ความก้าวหน้าของสังคมยุคใหม่ ศาสนายังจำเป็นหรือไม่ต่อผู้คน


กิจกรรมเสวนาที่จัดโดยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น (อน.มข.) เมื่อบ่ายถึงค่ำวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ก่อนจะถึงวันเสวนาจริง ก็มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจจากกระแสสังคม ที่มีนักการเมืองผู้มีความห่วงใยในพุทธศาสนา ได้ยื่นหนังสือต่ออธิการบดีให้ระงับการจัดเสวนาวิชาการในครั้งนี้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และแม้แต่ผู้จัดและวิทยากรหลักบางท่านก็น่าจะได้รับทราบและได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่งานเสวนาก็ยังดำเนินเดินต่อไปด้วยประโยชน์ของสังคมและการเรียนรู้ในวิถีพลเมือง

 

วิทยากรที่ร่วมเสวนา : ผศ.ดร.หอมหวล บัวระภา / ดร.ลัดดาวัลย์ อินทรคำแหง / อ.วีรยุทธ เกิดในมงคล / คุณขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ 

 

นายภูมิทัศ กลิ่นศรีสุข (ท่าน กมก.) ประธานฝ่ายคุณธรรมและจริยธรรม อน.มข. ได้เชิญชวนไว้ให้ร่วมเข้าฟังการเสวนา อีกทั้งก่อนหน้าก็ได้ขอคำแนะนำในการเทียบเชิญวิทยากร จึงได้แนะนำคุณพี่ขวัญพัฒน์ ให้ ท่าน กมก. 

การเสวนาได้รับความสนใจจากกระแสสังคมมากพอสมควร รวมถึงชาว มข. ก็สนใจในประเด็นนี้อยู่มาก ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากหัวข้อที่ท้าทาย ส่วนหนึ่งมาจากแฟนคลับของวิทยากร และส่วนหนึ่งมาจากการวิพากษ์ของนักการเมืองท่านหนึ่งที่มายื่นหนังสือร้องเรียนให้ยุติการจัดกิจกรรม อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสตอบรับที่ดี...

การเสนาครั้งนี้มีคำถามที่น่าสนใจอยู่มากจากการเตรียมการของผู้จัด และคำถามเหล่านี้น่าจะถูกกลั่นกรองอย่างดีจากนักศึกษาเพื่อให้มีทีท่าว่าเป็นคำถามกลาง ๆ ของทุกศาสนาหรือทุกลัทธิความเชื่อ ไม่พยายามมุ่งเน้นไปศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่กระนั้นโดยส่วนตัวก็ยังมองเห็นกรอบของ "พุทธ" ค่อนข้างมาก

อ.หอมหวล ได้แลกเปลี่ยนทัศนะในเชิงปรัชญาได้ลุ่มลึกมากกว่าศาสนา จึงทำให้มองเห็นค่าของความเป็น "มนุษย์" มากกว่าศาสนา ตลอด 3 ชั่วโมงท่านจึงเน้นย้ำว่า "มนุษย์คือศาสนา ที่ใดมีมนุษย์ที่นั่นมีศาสนา" และการนอบน้อมยอมรับตนเองและผู้อื่นว่าเป็นมนุษย์ จึงเป็นการยอมรับศาสนา แม้สังคมจะมีพลวัตน์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ศาสนาไม่ได้เปลี่ยน แต่มนุษย์เปลี่ยนแปลงไป สังคมเปลี่ยนแปลงไป และศาสนาก็เปลี่ยนแปลงไปเพราะมนุษย์ 

อ.ลัดดาวัลย์ ได้ให้มุมมองของศาสนาและวิธีการปลูกฝัง และวิถีของการเรียนรู้เรื่องศาสนาในมุมมองของครูชั้นมัธยม การมองศาสนาด้วยหลักและวิถีของกระบวนการและการเรียนรู้ รวมถึงเรื่องศาสนาเปรียบเทียบ

อ.วีรยุทธ ให้แง่คิดของหลักการ หลักคำสอน ความเชื่อ และหลักพื้นฐานของศาสนา ประวัติศาสตร์ และความจริง ความดี ความงาม

พี่ขวัญ ถ่ายทอดมุมมองผ่านประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของการมีอยู่ของศาสนา วิธีและวิถีปฏิบัติเฉพาะตน รวมถึงมุมมองในต่างประเทศ กลไกภาครัฐ และการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ

3 ชั่วโมง ที่เข้มข้น เข้มขลัง จากพลัง "ความเชื่อ" ว่าการเสวนาครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน ไม่ใช่ไม่สนต่อคำคัดค้านจากบุคคลบางกลุ่ม หากแต่การ "เปิดใจให้กว้าง" เพื่อการเรียนรู้พลวัตน์ของสังคมต่างหาก จะช่วยให้ "ศาสนา" สามารถปรับตัวและอยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน

จึงขออนุญาตสรุปจบอย่างสั้น ๆ ว่า "ศาสนาจะยังคงดำรงอยู่ตราบที่ยังมีมนุษย์หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้"

ขอความเจริญใน "ธรรม" ที่บังเกิดขึ้นแล้วและกำลังจะบังเกิดขึ้นอีกในภายภาคหน้า จงเป็นพลังหนุนนำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ไม่ว่าชาติหรือศาสนาใดก็ตาม จงมีความนอบน้อมต่อตนเอง นอบน้อมต่อเพื่อนมนุษย์ และนอบน้อมต่อสรรพสิ่งทั้งหลาย เพื่อยังประโยชน์แห่งตนให้สำเร็จ เพื่อถือประโยชน์แห่งสังคมให้งดงามตามวิถีแห่ง "ศาสนธรรม" 

ขอบคุณ อน.มข. ที่ชวนให้เข้าฟังและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องราวของโลกธรรม

หมายเลขบันทึก: 697874เขียนเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2022 11:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2022 11:32 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี