สุราษฎร์ธานี เมืองแห่งคนดี (1) รอบรู้เรื่องเมืองร้อยเกาะ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภาคใต้ มีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมทั้งที่ราบชายฝั่ง มีพื้นที่ครอบคลุมถึงในบริเวณอ่าวไทย ทั้งบริเวณที่เป็นทะเลและเป็นเกาะ เกาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มากถึง 98 เกาะ นับว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดพังงา (155 เกาะ) และจังหวัดภูเก็ต (154 เกาะ)

เกาะขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักเช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง เนื่องจากทำเลที่ตั้งจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเกิดบริเวณทะเลอันดามันเป็นครั้งคราวเนื่องจากจะมีแนวเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช แถบบริเวณจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแนวช่วยลดอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว ในทางกลับกันพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกติจะมีแหล่งกำเนิดบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนกินระยะเวลายาวนานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมกราคม

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและประกอบอาชีพทางด้านเกษตรเป็นหลัก โดยใช้พื้นที่ในการทำเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการทำเหมืองแร่อีกด้วย

ที่ตั้งและอาณาเขต

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ โดยมีจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกัน ดังนี้

ด้านทิศเหนือ ติดกับจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และอ่าวไทย
ด้านทิศใต้ ติดกับจังหวัดกระบี่และจังหวัดนครศรีธรรมชาติ
ด้านทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและอ่าวไทย
ด้านทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดพังงา

โดยทะเลฝั่งอ่าวไทยนั้นมีชายฝั่งยาวประมาณ 156 กิโลเมตร มีเกาะที่อยู่ภายใต้เขตการปกครองของจังหวัด ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งมีเกาะน้อยใหญ่อีกมากมาย เช่น เกาะนางยวน เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ ฯลฯ สุราษฎร์ธานีจึงได้ชื่อว่า เมืองร้อยเกาะ

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ได้แก่ ภูมิประเทศแบบที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูง รวมทั้งภูมิประเทศแบบภูเขา ซึ่งกินพื้นที่ของจังหวัดถึงร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีทิวเขาภูเก็ตทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ของจังหวัด และมีลุ่มน้ำที่สำคัญคือ ลุ่มน้ำตาปี ไชยา ท่าทอง เป็นต้น ด้านตะวันออกเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย และมีเกาะน้อยใหญ่ที่มีประชากรอาศัย 

ส่วนด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นภูเขาสูง มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ  แม่น้ำตาปี แม่น้ำคีรีรัฐ หรือแม่น้ำพุมดวง เนื่องจากทำเลที่ตั้งรวมถึงภูมิประเทศจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดมาจากอ่าวไทย จึงทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนยาวนานมาก กินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมกราคม อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21-16 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34.51 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 129.59 มิลลิเมตร

ประวัติความเป็นมา

สุราษฎร์ธานีเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งทางภาคใต้ตอนบน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองไชยาซึ่งตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านดอน (เมืองไชยาปัจจุบันคืออำเภอไชยา) และพระราชทานนามเมืองว่า “สุราษฎร์ธานี” แปลว่า เมืองคนดี และทรงเปลี่ยนชื่อแม่น้ำหลวงที่เกิดจากภูเขาหลวง เทือกเขานครศรีธรรมราช เป็น แม่น้ำตาปี ชื่อเมืองและชื่อแม่น้ำดังกล่าวสอดคล้องกับเมืองสุรัฏฐ์ หรือเมืองสุหรัด ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตาปีหรือตาปติในประเทศอินเดีย แม่น้ำตาปติมีต้นกำเนิดจากภูเขาสัตตปุระ ไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดียทางอ่าวแคมเบย์ ทางฝั่งซ้ายของปากแม่น้ำนี้คือเมืองสุรัฏฐ์ดังกล่าว

เมื่อครั้งมีการปกครองแบบเทศาภิบาล เมืองไชยาหรือสุราษฎร์ธานียุคนั้นขึ้นกับมณฑลชุมพร โดยรวมเมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองหลังสวนเป็นเขตเดียวกัน ต่อมาโปรดเกล้าฯให้ย้ายที่ว่าการมณฑลไปตั้งที่ตำบลบ้านดอน บริเวณเดียวกับศาลากลางเมืองไชยา และเปลี่ยนชื่อมณฑลชุมพรเป็นมณฑลสุราษฎร์ธานี พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเมืองไชยาที่บ้านดอนเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี ตำบลที่ตั้งตัวเมืองสุราษฎร์ธานีชาวบ้านมักเรียกว่าบ้านดอนแทนสุราษฎร์ธานี เช่นเดียวกับชาวตรังเรียกทับเที่ยงแทนเมืองตรัง ชาวสงขลาเรียกบ่อยางแทนเมืองสงขลา บ้านดอนมีพื้นที่เป็นดินดอน น้ำไม่ท่วม เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน เล่ากันว่ามีชาวประมง ชาวนา และชาวสวนตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์

ไชยา เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ยุคศรีวิชัยเรืองอำนาจ ช่วงนั้นพุทธศาสนาลัทธิมหายานเผยแผ่มาจากอินเดีย หลักฐานสำคัญคือพระบรมธาตุเจดีย์ทรงศรีวิชัย พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด และจารึกวัดเวียงไชยา ซึ่งมีเนื้อหากล่าวสรรเสริญพระเจ้ากรุงศรีวิชัย หรือศรีวิชเยนทรราชา

ตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำพระเจดีย์ศรีวิชัยที่วัดพระบรมธาตุไชยาซึ่งสร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย พ ศ. 1300 - 1500 มาเป็นสัญลักษณ์

คำว่าไชยามาจาก 2 พยางค์สุดท้ายของคำว่า "ศรีวิชยะ" ซึ่งชาวใต้มักตัดคำให้สั้นลง คำว่าศรีวิชัยปรากฏเป็นนามกษัตริย์และนามเมือง รวมทั้งยังปรากฏเป็นนามภูเขาศรีวิชัย เขตอำเภอพุนพิน เคยอยู่ในเขตเมืองไชยา รวมทั้งศรีวิชัยยังปรากฏในบันทึกของพระภิกษุจีนชื่ออี้จิง ซึ่งเดินทางผ่านไชยาไปอินเดียเมื่อพ.ศ. 1214 โดยเรียกเมืองนี้ว่า ชิ-ลิ-โฟ-ชิ ซึ่งเสียงใกล้เคียงกับ ศิ-ริ-วิ-ชยะ

ช่วงรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พม่ายกทัพมาตีหัวเมืองภาคใต้ ไชยาถูกพม่าทำลายเสียหาย จึงย้ายตัวเมืองไปตั้งใหม่ที่ตำบลพุมเรียง(ชื่อต้นไม้ ชำมะเรียง ก็เรียก) เมื่อมีการปกครองแบบเทศาภิบาล ไชยาขึ้นกับมณฑลชุมพร และยกตำบลพุมเรียงขึ้นเป็นอำเภอ โดยไชยาให้คงชื่อเมืองไว้เพราะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ส่วนเมืองไชยาใหม่ที่บ้านดอนได้รับพระราชทานนามว่า “สุราษฎร์ธานี” เมืองไชยาเก่าที่พุมเรียงภายหลังย้ายกลับไปตั้งที่ตำบลทุ่ง ต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอไชยาจนทุกวันนี้

คำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

เมืองร้อยเกาะ เป็นสมญานามของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีเกาะน้อยใหญ่มากมาย เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะริกัน เกาะนกเภา เกาะกล้วย เกาะพะลวย เกาะปราบ เกาะแตน หมู่เกาะอ่างทอง เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และทำรายได้มากมายให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี

เงาะอร่อย

เงาะโรงเรียนมีปลูกกันมากที่อำเภอบ้านนาสาร โดยมีประวัติเล่าว่า เมื่อปีพ.ศ.2468 มีชาวจีนสัญชาติมาเลเซียชื่อนายเค วองซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองปีนัง ได้เดินทางเข้ามาทำเหมืองดีบุกที่หมู่บ้านเหมืองเกาะ ตำบลนาสาร ได้นำเมล็ดเงาะมาปลูกข้างที่พัก ปรากฏว่ามีเงาะต้นหนึ่งมีลักษณะต่างจากต้นอื่น คือมีผลกลม เนื้อกรอบ เปลือกบาง รสชาติอร่อย ในปีพ.ศ. 2497 นายเค วอง ได้เลิกกิจการและขายที่ดินให้กับกระทรวงธรรมการ และต่อมาก็ได้ปรับปรุงจนเป็นโรงเรียน ชื่อโรงเรียนนาสาร ส่วนเงาะที่ปลูกไว้ก็ได้แจกจ่ายให้ประชาชน โดยใช้พันธุ์เดิมเรียกว่าเงาะโรงเรียน

ในพ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้นำชาวสวนได้ทูลเกล้าฯถวายเงาะโรงเรียนและขอพระราชทานชื่อพันธุ์เสียใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า "ชื่อเงาะโรงเรียนก็ดีอยู่แล้ว" จึงได้ใช้ชื่อเงาะโรงเรียนอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หอยใหญ่

