วันนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว (วันที่ 31 ธันวาคม 2519) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ซึ่งเป็นพลังของแผ่นดิน ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2519 ซึ่งมีสารัตถะหลักที่สำคัญคือการย้ำให้ "คนไทย" ยึดมั่นใน "การรู้รักสมัครสมาน" ร่วมมือร่วมใจพัฒนาประเทศอย่างเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา และสอดรับกับสถานการณ์ของชาติในปัจจุบันยิ่งนัก และควรค่าต่อการนำไปเป็นแนวทางแห่งการดำเนินชีวิตและทำงานเพื่อประเทศชาติ ดังว่า
...อันแผ่นดินไทยของเรานี้ ถึงจะเป็นที่เกิดที่อาศัยของคนหลายเชื้อชาติหลายศาสนา แต่เราก็อยู่ร่วมกันโดยปรกติราบรื่นมาได้เป็นเวลาช้านาน เพราะเราต่างสมัครสมานกันอุตส่าห์ช่วยกันสร้างบ้านเมือง สร้างความเจริญ สร้างจิตใจ สร้างแบบแผนที่ดีขึ้นเป็นของเราเอง ซึ่งแม้นานาประเทศก็น่าจะนำไปเป็นแบบฉบับได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทั้งหลายมีสามัคคี มีเหตุผลอันหนักแน่น และมีความรู้ความเข้าใจอันถูกต้องชัดเจนในสถานการณ์ที่เป็นจริง ต่างคนต่างร่วมมือร่วมความคิดกันในอันที่จะช่วยกันผ่อนคลายปัญหาและสถานการณ์ที่หนักให้เป็นเบา ไม่นำเอาประโยชน์ส่วนน้อยเข้ามาเกี่ยวข้องให้เสียหายถึงประโยชน์ส่วนใหญ่ของชาติบ้านเมือง เชื่อว่าเราจะสามารถรักษาชาติ ประเทศและความผาสุกสงบที่เราได้สร้างสมและรักษาสืบต่อกันมาช้านานนั้น ไว้ได้...
ทั้งปวงนี้ คือ พระราชดำรัสที่พระราชทานเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2519 และยังเป็นมงคลชีวิต มงคลแก่ประเทศชาติที่ควรค่าต่อการตระหนักและจดจำเป็นหลักคิดในการร่วมกันจรรโลงสังคมให้เกิดความผาสุกทั่วทั้งแผ่นดินไทย
จากหนังสือ "คำพ่อสอน"
สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณแผ่นดิน… รู้สึกภูมิใจเสมอที่พวกเรามีพระเจ้าแผ่นดินที่ห่วงใยพสกนิกรชาวไทยและเชื้อชาติอื่นที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทยเสมอมา พระราชดำรัสของในหลวงจะถูกนำมาถ่ายทอดในการเรียนการสอนเสมอมา ไม่น่าเชื่อว่าพระราชดำรัสของพระองค์ ไม่เคยล้าสมัยเลย…
อาจารย์ ลูกหว้า
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณแผ่นดิน
การย้ำให้ "คนไทย" ยึดมั่นใน "การรู้รักสมัครสมาน" ร่วมมือร่วมใจพัฒนาประเทศอย่างเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา
แต่วันนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พ่อต้องทุกข์ใจอีกแล้ว
อย่างไรก็ตามขออวยพรปีใหม่ให้คุณแผ่นดิน มีความสุข มีพลังในการสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ เพื่อสังคมของเราตลอดปี และตลอดไปนะคะ
อาจารย์ Vij และ Miss somporn poungpratoom
สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณแผ่นดิน