ. 1811)    เสนอโดยนักปรัชญา Johann Gottlieb Fichte   สมัยนั้นนักวิชาการอเมริกันต้องไปเรียนต่อที่เยอรมนี แบบเดียวกับที่นักวิชาการไทยนิยมไปเรียนต่อที่อเมริกาในสมัยนี้    นักวิชาการอเมริกันไปเอาแนวคิดเสรีภาพทางวิชาการมาสถาปนาในประเทศตน    บัดนี้หลักการนี้ถูกการเมืองอนุรักษ์นิยมสั่นคลอน   

ข้อโต้แย้งของฝ่ายวิชาการ ในการคงระบบจ้างงานถาวรแก่ศาสตราจารย์คือ คุณภาพของวิชาการ   และการดึงดูดคนเก่งเข้ามาเป็นนักวิชาการและทำงานวิชาการอย่างอิสระ   

จะเห็นว่า แม้ในวงวิชาการของประเทศเสรีนิยมอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ปลอดการเมือง

วิจารณ์ พานิช

๑๔ มิ.ย. ๖๕