ชื่อบันทึกนี้ผุดขึ้นมาระหว่างอ่านหนังสือ The Asian 21st Century  เขียนโดย Kishore Mahbabubani ผู้เคยเป็นทูตสิงคโปร์ประจำสหประชาชาติ   และเป็นคณบดีผู้ก่อตั้ง Lee Kuan Yew School of Public Policy  ของ NUS    หนังสือเล่มนี้ ดาวน์โหลดได้ฟรี     

 “โลกทั้งผองพี่น้องกัน” เป็นวาทะของมหาตมะคานธี    เป็นวาทะอมตะ (๑)     ที่เขียนในยุคอาณานิคม    บัดนี้เราน่าจะเอาอุดมการณ์นี้มาใช้ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ (globalization) ที่มีลักษณะกลับทาง คือศูนย์กลางอำนาจด้าน geopolitics เปลี่ยนมาอยู่ในเอเชีย    ซึ่งที่จริงไม่ใช่เรื่องใหม่    ก่อนยุคยุโรปครองโลก ที่เริ่มเมื่อ ๕ - ๖ ร้อยปี มาแล้ว    เอเชีย คือมองโกล เคยครองโลก และยังทิ้งร่องรอยไว้ในกลุ่มประเทศที่ชื่อลงท้ายด้วยคำว่า “สถาน” (stan) ในปัจจุบันนี้   

ตอนที่มีผู้เสนอคำ globalization  ที่มีความหมายว่าโลกเชื่อมโยงถึงกันหมด มิติของโลกาภิวัตน์คือการสื่อสาร การค้า และการผลิต   ตอนนี้เพิ่มมิติการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน    ในขณะที่มิติที่เสนอโดยท่านมหาตมะคานธี เป็นมิติด้านจิตวิญญาณ        

หนังสือ The Asian 21st Century ชี้ให้เห็นว่า     มีทางเลือกทางการเมืองโลก ๒ แนวทาง     คือแนวทางแข่งขันทำลายล้างฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อดำรงการเป็นมหาอำนาจโลกของตน    กับแนวทางร่วมมือกันเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ     

ที่จริงประวัติศาสตร์บอกเราชัดเจนว่า สหราชอาณาจักร เป็นมหาอำนาจโลกเพียงประมาณ ๑๐๐ ปี ก็ค่อยๆ เสื่อมลง (๒)   มีสหรัฐอเมริกาผงาดขึ้นมาแทนหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒    และไม่ถึง ๕๐ ปี ก็เริ่มเสื่อม   โดยสาเหตุของความเสื่อมมาจากภายในสังคมของตนเอง มากกว่าจากการท้าทายจากภายนอก   

เราเห็นประเทศที่ไม่มุ่งมีอำนาจเหนือใคร  มุ่งอยู่ร่วมกับประเทศอื่น  และมุ่งสร้างความเข้มแข็งภายใน ทั้งด้านคุณภาพคน สังคม และเทคโนโลยี   เห็นผลสังคมของเขาอยู่กันอย่างมีความสุข เช่นสวิตเซอร์แลนด์  และประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย   

หนังสือ The Asian 21st Century ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเวลา ๖๕ ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  โลกมีความสุขอยู่ได้ด้วยลัทธิอยู่ร่วมกัน ที่เรียกว่า multilateralism   โดยร่วมกันจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศ คือองค์การสหประชาชาติ  และองค์การลูก (เช่น องค์การอนามัยโลก  องค์การความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ระหว่างประเทศ (UNESCO) เป็นต้น ขึ้นมาประสานความร่วมมือเพื่อการอยู่ร่วมกันและพัฒนาไปด้วยกัน          

แต่บัดนี้มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก  กำลังว้าวุ่นว่าอำนาจของตนเสื่อมลง    และมีประเทศจีนผงาดขึ้นมาท้าทาย    และมีการทำนายว่าในไม่ช้า ขนาดเศรษฐกิจของประเทศจีนจะใหญ่กว่าของประเทศสหรัฐอเมริกา     มหาอำนาจตะวันตกจึงตีจากจากเครื่องมือให้โลกอยู่ร่วมกัน ที่ตนเองสร้างขึ้นมาเมื่อเกือบแปดสิบปีก่อน   และสร้างคุณประโยชน์แก่โลกเป็นเอนกอนันต์    ที่เรียกว่าเครื่องมือของ multilateralism       

 ท่านผู้เขียนหนังสือ The Asian 21st Century  คือศาสตราจารย์ Kishore Mahbabubani  มีข้อเสนอ ๓ ข้อ เพื่อโลกอยู่ร่วมกันแบบพี่น้องร่วมชตากรรม คือ (๑) ฟื้นพลังของการประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ ให้ทำหน้าที่สภาโลกเพื่อความอยู่รอดและอยู่ดีของมนุษยชาติ   (๒) เพิ่มทรัพยากรให้แก่องค์การระหว่างชาติ เช่นองค์การอนามัยโลก    ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)   และองค์การลูกอื่นๆ ของสหประชาชาติ    เพื่อทำหน้าที่ปกป้องมนุษยชาติ จากภัยที่คุกคามทุกประเทศทุกคนบนโลก  (๓) ประเทศในเอเชีย ร่วมกันแสดงให้โลกเห็นพลังของ multilateralism   โดยขยายความสำเร็จขององค์การ ASEAN  สู่ RCEP คือเพิ่มประเทศร่วมมืออีก ๕ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น  เกาหลีใต้  ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์   ทำให้การค้าระหว่าง ๑๕ ประเทศ RCEP มีขนาดใหญ่กว่าการค้าระหว่างประเทศ NAFTA และ EU รวมกัน      

ร่วมมือมีพลังสูงกว่าแข่งขัน            

วิจารณ์ พานิช 

๑๔ ก.พ. ๖๕ วันแห่งความรัก รักเพื่อนมนุษย์  รัก(ษ์)โลก    ปรับปรุงเพิ่มเติม ๑๕ ก.พ. ๖๕