#โซ่อุปทานอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย วันนี้ เป็นอย่างไร
วันนี้ผมอยากแนะนำทุกท่านได้ มารู้จัก "โซ่อุปทานอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย" (กุ้งทะเล กุ้งน้ำจืด ปลาทะเล ปลาน้ำจืด)
เริ่มต้นจากโรงเพาะฟัก ซึ่งได้พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจากธรรมขาติผ่านการจับของเรือประมง ตัวอย่างเช่นพ่อแม่พันธุ์ปลากะพงขาว หรืออาจได้จากฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีคุณภาพเช่นพ่อแม่พันธุ์ปลานิลที่บางฟาร์มเลือกจากบ่อเลี้ยงที่ได้ลักษณะเหมาะสม จากนั้นโรงเพาะจะทำการผลิตให้ได้ลูกพันธุ์สัตว์น้ำคุณภาพ แล้วส่งต่อไปยังโรงอนุบาลเพื่อทำการอนุบาลลูกพันธุ์สัตว์น้ำโตขึ้นมาอีกนิดจนได้ลูกพันธุ์สัตว์น้ำในแบบที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำต้องการ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำจึงซื้อลูกพันธุ์สัตว์น้ำนั้นมาปล่อยแล้วเลี้ยงต่อในฟาร์ม
ทั้งโรงเพาะฟัก/อนุบาลและฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องซื้อหรือให้อาหารและใช้ปัจจัยการผลิตจากผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ ผู้ผลิตปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำหรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย เพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำจนได้ขนาดที่ต้องการขาย ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจะขายผลผลิตให้กับ ผู้รวบรวม/แพ/ตลาดกลาง ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการนำส่งต่อไปยัง ห้องเย็น/ โรงงานแปรรูป/ผู้ส่งออก เพื่อดำเนินการต่อไปตามคำสั่งซื้อของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าในกระบวนการของการแปรรูปอาจได้วัตถุดิบที่เป็นผลพลอยได้ที่จะสามารถส่งมาเป็นวัตถุดิบป้อนให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ เช่น เปลือกกุ้ง น้ำมันปลา น้ำนึ่งปลา เป็นต้น
สิ่งสำคัญในวันนี้คือความเข้าใจในโซ่อุปทาน ซึ่งในทุกภาคส่วน ทุกกระบวนการของการผลิตสัตว์น้ำไทยนั้นต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และ ทุกกระบวนการของโซ่อุปทาน ต้องตระหนักเสมอว่า เราผลิตสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคดังนั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พวกเราเองอาจต้องมองว่าเราอยู่จุดไหนของโซ่อุปทานนี้ ต้องพิจารณาดูว่าเราจะเข้าไปร่วมกิจกรรมในจุดใดเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของไทยเป็นไปอย่างยั่งยืน เช่น เกษตรกรควรได้รับการส่งเสริมจนได้ จีเอพี, ใช้สินค้าปัจจัยอย่างเหมาะสมไม่มีสารตกค้าง, บริษัทอาหารและบริษัทที่ขายปัจจัยการผลิตฯต้องทำสินค้าให้ได้คุณภาพมีการขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดของภาครัฐ -มีพนักงานในพื้นที่คอยเข้าไปร่วมรับรู้ปัญหา หรือเข้าไปช่วยแนะนำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำนั้นได้ผลที่ดีเพิ่มขึ้น และผู้ซื้อผลผลิตเช่นแพ ห้องเย็น ซึ่งเป็นคนรับซื้อสัตว์น้ำต้องมีความจริงใจที่จะสื่อสารออกมาว่าลักษณะสัตว์น้ำแบบไหนที่ตลาดต้องการ จำนวนที่ต้องการในแต่ละช่วงเวลา ประมาณเท่าไร , การส่งเสริมทำประกันราคาขั้นต่ำเพื่อสร้างความมั่นใจของเกษตรกร เป็นต้น แต่ อย่าลืมเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับได้ของสินค้าปัจจัยการผลิต ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยเกษตรกรควรจดบันทึกข้อมูลสำคัญเช่นปริมาณอาหาร , ปริมาณ/ชนิดการใช้สินค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำในเอกสารได้ แม้จะไม่คล่องเรื่องของคอมพิวเตอร์หรือการทำระบบออนไลน์ ก็ตาม เพื่อความยั่งยืนทุกจุดต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