หอยนางรมสุราษฎร์ธานีเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเป็นอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อ มีรสอร่อยชวนรับประทานและมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ การเพาะเลี้ยงหอยนางรมทำกันมากที่ปากคลองกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ หอยที่เลี้ยงมี 2 ชนิด คือ ชนิดพันธุ์เล็ก เรียกว่า หอยเจาะ ส่วนชนิดพันธุ์ใหญ่ เรียกว่า หอยตะโกรม ลักษณะเป็นหอย 2 ฝา พบทั่วไปบริเวณชายฝั่งน้ำตื้น หอยนางรมจะวางไข่ตลอดปี แต่จะพบมากในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน โดยจะวางไข่ครั้งละประมาณ 1-9 ล้านฟอง

ไข่แดง

ไข่เค็มไชยาทำจากไข่เป็ดที่เลี้ยงในอำเภอไชยา มีลักษณะพิเศษ คือ ไข่แดงมีสีแดงจัด ไข่แดงมากกว่าไข่ทั่วไป สีสันมันวาวน่ารับประทาน เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของอำเภอไชยา ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก

แหล่งธรรมะ

แหล่งธรรมะที่ชาวสุราษฎร์ธานีภูมิใจคือสวนโมกข์พลาราม หรือวัดธารน้ำไหล ซึ่งท่านพุทธทาสได้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2502 บนเนื้อที่ 375 ไร่ เป็นวัดที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างเป็นโบสถ์วิหาร แต่จะใช้ธรรมชาติอันร่มรื่น ทำให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และสามารถศึกษาธรรมะได้อย่างเข้าใจถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา

ต้นไม้มงคลประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ ต้นเคี่ยม ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาณ 20 - 40 เมตร ลักษณะเรือนยอดเป็นพุ่มทึบ รูปทรงเจดีย์แบบต่ำๆ ส่วนเปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล เปลือกเรียบ มีรอยด่างสีเทาและสีเหลืองสลับกัน และมีต่อมระบายอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลอ่อน

ดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

ดอกบัวผุด หรือที่คนใต้มักเรียกกันว่า บัวตูม พบในป่าดิบตั้งแต่แหลมมลายูลงไป ในประเทศไทยพบที่อุทยานแห่งชาติเขาสก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ดอกบัวผุดเป็นพืชกาฝากที่อาศัยน้ำเลี้ยงจากรากของเถาวัลย์น้ำอย่างส้มกุ้งหรือเครือเขาน้ำ ไม่มีใบ ไม่มีลำต้น มีเพียงดอกสีแดงประแต้มเหลืองใหญ่ราว 10 เซนติเมตร โผล่ขึ้นมาจากดินเท่านั้น เป็นดอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีกลิ่นที่เหม็นมาก ลักษณะคล้ายหม้อใบใหญ่ มีกลีบหนา เส้นผ่าศูนย์กลางของดอกประมาณ 50 - 100 เซนติเมตร 

ภายในดอกจะมีแผ่นแบนคล้ายจาน ส่วนด้านบนมีปุ่มคล้ายหนามแหลม จานนี้จะซ่อนเกสรตัวผู้กับรังไข่ไว้ด้านล่าง ที่โคนของดอกมีกลีบนำสีน้ำตาลอมเหลืองเรียงสลับซับซ้อนกันอยู่มาก เมื่อดอกยังสดอยู่ดอกบัวผุดจะมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม กลีบดอกมีความหนา 0.5 - 1 เซนติเมตร ใช้เวลาในการเจริญเติบโตนานกว่า 9 เดือน ดอกบัวผุดจะพบได้ระหว่างฤดูฝน เดือนพฤษภาคม - ธันวาคม และจะบานอยู่ได้เพียง 4-5 วัน หลังจากนั้นจะค่อยๆเหี่ยวแห้งไป

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งจะได้กล่าวถึงในบันทึกต่อไป ได้แก่

ล่องเรือชมคลองร้อยสาย

สะพานแขวนเขาพังและภูเขารูปหัวใจ

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา

แพที่พักในเขื่อนเชี่ยวหลาน

ล่องเรือชมธรรมชาติกุ้ยหลินเมืองไทย

Morning Safari ส่องสัตว์ยามเช้า

วัดพระบรมธาตุไชยา

สวนโมกข์ หรือ วัดธารน้ำไหล

อาหารพื้นเมืองปักษ์ใต้

ขอขอบคุณ

  • การบริการที่ดีเยี่ยมของบริษัททัวร์ฟ้าใสและทีมงาน
  • ภาพประกอบบางส่วนจากอินเทอร์เน็ต
  • น้ำใจไมตรีจากเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน