การที่จะครองตนให้พ้นภัยจากโควิด 19  และโอมิครอน ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสดังกล่าวกำลังระบาดหนัก และกระจาย ไปทั่วโลก จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน  จะดูและตนอย่างไร จึงจะรอดพ้นภัยจากโรคดังกล่าวได้ เพราะโควิด 19 ที่ เป็นสายพันธุ์โอมิครอน แพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว ประมาทไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ตามก็จะต้องดูแลตนเองก่อนเป็นเบื้องต้น ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ให้ได้อย่่างน้อย 2 เข็ม ใช้ชีวิตอย่างสำรวมไม่ประมาท สวมแมสก์ เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ทานอาหารที่สะอาด ร้อน ๆ ด้วยช้อนกลางส่วนตน รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สุขภาพจิตใจให้เข้มแข็งอยู่เสมอสร้างภูมิคุ้มให้แก่ตนเอง กายแข็งแร็งใจเข้มแข็งอยู่เสมอ ท่านก็อาจจะรอดพ้นจากภัยโควิด 19 และโอมิครอนได้

 ดูแลตนอย่างไร จึงจะทำให้พ้นภัย
จากโควิด 19 & โอมิครอน

 

ดร.ถวิล  อรัญเวศ

 อับเดทข้อมูลโควิด 19 ณ วันที่ 23 ก.พ.2565    

 

                การที่จะครองตนให้พ้นภัยจากโควิด 19  และโอมิครอน
ใสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสดังกล่าวกำลังระบาดหนัก และกระจาย
ไปทั่วโลก จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน  จะดูและตนอย่างไร 
จึงจะรอดพ้นภัยจากโรคดังกล่าวได้ เพราะโควิด 19 ที่
เป็นสายพันธุ์โอมิครอน แพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว ประมาทไม่ได้

 

แนวปฏิบัติส่วนบุคคล

 

1. ใช้ชีวิตอย่างสำรวม ไม่ประมาท


    ปกติช่วงนี้ เป็นการอยู่บ้านเพื่อชาติ (ลดการติดเชื้อจากไวรัสโควิด19) ถ้าหากจำเป็นที่จะออกจากบ้านก็ต้องออกจากบ้านเมื่อจำเป็นาจริง ๆ เท่านั้น และควรเว้นระยะห่างตามแนวทางวิถีใหม่อย่างน้อย 1-2 เมตร กลเม็ดเด็ดคือหลีกเลี่ยง  การเข้าไปในพื้นที่ที่มีผู้คนมาก หนาแน่น แออัด หรือพื้นที่หวงห้ามไว้ เวลาไปไหนมาไหน ก็ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อเจอหรือพบปะผู้คน  ใช้รถสาธารณะเมื่อจำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน หากต้องซ้อนมอเตอร์ไซด์ควรนั่งหันข้าง (แต่ต้องระวังตนด้วย) หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ส้วม หรือหลังจากไอจาม หรือหลังสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้ใช้งานร่วมกันในที่สาธารณะ เช่น กลอนหรือลูกบิดประตู ราวจับหรือราวบันไดแอร์ เป็นต้น หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา หู ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 70 ปี ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้เลี่ยงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จำเป็น ให้ออกนอกบ้านน้อยที่สุด ในระยะเวลาสั้นที่สุด แยกของใช้ส่วนตัว ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ ๆ (ร้อน ๆ) ควรทานอาหารแยกสำรับ หรือหากทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากเดินทางกลับจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ควรกักตัวเองที่บ้าน 14 วัน และปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข หมั่นสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

2. อย่าพลาดออกกำลังกาย

   การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ว่า

จะเป็นการเดิน การวิ่งเบา ๆ (ตามวัย) การยักย้ายส่ายเอว

ส่ายสะโพก เคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วน

3. ใช้ชีวิตาสบาย ๆ ตามแนวทางวิถีธรรม

    ร่างกายแข็งแรงไม่พอ ใจต้องเข้มแข็งด้วย สิ่งช่วยได้คือ

การใช้หลักธรรมนำชีวิต สร้างกำลังใจ ออกกำลังภายในเสมอ

หลีกเลี้ยงสถานที่อโคจร หรือสถานที่ซึ่งไม่ควรจะไป เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด คิดให้ดีพาชีวีให้รอดปลอดภัย ใช้หลักรักษาตัวรอดคือยอดคนจะพ้นภัยโควิด

4. อย่าชักนำให้คนไปรวมกันมาก ๆ

     ไวรัสโควิด 19 จะทำชีวิตเราให้อ่อนแอได้เริ่มจากระบบหายใจ เพราะเชื้อมันอาจติดจมูกและจะลามไปปอด คนเร้าถ้าหายใจยาก ก็จะลำบากหายใจไม่ได้ ไม่คล่อง รับรองว่าเสี่ยงแน่นอน ขอวิงวอนอย่ามั่วสุม ซ่องสุมผู้คนเยอ ๆ

 

แนวปฏิบัติระหว่างบุคคล

ผู้สูงอายุ

    1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70 % ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหลังเข้าส้วม หรือเมื่อสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก

    2. เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกสำรับ หรือหากทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

    3. หากไอ จาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากหรือใช้ข้อศอกปิดปากจมูก และทำความสะอาดมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทันที หรือให้สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก

    4. งดออกจากบ้านหรือเข้าไปในบริเวณที่มีคนแออัด หากจำเป็นให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ใช้เวลาน้อยที่สุด รักษาระยะห่างจากบุคคลอื่น 1 - 2 เมตร หลีกเลี่ยงการสวมกอดหรือพูดคุยในระยะใกล้ชิดกับบุคคลอื่น และเปลี่ยนมาใช้การสื่อสารทางโทรศัพท์ หรือSocial media เป็นต้น

   5. หากมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็ง ควรจัดเตรียมยาสำรองสำหรับรักษาโรคประจำตัวของ ผู้สูงอายุไว้ ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์หากถึงกำหนดตรวจตามนัด ให้ติดต่อขอคำแนะนำจากแพทย์ และให้ญาติไปรับยาแทน

  6. ดูแลสภาพจิตใจของตนเอง ไม่ให้เครียดเกินไป หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพ (เช่น รำมวยจีน โยคะ) ฟังเพลง ร้องเพลง หรือเล่นดนตรี ปลูกต้นไม้ทำสวน จัดห้อง ตกแต่งบ้าน เล่นกับสัตว์เลี้ยง สวดมนต์ นั่งสมาธิ การฝึกหายใจคลายเครียดทำบุญตักบาตร เป็นต้น

  

ผู้ดูแลผู้สูงอายุ

     1. หมั่นสังเกตตนเอง ว่ามีอาการไข้ หรืออาการทางเดินหายใจหรือไม่ หากพบว่ามีอาการดังกล่าวควรงดการใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ

     2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และสมอง โรคระบบทางเดินหายใจจะมีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือป่วยรุนแรง  ให้อยู่ในที่พักอาศัย เว้นการคลุกคลีใกล้ชิดกับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ดูแล รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล    1 - 2 เมตร หากต้องออกนอกที่พักอาศัย ไปในพื้นที่ที่มีคนแออัด หรือโดยสารรถสาธารณะ ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา งดใช้ของหรือเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของสถานพยาบาลที่รักษาประจำ เพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพ ติดต่อสถานพยาบาลที่รักษาประจำก่อนกำหนดนัด เพื่อรับทราบข้อปฏิบัติ เช่น ให้ญาติหรือผู้อื่นไปรับยาแทน ให้ไปรับยาใกล้บ้าน หรือให้ย้ายไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่น รับประทานยาสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจสุขภาพตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต หรือวัดระดับน้ำตาลในเลือดเองที่บ้าน หากมีอาการป่วยฉุกเฉิน ให้โทร.เรียก 1669


 

ญาติผู้ใกล้ชิด/ผู้ดูแลคนสูงอายุ

   1. สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้การดูแล

   2. ล้างมือก่อนและหลังการให้การดูแล

   3. หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือรู้สึกมีไข้ ต้องงดการให้การดูแล หรืออยู่ใกล้ชิด ควรมอบหมายผู้อื่นทำหน้าที่แทน

   4. ทำความสะอาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ประจำร่วมกันในบ้าน เช่น เครื่องวัดความดันโลหิตด้วยแอลกอฮอ

  

กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

          โรคโควิด 19 มีอันตรายต่อเด็กเช่นเดียวกับโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ไข้หวัดธรรมดา

        1. ห้ามพาเด็กออกไปที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น ควรให้เด็กเล่นในบ้าน

        2. เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ใกล้ชิดคนอื่นให้น้อยที่สุด

        3. ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กไม่ควรออกไปนอกบ้าน ถ้าจำเป็นต้องออกไปเมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนมาเล่นกับเด็ก

         4. สอนเด็กล้างมือ ใส่หน้ากาก กินอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก สะอาด และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

         5. หากเด็กติดเชื้อโควิด 19 อาการของโรค เริ่มตั้งแต่มีอาการหวัดน้อย ๆ จนถึงปอดอักเสบหรือปอดบวม และหากมีโรคประจำตัว ก็จะมีอาการชัดเจนอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ถ้าเริ่มมีอาการต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

 

หญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กเล็ก

        เนื่องจากเชื้อโควิด 19 เป็นเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ยังไม่มีข้อมูลว่าหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไปหรือไม่ จึงมีคำแนะนำดังนี้

     1. การดูแลหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด กลุ่มปกติ

กลุ่มปกติคือ กลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ ใช้หลักการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างเคร่งครัด โดย

     2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีไข้ หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ หรือผู้ที่เดินทาง

มาจากพื้นที่เสี่ยง

     3. หลีกเลี่ยงการอยู่สถานที่ที่มีผู้คนแออัด หรือรวมกลุ่มกันจำนวนมาก

     4. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน

      5. หากต้องอยู่ในสถานที่สาธารณะ ควรเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร

      6. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตา ปาก และจมูก

      7. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ

      8. แยกภาชนะรับประทานอาหารและงดใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

     9. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70%

    10. เฝ้าระวังอาการ โดยเฉพาะอาการไข้หรืออาการระบบทางเดินหายใจ หากมีอาการป่วยเล็กน้อย ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ถ้ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์

   11. หากถึงกำหนดนัดฝากครรภ์ สามารถติดต่อขอคำแนะนำกับแพทย์ที่ฝากครรภ์ เพื่อพิจารณาความจำเป็นในการไปตรวจตามนัด

 

 การดูแลหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด

1. แยกตนเองออกจากครอบครัวและสังเกตอาการจนครบ 14 วัน งดการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

2. งดออกไปในที่ชุมชนโดยไม่จําเป็น และอยู่ห่างจากผู้อื่น ในระยะ 1 - 2 เมตร

3. กรณีครบกำหนดนัดฝากครรภ์ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน เพื่อพิจารณาเลื่อนการฝากครรภ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

4. กรณีเจ็บครรภ์คลอด ต้องไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน

 

คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกแรกเกิด

             กรณีแม่เป็นผู้ที่สงสัยติดเชื้อหรือติดเชื้อโควิด 19 ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานการติดต่อผ่านทางรกหรือผ่านทางน้ำนม แต่ทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อโควิด 19 จัดเป็นผู้มีความเสี่ยง จะต้องมีการแยกตัวออกจากทารกอื่น และต้องสังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน

             สำหรับแนวทางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการในการแพร่เชื้อไวรัสผ่านทางน้ำนม ดังนั้น ทารกจึงสามารถกินนมแม่ได้ โดยปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด ดังนี้

         1. กรณีแม่เป็นผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อหรือติดเชื้อโควิด 19 แล้ว แต่อาการไม่มาก สามารถกอดลูกและให้นมจากเต้าได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่และครอบครัว ต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด

          2. กรณีแม่ที่ติดเชื้อโควิด 19 และมีอาการชัดเจน หากยังสามารถบีบน้ำนมได้ ให้ใช้วิธีบีบน้ำนมและให้ผู้ช่วยเป็นผู้ป้อนนมแก่ลูก หากไม่สามารถบีบน้ำนมเองได้ อาจพิจารณาใช้นมผงแทน

 

ข้อปฏิบัติในกรณีให้ทารกกินนมจากเต้า

     1. อาบน้ำหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและหัวนมด้วยสบู่และน้ำให้สะอาด

     2. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% เช็ดทำความสะอาด

     3. สวมหน้ากากอนามัยตลอดการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการให้นมลูก

     4. ไม่สัมผัสบริเวณใบหน้าของทารก เช่น การหอมแก้ม

 

ข้อปฏิบัติในการบีบน้ำนม และการป้อนนม

      1. อาบน้ำหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและหัวนมด้วยน้ำและสบู่

      2. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% เช็ดทำความสะอาด

     3. สวมหน้ากากอนามัย ตลอดการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเตรียมนม การบีบน้ำนม และการให้น

     4. ไม่สัมผัสบริเวณใบหน้าของทารก เช่น การหอมแก้ม

     5. หาผู้ช่วยหรือญาติที่มีสุขภาพแข็งแรง ทราบวิธีการป้อนนมที่ถูกต้อง และต้องปฏิบัติตามวิธีการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด โดยนำน้ำนมแม่มาป้อนด้วยการใช้ช้อน ถ้วยเล็ก หรือขวดนม

     6. ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น ที่ปั๊มนม ขวดนม ด้วยน้ำยาล้างอุปกรณ์ และทำการนึ่งฆ่าเชื้อหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม

 

“หากพบผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคเบาหวาน มีอาการทางเดินหายใจ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที หากมาช้าเกิน 48 ชั่วโมง จะมีโอกาสเสียชีวิตได้”

  

สรุป

        การครองตน หรือการที่จะดูแลตนให้พ้นภัยจากโควิด 19 และโอมิครอนได้นั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราในยุคปัจจุบันที่โควิด 19 และโอมิครอนกำลังแพร่เชื้อระบาดอย่างหนัก ไม่ว่าใครก็ตามก็จะต้องดูแลตนเองก่อนเป็นเบื้องต้น ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ให้ได้อย่่างน้อย 2 เข็ม ใช้ชีวิตอย่างสำรวมไม่ประมาท สวมแมสก์ เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ทานอาหารที่สะอาด ร้อน ๆ ด้วยช้อนกลางส่วนตน รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สุขภาพจิตใจให้เข้มแข็งอยู่เสมอสร้างภูมิคุ้มให้แก่ตนเอง กายแข็งแร็งใจเข้มแข็งอยู่เสมอ ท่านก็อาจจะรอดพ้นจากภัยโควิด 19 และโอมิครอนได้

 

 

 

แหล่งข้อมูล

https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/int_protection/int_protection_030164.pdf