เด็กดีศรีเขียว หลักฐานการเรียนรู้ขาออกของนักเรียนชั้น ม. ๖ โรงเรียนรุ่งอรุณ ในปี ๒๕๖๒


 

อ่านหรือดาวน์โหลดได้ที่ (๑)    เป็นตัวอย่างการจัดการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ที่ได้ผลกระทบหลายต่อ หรือหลายชั้น

วิจารณ์ พานิช

๑๘ เม.ย. ๖๕

 

หมายเลขบันทึก: 702651เขียนเมื่อ 15 พฤษภาคม 2022 16:03 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 พฤษภาคม 2022 16:03 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)

Thank you for the link to the book. I read a few chapters so far.

Chapter 1 introduces บางกะเจ้า ปอดของกรุงเทพ, and chapter 2 tells ที่มา ชื่อบางกะเจ้า …แต่สันนิษฐานว่ํา คำว่ํา ‘กะเจ้า’ ม่าจากคำว่ํา ‘นกกระยาง’ ในภาษาเขมร… This struck me as odd, so I looked up the Royal Society Thai Dictionary (2542 and 2554 editions) and did not find ‘กะเจ้า’ nor ‘กะเจ่า’ in the dictionaries. But

From Royal Institute Dictionary (2542 Th-Th)กระเจ้า ๑  (ถิ่น) น. นกยาง เช่น กระจาบกระเจ้าจับ ซ้องศัพทอึงอล.  ๒ (ถิ่น-พายัพ, ปักษ์ใต้) น. ต้นกระเชา. ( ดู กระเชา)กระเจ่า (ถิ่น) น. นกยาง เช่น กระจาบกระเจ้าจับ ซ้องศัพทอึงอล.

Google’s Translate (Thai -> Khmer) says:กระยาง = សត្វក្រៀល สัต-กึ-เรียล / สัต เกรฺียล in Khmer (សត្វ = สัตว์) กระเจ้า = ព្រះ เพรีย (= พระเจ้า in Thai)

So there is a (trivial) inconsistency possibly in the dictionary as it does not include this official locality (‘place name’). The example ‘กระจาบกระเจ้าจับ ซ้องศัพทอึงอล’ is given without reference to its origin. This example is propagated to many Thai dictionary websites. Perhaps the Royal Society should update the Thai dictionary and provide references so we have a more comprehensive dictionary.

[We can preserve our culture better if we do not let it become irrelevant.]

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี