องค์การบริหารส่วนตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
1.ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะตำบล
เมื่ออดีตได้มีชาวบ้านคนหนึ่งชื่อนายนิครน ได้เดินทางมาจากต่างถิ่นเข้ามาตั้งรกราก ทำฟาร์ม เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ จนมีรายได้มีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีคนหนึ่งชาวบ้านในแถบนี้จึงเรียกกันติดปากว่า เศรษฐีนิครน ซึ่งเศรษฐีนิครน เป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีแก่เพื่อนบ้านทุกคนและเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในบริเวณนี้ ต่อมา เมื่อเศรษฐีนิครนได้ถึงแก่ความตาย เพื่อเป็นอนุสรณ์ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อพื้นที่บริเวณแถบนี้ว่าบ้านครน ต่อมา บ้านครนได้มีการขยายอาณาเขตยกฐานะเป็นตำบล จึงได้ชื่อว่า ตำบลครน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
พื้นที่และขอบเขต
ตำบลครนตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสวี ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 5 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่าง จากจังหวัดชุมพรไปทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 131.23 ตารางกิโลเมตร ประมาณ 82,018.75 ไร่ ตำบลครนมีอาณาเขตดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อ ตำบลวิสัยใต้
ทิศตะวันออก ติดต่อ ตำบลวิสัยใต้และ ตำบลปากแพรก
ทิศตะวันตก ติดต่อ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
ทิศใต้ ติดต่อ ตำบลสวีและตำบลทุ่งระยะ
พื้นที่และขอบเขตปรากฏดังแผนที่ ดังนี้
ลักษณะภูมิประเทศ
ตำบลครนตั้งอยู่บนพื้นที่เป็นที่ราบสูงและภูเขา ทางทิศตะวันตกและลาดต่ำไปทางทิศ ตะวันออก สภาพพื้นดินโดยทั่วไปเป็นดินร่วนและดินเหนียวปนทราย มีภูเขาและป่าไม้เบญจพรรณมากมาย หลายชนิด ทางด้านตะวันตกมีภูเขาสลับซับซ้อนเรียงรายยาวจากเหนือไปใต้ เรียกว่าทิวเขาตะนาวศรี
ลักษณะภูมิอากาศ
ตำบลครนได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเหตุให้มีฤดูกาลเพียงสองฤดู คือ
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเปลี่ยนมรสุมหลังจากมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนืออ่อนกำลังลง
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จาก ทะเลอันดามัน เป็นมวลอากาศที่มีความชื้นสูง และเปลี่ยนเป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจึงทำให้เกิด ฝนตกชุกมีปริมาณน้ำฝนอยู่ในช่วง 1,553 - 2,344 มิลลิเมตร สำหรับอุณหภูมิในจังหวัดชุมพร เฉลี่ยโดยประมาณ 27.3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.6 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุด 97 เปอร์เซ็นต์เฉลี่ยต่ำสุด 49 เปอร์เซ็นต์ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย ทั้งปี 81 เปอร์เซ็นต์
ลักษณะดิน
ข้อมูลกลุ่มชุดดิน ตามความเหมาะสมของดินและคุณภาพ
กลุ่มดินตามรายงานแผนที่ตามความเหมาะสมของดิน กับพืชเศรษฐกิจเบื้องต้นซึ่งจัดทำโดยกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยปรับปรุงแก้ไขข้อมูลแผนที่และจัดรวบรวมดินทั้งประเทศ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน คือมี 62 กลุ่มชุดดิน ซึ่งจัดทำให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของการพัฒนาและมาตรฐาน การบริหารและการจัดการทรัพยากรที่ดิน ได้บอกว่า ตำบลครนประกอบด้วยกลุ่มดิน ดังนี้
หน่วยดินที่ 62 เป็นกลุ่มชุดดินที่มีมากที่สุด ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เป็นภูเขาควรสงวนไว้เป็นธรรมชาติและแหล่ง น้ำลาธาร
หน่วยดินที่ 51 เป็นกลุ่มชุดดินที่มีมาก รองลงมาเป็นอันดับสองของตำบลเป็นบริเวณที่ลาดเชิงเขา หรือ เนินเขาต่าง ๆ เป็นดินตื้น มีการระบายน้ำดี มีปัญหาเกี่ยวกับการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ พืชที่เหมาะแก่การปลูกพืชได้แก่ เงาะ มังคุด ทุเรียน พืชไร่
หน่วยดินที่ 53 เป็นกลุ่มชุดดินที่มีมากเป็นลำดับที่สามของตำบล เป็นบริเวณพื้นที่ลูกคลื่นหรือเนินเขา เป็นดินลูกรัง หรือดินปนเศษหินผุ พืชที่เหมาะสมในการเพาะปลูกได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ โกโก้ ส้มเขียวหวาน สับปะรด รองลงมาคือ เงาะ มังคุด ทุเรียน พืชผัก
หน่วยดินที่ 50 เป็นกลุ่มดินที่มีมาก เป็นลำดับที่สี่ของตำบล สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดจนถึง เนินเขา เป็นดินสึกปานกลางประเภทดินร้อนมีการระบายน้ำดี พืชที่เหมาะแก่การเพาะปลูกได้แก่ ยางพารา มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ ปาล์มน้ำมัน เงาะ มังคุด ทุเรียน พืชไร่ต่าง ๆ
การปกครองระดับหมู่บ้าน
ตำบลครน แบ่งเขตการปกครองระดับหมู่บ้านเป็น 14 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำหมู่ ต่าง ๆ ดังนี้
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ผู้ใหญ่บ้าน |
| 1 | นาเหรี่ยง | ไชยยุทธิ์ พรหมน้อย |
| 2 | พะงุ้น | ประเสริฐ ดำอุดม |
| 3 | ครน | อภิสิทธิ์ ซั่วเซ่งอิ๋ว |
| 4 | ไทรล่า | กิตติ ผลคิด |
| 5 | น้ำฉา | ชัยพงษ์ สมตน |
| 6 | ห้วยแห้ง | ยงยุทธิ์ อินทรวิสัย |
| 7 | แก่งตะเคียน | ธวัช รอดนาโพธ์ |
| 8 | เขาล้าน | เดชา จันทราไชย |
| 9 | เขาหลัก | ชัยยันต์ สั่งปล้อง |
| 10 | ปลายกริม | นิพน ทนหมัด |
| 11 | ช่องรอ | ปรีชา เมืองสวี |
| 12 | บ้านคู | นพดล ชอบตรง (กำนัน) |
| 13 | ควนสามัคคี | สวัสดิ์ ภู่นุชอภัย |
| 14 | ช่องพงษ์ | สงัด คชหาญ |
ครัวเรือนและประชากร
ครัวเรือนในตำบลครนทั้ง 14 หมู่บ้าน มีจำนวนทั้งสิ้น 4,723 ครัวเรือน โดยหมู่บ้านที่มีครัวเรือนมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ บ้านไทรล่า จำนวน 531 ครัวเรือน บ้านคู จำนวน 515 ครัวเรือน และบ้านน้ำฉา จำนวน 466 ครัวเรือน ส่วนหมู่บ้านที่มีจำนวนน้อยที่สุด ได้แก่ บ้านเขาหลัก จำนวน 226 ครัวเรือน
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ครัวเรือน | ประชากร | รวม | |
| ชาย | หญิง | ||||
| 1 | นาเหรี่ยง | 401 | 452 | 461 | 913 |
| 2 | พะงุ้น | 247 | 313 | 298 | 611 |
| 3 | ครน | 320 | 373 | 383 | 756 |
| 4 | ไทรล่า | 531 | 650 | 643 | 1,293 |
| 5 | น้ำฉา | 466 | 435 | 456 | 891 |
| 6 | บ้านห้วยแห้ง | 300 | 339 | 334 | 673 |
| 7 | แก่งตะเคียน | 267 | 294 | 236 | 530 |
| 8 | เขาล้าน | 261 | 258 | 240 | 498 |
| 9 | เขาหลัก | 226 | 213 | 188 | 401 |
| 10 | ปลายกริม | 354 | 371 | 334 | 705 |
| 11 | ช่องรอ | 275 | 334 | 340 | 674 |
| 12 | คู | 515 | 410 | 460 | 870 |
| 13 | ควนสามัคคี | 326 | 381 | 352 | 733 |
| 14 | ช่องพงษ์ | 234 | 244 | 224 | 468 |
| รวมทั้งสิ้น | 4,723 | 5,067 | 4,949 | 10,061 | |
ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาของตำบลครน ประกอบด้วย 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2 ศูนย์ 2) โรงเรียนประถมศึกษา 6 โรงเรียน 3) โรงเรียนขยายโอกาส 1 โรงเรียน 4) โรงเรียนมัธยมศึกษา 1 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 4 แห่งมีรายละเอียดดังนี้
ระบบสาธารณสุข
ระบบสาธารณะสุขของตำบลครน ประกอบด้วย 1)โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครน 2) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำฉา 3) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนสามัคคี มีรายละเอียดดังนี้
ระบบเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจของตำบลครน ประกอบด้วย
หมู่ที่ 1 บ้านนาเหรี่ยง พื้นที่ทำการเกษตร 6,640 ไร่
หมู่ที่ 2 บ้านพะงุ้น พื้นที่ทำการเกษตร 6,101 ไร่
หมู่ที่ 3 บ้านครน พื้นที่ทำการเกษตร 6,459 ไร่
หมู่ที่ 4 บ้านไทรล่า พื้นที่ทำการเกษตร 5,339 ไร่
หมู่ที่ 5 บ้านน้ำฉา พื้นที่ทำการเกษตร 6,974 ไร่
หมู่ที่ 6 บ้านห้วยแห้ง พื้นที่ทำการเกษตร 6,340 ไร่
หมู่ที่ 7 บ้านแก่งตะเคียน พื้นที่ทำการเกษตร 7,310 ไร่
หมู่ที่ 8 บ้านเขาล้าน พื้นที่ทำการเกษตร 2,510 ไร่
หมู่ที่ 9 บ้านเขาหลัก พื้นที่ทำการเกษตร 4,500 ไร่
หมู่ที่ 10 บ้านปลายกริม พื้นที่ทำการเกษตร 4,746 ไร่
หมู่ที่ 11 บ้านช่องรอ พื้นที่ทำการเกษตร 8,472 ไร่
หมู่ที่ 12 บ้านคู พื้นที่ทำการเกษตร 7,747 ไร่
หมู่ที่ 13 บ้านควนสามัคคี พื้นที่ทำการเกษตร 2,455 ไร่
หมู่ที่ 14 บ้านช่องพงษ์ พื้นที่ทำการเกษตร 3,750 ไร่
ระบบพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ
ด้านกลุ่มอาชีพ ประกอบด้วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวน 2 แห่ง รายละเอียดดังนี้
ระบบอุตสาหกรรม
ระบบอุตสาหกรรมของตำบลครน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยโรงงานประเภทบริษัทจำนวน 1 แห่ง รายละเอียดดังนี้
ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
ประเภทแหล่งน้ำ
แหล่งน้ำของตำบลครน ส่วนใหญ่ประกอบคลองสาธารณะจำนวน 2 แห่ง รายละเอียดดังนี้
ประเภทพื้นที่สาธารณะ หรือป่าไม้ชุมชน
พื้นที่สาธารณะของตำบลครน ส่วนใหญ่ประกอบด้วย รายละเอียดดังนี้
สถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนของตำบลครน รายละเอียดดังนี้
ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญา
ด้านศาสนา
ประชากรของตำบลครน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และมีศาสนสถานและสถานที่สำคัญในพื้นที่มีรายละเอียดดังนี้
2.ข้อมูลสะท้อนลักษณะองค์กร
องค์การบริหารส่วนตำบลครน เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบลครนตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสวี ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 5 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่าง จากจังหวัดชุมพรไปทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 131.23 ตารางกิโลเมตร ประมาณ 82,018.75 ไร่
ตราสัญลักษณ์ หมายถึง ภูเขา ดวงอาทิตย์ จับมือ สื่อถึงคนในตำบลมีความสามัคคีกัน
คณะผู้บริหาร
นายบุญชวน กายสะอาด
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลครน
(ดำรงตำแหน่ง ปี 2565)
โครงสร้างหน่วยงาน
โครงสร้างองค์การบริหารส่วนตำบลครน
คณะผู้บริหาร อบต.
สภา อบต.
พนักงานส่วนตำบล
โครงสร้างส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลครน
สำนักงาน ปลัด อบต. ส่วนการคลัง ส่วนโยธา
(นักบริหารงานทั่วไป 6) (นักบริหารงานคลัง 7) (นักบริหารงานช่าง7)
๑.งานบริหารทั่วไป
๒.งานนโยบายและแผน
๓.งานกฎหมายและคดี
๔.งานสวัสดิการและ
พัฒนาชุมชน
๕.งานส่งเสริมการศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์องค์กร
วิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนตำบลครน คือ “ตำบลครน เมืองน่าอยู่บนพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่ดี ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารและพัฒนา ก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ มุ่งสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งแวดล้อมไม่เป็นมลพิษ ”
พันธกิจ
1. สร้างและปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐาน
2. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
3. พัฒนาระบบบริหารจัดการและการเมืองการปกครอง
4. พัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน
5. พัฒนาและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
6. ดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป้าประสงค์
1. การคมนาคม โทรคมนาคม รวดเร็ว มีไฟฟ้าและประปาทั่วถึงทุกครัวเรือน
2. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
3. ประชาชนได้รับการบริการสะดวก รวดเร็วในการรับบริการ
4. ประชาชนมีอาชีพและรายได้เพียงพอ
5. การบริหารงานขององค์กรตามหลักธรรมาภิบาล
6. ประชาชนมีความพร้อมในการรองรับประชาคมอาเซียน
7. มีทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน สิ่งแวดล้อมไม่เป็นมลพิษ
3. ความเป็นมาของหมู่บ้าน/ชุมชน
ประวัติชุมชนของตำบลครน / หมู่บ้านไทรล่า
สมัยเมื่อก่อนเป็นร่องอยู่ เดียวนี้เรียกว่า วังไทร เป็นลำห้วย เมื่อก่อนมีต้นไทร ต้นไทรจะมีรากใหญ่ข้ามลำห้วยแล้วคนจะสัญจรใช้รากไทรเป็นเส้นทางแทนสะพานข้ามไป จากรากไทรแล้วมีคนมาสัญจรมากทางนั้นเขาจึงเรียกว่าเป็นไทร ไทรล่า เขาจะพูด ๆ กันว่า ข้ามตรงไทรล่า
หมู่บ้านไทรล่าสมัยก่อน ร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเป็นป่าธรรมชาติสวยงามมากมีลำธารน้ำใสไหลผ่านตลอดทั้งปี มีสัตว์ป่านาๆชนิดทั้งสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ แต่ที่ประหลาดมีต้นไม้หนึ่งต้นใหญ่โตประมาณเกือบสามคนโอบเป็นต้นไม้ทรงพุ่มเตี้ย แต่กิ่งก้านสาขายาวมากหลายสิบเมตรมีรากที่กิ่งห้อยย้อยลงถึงพื้นดินเป็นช่วง ๆสวยมาก ชาวบ้านทั่วไปเรียกชื่อไม้ชนิดนี้ว่าไทรย้อย สมัยนี้คงจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ต่อมาก็มีราษฎรได้เข้าไปบุกรุกป่าผืนนี้ทำการเกษตรมีประชากรเพิ่มขึ้นมากมายจึงเข้าไปทำลายบุกรุกเอาเป็นที่ทำกินมาจนถึงทุกวันนี้และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่าหมู่บ้านไทรล่า แท้ที่จริงก็มาจากต้นไทรย้อยต้นดังกล่าวไว้ตั้งแต่ต้น เป็นชื่อหมู่บ้าน
กิตติ ผลคิด ( 46 ปี ) ผู้ใหญ่บ้าน ณ ปัจจุปัน
อนุพิน จกโป ( 52 ปี ) ชาวบ้านในหมู่บ้าน
นุ้ย กองเพชร ( 94 ปี ) ชาวบ้านในหมู่บ้าน
อดีต ครูวิโรจน์ รื่นสุคน ( 70 ปี )
ภูมิปัญญา
ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลครน ประชาชนในชุมชนได้อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ การทำไม้กวาดทางมะพร้าว การเลี้ยงไก่ชน การเผาถ่านไม้ การเลี้ยงสุกร และการปลูกต้นยางพาราเพื่อเก็บน้ำยางขาย
