รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการจัดการศึกษาระดับจังหวัด ด้วยกระบวนการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ : กรณีศึกษาจังหวัดระยอง ระยะที่ ๒  ที่สถาบันอาศรมศิลป์ เสนอต่อ บพท.    หน้า ๕๗ เอ่ยถึง “ครูหัวใจใหม่”  โดยนิยามว่า “หมายถึง ครูที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการจัดการเรียนรู้ มีสายตามองเห็นการเรียนรู้ ของผู้เรียน และจัดการเรียนรู้แบบเป็นทีม และพร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมผู้เรียนตามสถานการณ์นั้น ๆ”

ในรายงานระบุว่า “ครูหัวใจใหม่” แบ่งออกเป็น 3 องค์ประกอบย่อย คือ ผู้เชี่ยวชาญการจัดการเรียนรู้, ครูโค้ช,  และ team teaching

ผู้เชี่ยวชาญการจัดการเรียนรู้ แสดงสมรรถนะ “วางแผน ออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพอย่างสูงสุด ตามแนวทาง Active Learning จนครอบคลุมถึงการประเมิน”   

ครูโค้ช แสดงสมรรถนะ “ตั้งคำถามและโค้ช เพื่อให้นักเรียนสร้างการเรียนรู้ เอง ผ่านกระบวนการ Inquiry”    และ “ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ และสื่อสารกับ นักเรียนรายบุคคลอย่างชัดเจน”

team teaching มีกิจกรรม “พูดคุย แลกเปลี่ยนกับเพื่อนครู เพื่อปรับเปลี่ยนแนว ทางการสอนของตนเองให้เหมาะกับนักเรียน (เช่น เทคนิค CRC การคุยไม่เป็นทางการวง PLC)”  และ “การทำงานเป็นทีมของครูใช้วิธีการสอบถาม (Inquiry approach”

รายงานนี้ บอกวิธีการเปลี่ยนโรงเรียนทั้งระบบ (whole school transformation) ที่ทีมของสถาบันอาศรมศิลป์ทำให้แก่จังหวัดระยอง     ที่เกิดผลในระดับหนึ่ง    เกิด “ครูหัวใจใหม่” ทั้ง ๓ มิติ ในจังหวัดระยอง

รายงานเอ่ยถึง “ผอ. กล้าเปลี่ยน” ที่ผมคิดว่าเป็นพลังหนุน  “ครูหัวใจใหม่” ที่สำคัญยิ่ง    โดยรายงานนี้นิยามว่า  “คือ ผู้นำวิชาการและเป็นครูของครู ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ สถานศึกษาและพัฒนาการบริหารด้านวิชาการอย่างเป็นองค์รวมตั้งแต่ระดับชั้นเรียนจนถึงระดับทั้งโรงเรียน ทั้งนี้โรงเรียนนำร่องมีภาพรวมพัฒนาการ ดังตารางที่ 16 และ ผลประเมินรายประเด็น” 

รายงานให้ข้อมูลผลของการพัฒนา สู่การเปลี่ยนแปลงที่มุ่งหวัง  แบ่งเป็น ๔ ระดับ คือ ยังไม่เริ่มต้น  กำลังพัฒนา  พัฒนาดีขึ้น พัฒนาอย่างยั่งยืน   

ผมขอเสนอแนะต่อกระทรวงศึกษาธิการว่า  “ครูหัวใจใหม่”  ระดับ พัฒนาดีขึ้น  กับระดับ พัฒนาอย่างยั่งยืน    เป็น “สินทรัพย์” ของการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มีค่ายิ่ง     เพราะกระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่ transform ระบบการศึกษาไทย    ให้เป็นระบบการศึกษาที่ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้คุณภาพสูง    ไม่ปล่อยให้อยู่ในสภาพต่ำต้อยสุดๆ  ในโลกอย่างในปัจจุบัน   

หากทีมงานของกระทรวงศึกษาธิการ นำเอาผลการวิจัยเชิงพัฒนาแบบนี้   ไปดำเนินการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง    เราก็พอจะมีความหวังว่า ในอนาคตคุณภาพของพลเมืองไทยจะกระเตื้องขึ้น   แต่หากยังมีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างในปัจจุบัน    เพราะผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาเหล่านี้มีลักษณะ NIH (Not Invented Here)   ความหวังดังกล่าวก็วูบสลาย   

วิจารณ์ พานิช

๘ ก.พ. ๖๕