รีวิว Vietnamese Horror Story: ตำนานผีเวียดนาม (2022)


รีวิว Vietnamese Horror Story: ตำนานผีเวียดนาม (2022) เป็นหนังผีที่มีเรื่องสั้นสยองขวัญ 3 ตอน เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผีและตำนานสยองขวัญสไตล์เวียดนาม โดยมี Theme ของเรื่องระบุไว้ในคำโปรยตอนต้นเรื่องว่า

"เมื่อราตรีมาเยือนวิญญาณอื่นจะเพ่นพ่านไปทั่ว ตั้งแต่มุมมืดของตรอกแคบ ๆ ไปจนถึงบ้านหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ถูกทิ้งร้าง พวกมันอาจมาในคราบของ ภาพหญิงสาวบนรถเข็นขายน้ำอ้อย หรือชายชราที่วนเวียนอยู่ในสุสาน เฝ้ารอที่จะแพร่ความตายออกไป"

ตำนานผีเวียดนาม มี 3 ตอนดังนี้
#เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ
#ดูคลิปรีวิวที่นี่
 

ตอนที่ 1 The Sugarcane Juice Lady หนังเล่าเรื่องราวของดาราสาวผู้โด่งดังที่สุดของเวียดนามชื่อว่า ลาน เฮือง ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เป็นที่จับตามอง ทุกคนอยากเป็นแบบเธอ ไม่ว่ากิจกรรมที่เธอทำทุกคนก็อยากทำตาม แม้แต่ร้านน้ำอ้อยที่เธอไปนั่งดื่มก็วาดรูปเธอที่ผนังร้านคนยังตามไปถ่ายภาพกับภาพนั้น

แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น เธอถูกชายปริศนาสาดน้ำกรด จนหน้าตาเสียโฉม แล้วก็หายตัวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจากนั้นดาราเบอร์รองอย่าง อาย เนือ ก็กลับมาโด่งดังแทน อาย เนือ เธอแต่งตัวเลียนแบบลาน เฮือง ซื้อบ้านของ ลาน เฮือง และตั้งบริษัมเมอร์เดอร์ริ่ง เฟ้นหาดาราหน้าใหม่เพื่อจะนำมาปั้น จนได้พบกับหญิงสาวธรรมดาแต่ช่างฝันคนหนึ่งชื่อ หง๊อก มินท์

หง๊อก มินท์ ต้องย้ายไปอยู่บ้านของอาย เนือ มีกฎว่าห้ามเธอมีแฟน เวลาอยู่ในบ้านห้ามเดินออกนอกห้องยามวิกาลและห้ามเดินเพ่นพ่านภายในบ้านนี้ อาย เนือ ดูแลเธออย่างดี หาซุบมาบำรุงทุกวัน แถมยังให้บทในการแสดงภาพยนตร์เป็นตัวเอกคู่กับเธอ

แต่มินท์ ก็มีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้นเช่นฝันร้าย เจอกับลาน เฮือง ดาราสาวที่โด่งดังในอดีตแต่มีใบหน้าที่เละหลอกหลอน เจอกับบรรยากาศแปลก ๆ ภายในบ้าน ซึ่งตอนแรกก็เหมือนกับว่าเป็นความฝัน แต่อยู่ไปนาน ๆ เข้านั่นคือความจริง มีอำนาจเลวร้ายที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้ แล้วเธอก็รู้ว่าแท้จริงแล้วอาย เนือ ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด

หนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้เน้นความเป็นผีหลอกอะไรมากมายนัก จังหวะการหลอกผีก็ดูเชยและโบราณราวกับดูหนังผีฮ่องกงในยุค 80 หรือ 90 เรื่องราวก็ไม่ได้ยากเกินคาดเดาอะไร เน้นไปที่เรื่องราวของไสยศาสตร์ ในด้านการแสดงนั้นก็ถือว่าทำได้ดี แม้พฤติกรรมของตัวละครดูแล้วจะน่ารำคาญก็ตาม แถมไม่ค่อยได้เอาใจช่วยสักเท่าไหร่ แม้ว่าบรรยากาศทั้งหมดโดยรวมนั้นจะดูเชยมากก็ตาม บรรยากาศค่อนข้างมืดดูแล้วอึดอัด ถือว่าเป็นหนังผีสยองขวัญที่ดูเพลินๆไม่ได้ดีงามหรือเลวร้ายอะไรมากนัก

ตอนที่ 2 The Magician เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งมีอาชีพขายขนมอยู่หน้าโรงเรียน ในระหว่างขายขนมเขาก็เล่นมายากลให้เด็กดูไปด้วยเพื่อแลกกับเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ วันหนึ่งเขาดันไปสัญญากับเด็กนักเรียนลึกลับคนหนึ่งว่าจะเล่นมายากลให้ดูในภายหลัง แต่ก็ไม่เคยเล่นให้ดูสักที

เขาอาศัยอยู่กับพ่อที่แก่ชรา ที่วัน ๆ หมกมุ่นอยู่แต่กับการเซ่นไหว้บางสิ่งบางอย่างอย่างโงหัวไม่ขึ้น ต่อมารู้ในภายหลังว่าบางสิ่งบางอย่างนั้น มันมีอาถรรพ์อันเลวร้ายอันเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อของเขาไม่สนับสนุนให้เล่นมายากล

ผนวกกับที่อยู่อาศัยของเขานั้นก็ดูซอมซ่อ เป็นอพาร์ทเม้นท์ ที่มีแต่ดวงวิญญาณอาศัยอยู่ ซึ่งเขาไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครที่เป็นคนมีชีวิต หรือใครที่เป็นดวงวิญญาณเร่ร่อน

ในตอนที่ 2  นี้โดยรวมแล้วก็รู้สึกเหมือนกับดูหนังระทึกขวัญที่มีความลึกลับ ที่เล่าเรื่องราวของพาร์ทปัจจุบัน เล่าเรื่องราวชีวิตของหนุ่มนักเล่นมายากลกับพ่อที่แก่ชรา และในพาร์ทของอดีตที่เล่าเรื่องราวของพ่อของเขา ซึ่งในอดีตนั้นโด่งดังจากการเล่นมายากล แต่ก็ต้องประสบกับเรื่องราวอาถรรพ์จึงทำให้เลิกเล่น และห้ามไม่ให้ลูกได้มายากลเหมือนเขา ในด้านความน่ากลัวสยองขวัญก็ไม่ต่างกับในตอนที่ 1 บรรยากาศเหมือนดูหนังผีในยุค 80 ส่วนบทสรุปนั้นก็ค่อนข้างงุนงงปล่อยให้ผู้คนคิดตาม ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงจะสับสนกับบทสรุปที่หนังต้องการนำเสนอ

ตอนที่ 3 Three Souls and Seven Spirits หนังเล่าเรื่องราวของบิ๊ก หญิงสาวที่สามารถติดต่อกับสิ่งเหนือธรรมชาติและดวงวิญญาณได้ วันหนึ่งเธอได้ถูกชายหญิงวัยกลางคนมาขอร้องให้เธอหาร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าอู๊ด แล้วเธอก็ย้อนกลับถามไปกับสองคนนั้นว่าหญิงสาวคนนี้ตายเมื่อไหร่ และตายยังไง และยังถามอีกว่าทำไมพึ่งให้มาหาร่างเอาป่านนี้ 

บิ๊กรับรูปของอู๊ดกำหนดจิต ในคืนเอง เมื่อเธอหลับไป ดวงวิญญาณหัวขาดดวงหนึ่งก็มาหาเธอ และหลอกหลอนเธอ เมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าดวงวิญญาณนี้พาเธอไปยังจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในชนบทห่างไกล

บิ๊กเดินทางไปยังจังหวัดนั้น และในช่วงที่กำลังฝนตกเธอก็ได้พบกับหญิงชราคนหนึ่ง เธอได้เล่าให้หญิงชราคนนั้นฟังว่าเธอมาตามหาร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง แต่หญิงชราก็บอกกับเธอให้ยกเลิกการตามหาร่างนั้น และหากไม่ยกเลิกการตามหาจะทำให้เธอต้องเสียชีวิต จากนั้นหญิงชราก็ไล่เธอออกจากบ้าน

บิ๊กเดินโซซัดโซเซไปเรื่อย ๆ จากจุดที่เธอเชื่อว่าเป็นเบาะแสไปยังที่บ้านของอู๊ตบ้าง ไปยังที่สุสานแห่งหนึ่งบ้าง ราวกับว่าตกอยู่ในภวัง เธอไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือความฝัน แล้วเธอก็ยังถูกวิญญาณหลายวิญญาณหลอกหลอน ก่อนที่เธอจะรู้ความจริงอันน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวที่เธอตามหา แล้วรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นกับเธอ

สำหรับหนังในตอนนี้ผมถือว่าเป็นตอนที่ดีที่สุดใน 3 เรื่องของ Vietnamese Horror Story เลยทีเดียว มีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างดูรู้เรื่องกว่าทั้ง 2 เรื่องที่ผ่านมา ดูแล้วรู้สึกว่ามีการลงทุนที่เยอะกว่า ใช้โลเคชั่นต่าง ๆ นำมาประกอบเนื้อเรื่องได้ดี การถ่ายภาพก็ถือว่าใช้ได้ รู้สึกถึงความพิถีพิถันในแง่ของการถ่ายภาพในเชิงศิลปะภาพยนตร์

เนื้อเรื่องมีการใช้ลูปเวลาวนเวียนเล่าสถานการณ์ซ้ำไปซ้ำมาจนเราเข้าใจ มีการดึงอารมณ์คนดูให้รู้สึกหวาดกลัวกับดวงวิญญาณที่ตัวละครเอกต้องประสบพบเจอ และเมื่อมันดึงอารมณ์เราไปจนถึงขีดสุดเขาก็เฉลยแล้วสรุปเนื้อเรื่องได้ดี

ส่วนมิติของผีในตอนที่ 3 นี้ก็แทบไม่ต่างอะไรกับ 2 ตอนที่ผ่านมาเช่นกัน จังหวะการหลอกของผียังมีความเชยอยู่มาก ผีที่ออกมาก็ไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัวอะไร จังหวะตกใจก็ทำยังไม่เด็ดขาดมากพอ แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังรู้สึกว่ามีน้ำมีเนื้อมากกว่า 2 ตอนแรก

ส่วนหัวใจที่สำคัญของเรื่องนั้นผมถือว่าเขาโยงมาได้ค่อนข้างดี ซึ่งหนังเขาได้เล่าเอาไว้ว่า

"ในตัวตนของคนตายนั้นประกอบด้วยวิญญาณที่ไร้ตัวตน สามประการ วิญญาณแห่งความสงบ วิญญาณแห่งความรู้แจ้ง และวิญญาณต้นกำเนิด ถ้าเราอยากรู้ว่าร่างกายของคนตายหายไปอยู่ที่ไหน เราต้องหลอกวิญญาณหนึ่งในนั้น พาไปยังสถานที่ดังกล่าว"

โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าเขาสามารถนำเอาความเชื่อดังเดิมของชาวเวียดนามดังกล่าวนั้น มาผูกกับเนื้อเรื่องแล้วก็สรุปได้ดี ซึ่งหนังเขาจะเล่ายังไงนั้นก็ต้องไปติดตามรับชมเอาเองนะครับ 

อย่างไรก็ตามเมื่อดู Vietnamese Horror Story จบครบทั้งสามตอน มันทำให้เราหวนคิดถึงบรรยากาศของหนังผีเอเชียที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง The Eye คนเห็นผี (2002) ผู้กำกับโดย ออกไซด์ แปง และ แดนนี แปง เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบรรยากาศในการหลอกหลอนของผีในจังหวะต่างๆนั้นใกล้เคียง และแม้แต่ชื่อเรื่องที่เขาตั้งใจจะทำออกมาให้พ้องกับ American Horror story ก็ทำให้คิดว่าเขาตั้งใจหรือใช้ซีรีส์สยองขวัญอันเลื่องขื่อของอเมริกันเรื่องนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเทียบอะไรเขาได้เลยก็ตามที การออกแบบผีบางตัวก็ทำให้คิดถึงการออกแบบปีศาจของกิลเลอร์โม่ เดลโทโร่ เชื่อว่าน่าจะได้อิทธิพลมาไม่มากก็น้อย

กล่าวโดยสรุป Vietnamese Horror Story เป็นหนังผีจากเวียดนามที่เล่าถึงเรื่องสั้นสยองขวัญ 3 เรื่อง โดยที่เนื้อหานั้นไม่ได้ยึดโยงกัน เรื่องความสยองขวัญนั้นถือว่ายังไม่สามารถสอบผ่านได้ จังหวะผีหลอกหลอนนั้นก็รู้สึกว่าไม่น่ากลัว การออกแบบผีก็ค่อนข้างเชย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็รู้สึกว่าเขามีความพยายามที่จะสร้างหนังสยองขวัญในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ใช้คติความเชื่อของชาวเวียดนามที่ผูกพันกับลัทธิขงจื้อ ความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับการบูชาภูตผี และความเชื่อเกี่ยวกับการทำไสยศาสตร์ แล้วก็นำสิ่งเหล่านี้มาผูกเป็นหนังสมัยใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่า หากทางทีมสร้างนั้นต้องการจะทำหนังเรื่องนี้ในชั้นต่อไปไม่ว่าจะออกมาในรูปของหนังหรือซีรีย์ก็ตาม ก็น่าจะสามารถพัฒนาให้มีความน่าสนใจมากขึ้นกว่านี้ได้ เพราะผมถือว่าเขามาดีแล้วนะครับ

6/10 
@วาทิน ศานติ์ สันติ

#SuperReviewChannel
#VietnameseHorrorStory2022
#VietnameseHorrorStoryNetflix
#ตำนานผีเวียดนาม

หมายเลขบันทึก: 703047เขียนเมื่อ 14 มิถุนายน 2022 10:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 สิงหาคม 2022 00:55 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี