รีวิว คลั่ง: Rabid (2021) ซีรีส์สยองขวัญระทึกช่วงกักตัวจากฟิลิปปินส์


รีวิว คลั่ง: Rabid (2021) ซีรีส์ แนวระทึกขวัญจบในตอนสัญชาติฟิลิปปินส์ เล่าเรื่องราวของผู้คนหลากหลายชีวิตกในการใช้ชีวิตอยู่ในช่วง lock down กับเหตุการณ์สุดระทึกขวัญ 4 เรื่อง ที่จะทำให้คุณขวัญผวาได้แม้อยู่ในบ้านเพียงลำพัง

ดูคลิปรีวิวได้ที่นี่

คลั่ง: Rabid ประกอบด้วยเรื่องสั้นระทึกขวัญ 4 เรื่อง ดังนี้

Bad Luck is A Bicth ซวยซ้ำซวยซ้อน : ในขณะที่ทุกบ้านเก็บตัว lock Down ไม่มีใครเดินไปเดินมาในท้องถนน แต่ครอบครัวหนึ่งกลับเปิดบ้านต้อนรับหญิงชราเร่ร่อนให้เข้ามารับประทานอาหาร แถมภรรยายังใจดีรับเธอเข้ามาทำงานดูแลความเรียบร้อยในบ้านด้วย อยู่ไปสักพักทุกคนในบ้านก็เริ่มรับรู้ว่าหญิงชราคนนี้ไม่ได้เป็นในแบบที่คิด เธอคือแม่มดที่ใช้เวทย์มนต์คาถาพร้อมจะทำลายทุกคน การเข้ามาของเธอทำให้ทุกอย่างในบ้านเปลี่ยนแปลงไป

หนังเรื่องนี้มีความยาวประมาณ 40 นาที เล่าเรื่องราวภายในบ้านหลังหนึ่งประกอบด้วยพ่อแม่และลูกสาวในช่วงวัยรุ่น ที่ต้องเผชิญกับหญิงชราปริศนาที่เข้ามาในบ้าน ทำให้ความสัมพันธ์ของทุกคนในบ้านนั้นแตกสลาย โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีความยาวมากเกินไป เล่าเรื่องไม่กระชับ ความระทึกขวัญถือว่าทำออกมาใช้ได้ ตัวละครหญิงชราบุคลิกท่าทางหน้าตามีความน่ากลัว แต่น่าเสียดายที่พฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัวที่อยู่ในบ้านน่ารำคาญมาก ดูแล้วไม่รู้สึกสงสาร และที่น่าสนใจก็คือฉากการใช้เวทมนตร์คาถาต่อสู้กันของตัวละครดูตลก ไม่รู้สึกอินด้วย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือการแสดงของทุกคนในเรื่องถือว่าดีทั้งหมด นอกจากนี้อาจตีความหญิงชราปริศนาได้ว่า เธอคือตัวแทนของคนที่ติดโควิด มีแต่คนรังเกียจ เมื่อใครติดสักคนก็ต้องเดือดร้อรรวมถึงครอบครัวด้วย แม้แต่เจ้าที่หน้าที่พยายามรักษาก็ยังเสี่ยงติดเชื่อไปด้วย

Hm? หืม?: เป็นเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งที่กักตัวอยู่กับบ้านกับลูกชายของเธอ เธอตกงานและกำลังจะหมดเงิน เธอจึงเรียนรู้วิธีการทำอาหาร หวังว่าจะทำขายผ่านออนไลน์เพื่อนำเงินมาจุนเจือสถานะทางการเงินของบ้าน แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะฝีมือการทำอาหารของเธอนั้นแย่มาก แม้แต่แม่ของเธอและลูกชายก็กินไม่ลง ไปถามสูตรจากใครก็ไม่มีใครบอกให้ วันหนึ่งเธอ เข้าไปในอินเตอร์เน็ตแล้วก็ได้รับสูตรการทำอาหารจากบุคคลปริศนา ให้ทำน้ำปรุงรสฉบับพิเศษที่ต้องท่องมนต์คาถาในการทำ เมื่อเสร็จแล้วก็นำน้ำปรุงรสนั้นไปหยอดใส่อาหาร เมื่อทุกคนลองได้ชิมก็ติดอกติดใจ กินแบบไม่หยุด และต้องการกินตลอดเวลา ทุกคนติดอาหารที่เธอทำอย่างงอมแงมแม้กระทั่งลูกชายของเธอ และนี่คือจุดเริ่มต้นของความโกลาหลความวุ่นวายและความสยองขวัญในแบบที่เธอไม่คาดคิด

หนังเรื่องนี้มีความยาวประมาณ 35 นาที โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ายาวเกินไปสามารถตัดให้เหลือสัก 20 นาทีก็ได้ เพราะเวลาที่ยาวนั้นหนังแทบไม่ได้เดินไปข้างหน้า เล่าเรื่องราววนไปวนมาอยู่กับการหาสูตรอาหาร การคุยกับ คนอื่นผ่านโซเชียล กับการไถ่หน้าจอโทรศัพท์ แต่จุดดีของเรื่องที่ผมชอบมากก็คือเทคนิคพิเศษ ที่เขาเอาข้อความไม่ว่าจะเป็นการแชทหรือการพิมพ์ใน Social Media มาโชว์ที่หน้าจอให้เราได้เห็นด้วย เป็นการโชว์เทคนิคพิเศษของหนังฟิลิปปินส์ที่รู้สึกประทับใจมาก อีกจุดหนึ่งก็ขอชื่นชมก็คือการคัดเลือกตัวนักแสดง ที่มันเข้ากับอารมณ์ของหนังมาก และเรื่องนี้ในตอนจบผมก็ค่อนข้างรู้สึกประทับใจ

Noting Beats Meat อะไรก็เทียบเนื้อไม่ได้: ในวันที่สถานการณ์โรคระบาดอย่างรุณแรง แพร่กระจายไปทั่วประเทศ ชายผู้สิ้นหวังก็ได้พาภรรยาที่เจ็บป่วยขั้นรุนแรงไปอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก กระเบียดกระเสียดการกินอาหาร มีเพียงแค่อาหารกระป๋องที่เป็นถั่วและผักเท่านั้น ภรรยาของเขาเจ็บป่วยทุรนทุราย ไม่กินอาหารที่สามีป้อนให้ สามีก็ต้องฝืนทนเห็นสภาพของภรรยาที่ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ก่อนที่จะเข้าขั้นวิกฤต สามีก็โทรไปหาใครคนหนึ่งแล้วเขาก็แนะนำให้หาบางสิ่งบางอย่างให้ภรรยากิน

หนังเรื่องนี้ส่วนตัวแล้วผมชอบบรรยากาศของหนังมาก ๆ ใช้นักแสดงเพียงแค่ 2 คน แล้วปล่อยให้ภาพเล่าเรื่อง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมีบทสนทนา หนังเป็นการสะท้อนภาพความยากลำบากในการใช้ชีวิตของผู้คนในช่วงสถานการณ์เชื้อโควิดระบาดหนัก ไม่ว่าจะเป็นความอดอยาก การเข้าไม่ถึงระบบการรักษาพยาบาล ชอบการย้อมสีให้เป็นสีขาว-ดำ ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงมีความดีงามอยู่ตรงที่การใช้สัญลักษณ์ทางภาพยนตร์สื่อสาร

Shit Happens ฉิบหาย: ระหว่างที่เข้าเวรกะกลางคืน พยาบาลสาวคนหนึ่ง ต้องรับมือกับผู้ป่วยชรา ที่กดสัญญาณร้องขอความช่วยเหลืออย่างไม่หยุดหย่อน แล้วเธอเองก็ปฏิบัติกับผู้ป่วยชราคนนั้นอย่างเสียไม่ได้ เธอก็ไม่ยอมแม้แต่ไปเปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ป่วย ทำทีรังเกียจ จนเมื่อถึงเวลาใกล้ออกจากเวร เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่หญิงชราคนนั้นมอบให้

