มุมมองที่แตกต่าง เรื่องคุณค่าของการเรียนประวัติศาสตร์ ต่ออนาคตของสังคมไทย โดนจุดพลุโดยข่าว (๑) ที่อ้างว่านายกประยุทธ์ กล่าวว่ามีการสอนประวัติศาสตร์แบบบิดเบือน ต่อมา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ออกมาให้ความเห็น โดยตั้งคำถามว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวเช่นนั้น โดยได้ข้อมูลมาจากไหน (๒) ซึ่งสำหรับผม นำไปสู่การตั้งข้อสงสัยว่า คนระดับนายกรัฐมนตรีท่านนี้ มีความรอบคอบแค่ไหนก่อนให้ข่าวแก่สาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน
เป็นการใช้สื่อโซเชี่ยลโต้ตอบผู้มีอำนาจรัฐ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สะท้อนว่าสังคมไทยก้าวสู่ประชาธิปไตยแบบใหม่ ที่เราไม่คุ้นเคย ประชาธิปไตยที่ผู้มีอำนาจรัฐต้องรับฟังความเห็นต่าง โดยในตอนท้ายของข่าว (๒) ให้ที่มาที่ไปของความหวาดระแวง หรือความไม่ไว้วางใจกันของผู้เกี่ยวข้อง
ต่อมา มีคำแถลงการณ์ของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเรื่องดังกล่าว (๓) เป็นคำแถลงการณ์เชิงสร้างสรรค์ที่น่าขื่นชมยิ่ง ข้อความต่อเนื่องในข่าว (๓) น่าจะเป็นข้อเรียนรู้สำหรับสังคมไทย ว่าด้วยการศึกษาในยุคปัจจุบันและอนาคต
รศ. ดร. อนุชาติ พวงสำลี เปิดใจสะท้อนอุดมการณ์การจัดการศึกษาโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ (๔) และนักเรียนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาแสดงจุดยืนที่ (๕) และ The Standard สัมภาษณ์ รศ. ดร. อนุชาติ เมื่อค่ำวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ที่ (๖) โดยเริ่มจากนาทีที่ ๓๗
มติชนลงข่าวความเห็นของ รมต. อว. ที่ (๗) รศ. หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดี มธ. ให้ความเห็นและข้อมูลไว้ที่ (๘) มกุฎ อรดี แต่งกลอนเชียร์ (๙) เว็บไซต์ บีบีซี ประเทศไทยลงข่าวมีรายละเอียดดีมาก (๑๐) และบทความตำหนิกระทรวงศึกษาธิการใน (๑๑) ข่าววันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๕ (๑๒) กลายเป็นเสียงเชียร์ ที่ผมนึกแต่แรก ว่าเพชรแท้ย่อมทนแรงขีดข่วน ต้องขอบคุณนายกลุงตู่ที่ลงทุนแสดงท่าทีที่เข้าเนื้อตนเอง เพื่อพิสูจน์ความเป็นเพชรแท้ให้แก่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สำหรับผม คุณค่าของเหตุการณ์นี้ต่อสังคมไทย จึงไม่ใช่ส่วนที่เป็นวิวาทะ แต่เป็นส่วนของการทำความเข้าใจในมิติที่ลึกและสร้างสรรค์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำความเข้าใจเรื่องการศึกษาที่ดีสำหรับยุคสมัย ซึ่งมีผลต่ออนาคตของสังคมไทย
เราได้เรียนรู้ว่าผู้บริหารประเทศมีมุมมองต่อการศึกษาแบบโบราณ และผู้คนในสังคมก็มีมุมมองต่อโรงเรียนและการศึกษาแตกต่างกัน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการศึกษาแบบสมัยใหม่ล้ำหน้าสุดๆ จึงย่อมมีนักอนุรักษ์นิยมสุดกู่ออกมาตำหนิติเตียนเป็นธรรมดา
ตอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดกระบวนการเรียนรู้เป็นระยะๆ เพื่อเตรียมจัดตั้งคณะวิชาด้านการศึกษา เมื่อเกือบสิบปีก่อน สมัยท่านอธิการบดี ศ. ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ ผมได้รับเชิญไปร่วมเรียนรู้ด้วย และชื่นชมมากที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งตั้งคณะวิชาด้านการศึกษาเพื่อทำหน้าที่จัดการศึกษาแนวใหม่ ผมเป็นคนยุให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ตอนนั้น ศ. ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นอธิการบดี) เชิญ รศ. ดร. อนุชาติ พวงสำลี ไปเป็นคณบดีผู้ก่อตั้งคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และรู้สึกภูมิใจมากที่คณะนี้ได้สร้างคุณูปการต่อการปฏิรูปการศึกษาไทย
วิจารณ์ พานิช
๗ ก.พ. ๖๕ ปรับปรุงเพิ่มเติม ๙ ก.พ. ๖๕, ๑๑ ก.พ. ๖๕, และ ๑๑ มี.ค. ๖๕