การทำไม้กวาดทางมะพร้าว
นางจำนง เพชรศรี 74 ปี หมู่บ้านไทรล่า ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นผู้จักสานการทำไม้กวาดทางมะพร้าว กล่าวว่า เป็นการทำไม้กวาดที่ง่าย เริ่มทำขายมาตั้งแต่ปี 2558 มาจนถึงปัจจุบัน 7 ปี ทำขายเองภายในหมู่บ้าน เพื่อหารายได้ให้ครอบครัวของตนเอง
การเลี้ยงไก่ชน
นายพงษ์ศักดิ์ ซั่วเซ่งอิ้ว 42 ปี หมู่บ้านไทรล่า ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นผู้เลี้ยงไก่นานเกือบ 20 ปี เพราะแถวบ้านมีคนเล่นไก่ชนกันมาก อีกทั้งพ่อก็คอยสนับสนุนและอบรมสั่งสอนว่า อย่าเล่นพนันไก่ชนจนหมดเนื้อหมดตัว ขอให้ใช้ไก่ชนมาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ หากไก่เก่งก็ขายไป ส่วนมากเป็นไก่พื้นเมือง แต่มีความสามารถพิเศษในเรื่องของการต่อสู้ การเลี้ยงไก่ชนถือเป็นกีฬา และเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยมานานหลายร้อยปี ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขาย และมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่
การเผาถ่านไม้
นางเรณู เมืองอุดม 48 ปี หมู่บ้านไทรล่า ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร กล่าวว่าเพื่อใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงและประโยชน์ภายในครัวเรือนแล้วยังทำให้ลดรายจ่ายภายในครัวเรือน ถ่านที่ได้มีคุณภาพสูงเป็นผลดีต่อ สุขภาพ เมื่อเหลือใช้ภายในครัวเรือนแล้วสามารถนำออกไปขายสู่ตลาดเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้ด้วย และเมื่อเผาถ่านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้เป็นขี้เถ้า ดังตามรูปภาพ
การเลี้ยงสุกร
นางสมพร ยังมี 78 ปี หมู่บ้านไทรล่า ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร กล่าวว่าการเลี้ยงสุกรเป็นอาชีพที่ทำยาก ต้องใช้ต้นทุนสูง ใช้เวลานานกว่าจะคืนกำไรแต่ในความจริงไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป การเลี้ยงสุกรเลี้ยงง่าย ให้ผลตอบแทนดี เพราะสุกรเป็นสัตว์เลี้ยงที่ขยายพันธุ์ได้เร็ว อีกทั้งยังให้ลูกดก สามารถคืนกำไรได้เร็ว ยิ่งถ้าได้แม่พันธุ์สายพันธุ์ดีก็ยิ่งให้ผลผลิตดีขึ้นด้วย และเนื้อสุกรเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นส่วนมากสามารถขายได้ง่ายทั้งตลาดและผู้รับซื้อ ส่วนมูลสุกรมีประโยชน์สามารถนำมาทำปุ๋ยขายเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย
การปลูกต้นยางพารา
นางอารี เย็นใจ 36 ปี หมู่บ้านไทรล่า ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ได้ให้ข้อมูลว่าที่บ้านปลูกสวนยางมานานแล้ว 8 ปีเป็นอาชีพหลักในการสร้างรายได้ ช่วงเวลาในการกรีดยางคือ ช่วง 6.00-8.00 น. แต่การกรีดยางในช่วงเวลา 1.00-4.00 น. จะให้ปริมาณยางมากกว่าการกรีดยางในตอนเช้าอยู่ร้อยละ 4-5 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ปริมาณน้ำยางมากสุด ส่วนประโยชน์ของต้นยางพาราที่กรีดได้นั้นนำไปแปรรูปได้ด้วย เช่น ยางแห้งจะเป็นยางแผ่นผึ่งแห้งและยางน้ำจะเป็นยางยืดหรือยางรัดของได้อีกด้วย
สถานการณ์ปัญหา
ปัญหาในหมู่บ้านไทรล่า คือ ปัญหาน้ำประปาไม่ไหล ปัญหายาเสพติด ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำกระท่อมและปัญหาการศึกษาของเด็ก เช่น เด็กไม่เรียนหนังสือ
บรรณานุกรม
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2561- 2564)
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2555-2557)