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวในโรงพยาบาลเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่เคยใช้เป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยโควิดในปี 2020 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยแต่ละคนมีความน่ารังเกียจจนไม่มีใครอยากแตะต้อง และเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป 2 ปี พยาบาลสาวคนหนึ่งก็เข้ามาทำงาน แต่เธอก็ไม่มีจรรยาบรรณในการเป็นพยาบาลแต่อย่างใด ทำงานเพียงเพื่อรอวีซ่าไปต่างประเทศเท่านั้น เมื่อได้เผชิญความระทึกขวัญ เธอก็ได้รับบทเรียนราคาแพงว่าหากเธอเป็นเช่นนั้นบ้างจะเป็นอย่างไร หนังเขาฉลาดที่จะใช้ผ้าอ้อมเลอะอุจจาระมาเป็นสัญลักษณ์ในการเล่าเรื่อง แล้วมันก็แหวะได้ใจจริง ๆ บรรยากาศโดยรวมแล้วก็เป็นแนวหนังผีสยองขวัญระทึกขวัญ ที่พยาบาลสาวต้องเจอกับผีหญิงชราในโรงพยาบาลหลอกหลอนทั้งคืน ก็ถือว่าระทึกขวัญพอใช้ได้ ส่วนตัวแล้วผมดูหนังเรื่องนี้ก็พาลคิดถึงเรื่อง 5 แพร่ง ตอน "ห้องเตียงรวม" มาก ที่ชายคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วต้องไปนอนห้องเตียงรวมกับชายชราอีกคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดา ซึ่งบรรยากาศและอารมณ์ของทั้งสองเรื่องแทบไม่ต่างกัน

โดยภาพรวม คลั่ง: Rabid เป็นซีรีส์ระทึกของฟิลิปปินส์ ที่คลุม theme ของเรื่องไว้ด้วยบรรยากาศการ lock down ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ระบาด และคุมอารมณ์ของเรื่องด้วยบรรยากาศความระทึกขวัญสยองขวัญ อารมณ์โดยรวม ๆ แล้วก็เหมือนกับเราดูซีรีส์ระทึกขวัญสยองขวัญ ที่คุมโทนของหนังย่อย ๆ ทุกเรื่องไว้ภายใต้กรอบและบรรยากาศเดียวกันอย่างเรื่อง "เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน" ของ GTH นั่นแหละ

แม้ Production ไม่ค่อยจะดีงามหรือเลิศหรูอะไรมากนัก แต่หากดูในภาพรวม ซีรีส์สามารถถ่ายทอดบรรยากาศและความรู้สึกที่เขาวางกรอบเอาไว้ค่อนข้างดี อาจจะมีการเล่าเรื่องยืดไปบ้าง พฤติกรรมของตัวละครน่ารำคาญไปบ้าง แต่ทั้งหมดมันก็ส่งผลถึงอารมณ์ของคนดูให้รู้สึกตามว่าการ lock down อยู่กับบ้านมันน่าเบื่อน่าอึดอัดมากขนาดไหน และรวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคมันส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพเศรษฐกิจสังคมมากแค่ไหนด้วย

เสียดายที่ว่าซีรีส์ชุดนี้มีหนังเพียงแค่ 4 เรื่องเท่านั้น หากมีมากกว่านี้อีกสักหน่อยก็น่าจะดี เพราะเมื่อดูจบทั้ง 4 เรื่องแล้วเหมือนว่าอารมณ์มันยังค้างอยู่ มันยังไม่อิ่ม และเชื่อว่าน่าจะมีอะไรที่สามารถส่งให้ซีรีสฺ์ไปสุดได้มากกว่านี้

หากใครชื่นชอบ ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญสยองขวัญที่มี ความยาวไม่มากจนเกินไป อยู่ง่ายแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก บรรยากาศก็พอไปวัดไปวาได้ เรียกได้ว่าดูแล้วไม่เสียเวลา คลั่ง: Rabid ถือว่าเป็นซีรีส์ที่กดเข้าไปรับชมได้ไม่เสียเวลา

6/10
@Vatin San Santi

#คลั่งNetflix
#Rebid2022
#RebidNetflix
#ซีรีส์ระทึกขวัญจบในตอน
#ซีรีส์ระทึกขวัญจากฟิลิปปินส์

หมายเลขบันทึก: 699381เขียนเมื่อ 22 มีนาคม 2022 06:28 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มีนาคม 2022 06:28 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี