มารไม่มี บารมีไม่เกิด เจอมารอย่าท้อแท้จงใช้ชีวิตไปกับมัน
มารไม่มี บารมีไม่เกิด
เจอมารอย่าท้อแท้จงใช้ชีวิตไปกับมัน
ดร. ถวิล อรัญเวศ
มารไม่มี บารมีไม่เกิด เป็นคำที่ท่านนักปราชญ์ท่านให้
แง่คิดไว้เพื่อให้กำลังใจแก่คนที่กำลังโดนปัญหามรสุมชีวิตมา
โหมกระหน่ำเข้าใส่ หรือมารุมเร้าเพื่อคร่าชีวิตเราให้จบสิ้นไป
คำว่า “มาร” มาจาก มร ธาตุในภาษาบาลี หมายถึง
ผู้ทำให้ตาย ทำให้ไม่ได้เกิด ดับไป สิ้นไป โดยเฉพาะการทำความดี หรือบารมี
การที่คนเราเมื่อตั้งใจจะบำเพ็ญกุศลหรือสร้างคุณงาม
ความดีให้บังเกิดขึ้นกับตนเอง และสังคมนั้น ความสำเร็จมักจะไม่ง่าย
หรือใช่ว่าจะโรยไปด้วยกุหลาบ ย่อมจะมีปัญหาอุปสรรคมาขัดขวาง
ขัดจังหวะทำให้ไม่สามารถทำความดีนั้นได้สะดวก
ทำให้รู้สึกท้อแท้ในชีวิต ถ้าเรายอมแพ้หรือลดละความพยายาม
ความดีที่ตั้งใจจะทำก็คงหมดไป สิ้นไปเสมือนฝันร้าย
คำว่า มาร นั้น ท่านพูดเปรียบเปรยไว้ว่าเป็น เทวดาจําพวกหนึ่ง
มีใจบาปหยาบช้าคอยกีดกันไม่ให้คนเราได้ทําบุญ ทำกุศล เป็นยักษ์ ผู้ฆ่า
ผู้ทำลาย ในพระพุทธศาสนาหมายถึง
ผู้กีดกันบุญกุศล มี ๕ อย่าง เรียกว่า เบญจพิธมาร คือ ขันธมาร กิเลสมาร
อภิสังขารมาร มัจจุมาร เทวบุตรมาร โดยปริยายหมายถึงผู้ที่เป็นอุปสรรค
ขัดขวางทางแห่งความเจริญนั้นเอง
ดังนั้น คำว่า “มาร” ในพระพุทธศาสนาใช้หมายถึง
สิ่งใด ๆ ที่จะฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณงามความดีหรือจากผลที่หมายอันประเสริฐ
สิ่งที่ล้างผลาญคุณความดี ตัวการที่กำจัดหรือขัดขวางบุคคลมิให้บรรลุ ผลสำเร็จอันดีงามได้
มาร 5 คือสิ่งที่ฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณความดีหรือจากผลที่หมายอันประเสริฐ
สิ่งที่ล้างผลาญคุณความดี ตัวการที่กำจัดหรือขัดขวางบุคคลมิให้บรรลุ ผลสำเร็จอันดีงาม
(the Evil One; the Tempter; the Destroyer)
1. กิเลสมาร (มารคือกิเลส, กิเลสเป็นมารเพราะเป็นตัวกำจัดและขัดขวางความดี
ทำให้สัตว์ประสบความพินาศทั้งในปัจจุบันและอนาคต — the Mara of defilement)
2. ขันธมาร (มารคือเบญจขันธ์, ขันธ์ 5 เป็นมาร เพราะเป็นสภาพอันปัจจัยปรุงแต่ง
มีความขัดแย้งกันเองอยู่ภายใน ไม่มั่นคงทนนาน เป็นภาระในการบริหาร ทั้งแปรปรวน
เสื่อมโทรมไปเพราะชราพยาธิเป็นต้น ล้วนรอนโอกาสมิให้บุคคลทำกิจหน้าที่ หรือ
บำเพ็ญคุณความดีได้เต็มปรารถนา อย่างแรง อาจถึงกับพรากโอกาสนั้น
โดยสิ้นเชิง — the Mara of the aggregates)
3. อภิสังขารมาร (มารคืออภิสังขาร, อภิสังขารเป็นมาร เพราะเป็นตัวปรุงแต่งกรรม
นำให้เกิดชาติ ชรา เป็นต้น ขัดขวางมิให้หลุดพ้นไปจากสังขารทุกข์ — the
Mara of Karma-formations)
4. เทวปุตตมาร (มารคือเทพบุตร, เทพยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดแห่งชั้นกามาวจรตนหนึ่ง
ชื่อว่ามาร เพราะเป็นนิมิตแห่งความขัดข้อง คอยขัดขวางเหนี่ยวรั้งบุคคลไว้
มิให้ล่วงพ้นจากแดนอำนาจครอบงำของตน โดยชักให้ห่วงพะวงในกามสุขไม่หาญ
เสียสละออกไปบำเพ็ญคุณความดียิ่งใหญ่ได้ — the Mara as deity)
5. มัจจุมาร (มารคือความตาย, ความตายเป็นมาร เพราะเป็นตัวการตัดโอกาส
ที่จะก้าวหน้าต่อไปในคุณความดีทั้งหลาย — the Mara as death)
กิเลส ขันธ์ 5 อภิสังขาร เทพบุตร และความตายกล่าว
ไว้ว่าเป็นมาร เพราะเป็นตัวการที่จะขัดขวาง เหนี่ยวรั้งไม่ให้
สามารถบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุความดีอันยิ่งใหญ่ได้
มารในชีวิตประจำวัน
มารในชีวิตประจำวันของคนเราก็คืออะไรก็ตามที่จะ
คอยเป็นปัญหาอุปสรรคไม่ให้เราสามารถทำการงานได้โดย
สะดวก เป็นสิ่งที่ตามล้างผลาญเราจากการทำคุณงามความดี
ประดุจเงาตามตัวว่างั้นเถอะ สิ่งนั้น ถือว่าเป็นมาร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเราถูกมารผจญ เราไม่ควรก้มหัว
ให้กับมาร ไม่เช่นนั้น เราก็จะพลาดจากการทำความดีนั้นได้
ต้องต่อสู้ ฟันผ่าไปให้จงได้ เพราะการที่เราอดทน ต่อสู้ฟันผ่า
กับปัญหาอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงนั้นแหละ คือการที่เราได้
บำเพ็ญบารมี จึงเป็นคำที่เขาพูดอุปมาไว้ว่า “มารไม่มี บารมี
ไม่เกิด” ถ้าไม่มีมารหรือปัญหาอุสรรค เราก็จะไม่ได้ฝึก
ความอดทน อดกลั้น หรือฝึกความเป็นคนอึดคนทนต่อสถานการณ์อันเลวร้าย
เหมือนกันปัจจุบันเรากำลังถูกมาร คือเชื้อไวรัสโควิด 19 และโอมิครอนตามล่าเราอยู่
ถ้าสามารถเข้าถึงเราเมื่อไร และเราอ่อนหล้าจนไวรัสโควิด 19 และ
โอมิครอนลงปอดได้ เมื่อนั้น มัจจุมาร มารคือความตาย ซึ่งเป็นมารตัวสุดท้าย
จะมาทำลายเราทันที
แน่นอน มัจจุมาร คือมารที่ตัดโอกาสของคนเราในทุกด้านเลย ถ้าเจอมัจจุมาร
เราก็ต้องจบกันเลย
ดังนั้น เราต้องระมัดระวังภัยจากมัจจุมาร มารตัว
ร้ายกาจ แม้ว่าคนเราจะต้องตายก็จริง แต่ก็ไม่ควรให้มัจจุมาร
มาคร่าชีวิตเราในวัยที่ไม่สมควรจะตาย ขอให้เราได้มีโอกาสได้
สร้างความดีไว้บนโลกใบนี้ไปนาน ๆ เสียก่อนค่อยให้มัจจุมาร
มาจับตัว
สรุป
มารไม่มี บารมีไม่เกิด จึงเป็นคำที่เขาอุปมาให้เห็นว่า
ในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุจุดหมายปลายทางแห่งความดี
ที่เรามุ่งหมายหรือตั้งใจไว้ ย่อมจะต้องมีอุปสรรคหรือมารมา
คอยผจญอยู่เสมอ ประดุจเงาตามตัว ต้องมีสติ ระลึกได้และ
สัมปชัญญะ รู้ตัวเสมอ แต่เราก็ไม่ควรท้อแท้ในชีวิต เพราะ
ชีวิตต้องมีการต่อสู้จึงจะเกิดเป็นภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันให้
กับตัวเราได้ ดังเช่นเราได้ฉีดวัคซีนนั้นแหละ การปฐมพยาบาลตนเองก็
คือการสร้างความเข้มแข็งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
เพราะเรากำลังเจอพิษภัยจากโควิด 19 และโอมิครอนตามล่า
ทุกวัน ควรคิดเสมอว่า โควิด 19 และโอมิครอนไม่มี ชีวิตเรา
ก็จะหมดแรง หมดความแข็งแกร่ง ตราบใดที่ยังมีโควิด 19
และโอมิครอนอยู่ ก็เสมือนว่าเรากำลังต่อสู้กับมาร คือมัจจุมาร
มารคือความตาย จงอย่าให้มัจจุมารมาคร่าชีวิตเราในวัยที่ยัง
ไม่สมควรตายเลย โดยการไม่ประมาท ไม่คึกคะนอง เพราะ
คะนองทำให้พลาด ประมาทอาจถึงตาย ต้องใช้ชีวิตอย่าง
ระมัดระวัง และสำรวม ตามแนววิถีใหม่ เว้นระยะห่าง
สวมหน้ากากอนามัยตามสมควร มองให้ตลอดลอดแนว
และอย่าประมาทในระหว่างทางที่เรากำลังเดินไป......
