ทีมงานของสำนักงานสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม สถาบันอาศรมศิลป์ (๑)    เตรียมไปเสนอการแข่งขันเป็นผู้ออกแบบ Ratchadamnoen Knowledge & Culture Avenue (RKCA) (2)     ต่อ สบร. (สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ – OKMD)    และมาขอคำแนะนำจากผมในฐานะที่ผมเข้าใจเรื่องการจัดการความรู้ (KM – knowledge management)   

ผมอ่าน TOR ของการจัดจ้าง    และ script ของวิดีทัศน์นำเสนอแนวทางออกแบบแล้ว    ก็เห็นความสามารถสูงยิ่งของทีมงานสำนักงานสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม    จึงพยายามจินตนาการคุณค่าของ RKCA เพิ่มเติม   

สถานที่ และการจัดแสดงที่เตือนใจโดยอดีต (ที่ทั้งชัดเจนและผ่านการตีความ)    และโดยอนาคต (ที่ไม่แน่นอนและและเปลี่ยนเร็ว)    ให้ผู้ชมแต่ละคนจินตนาการได้ต่างๆ กัน ตามจริตหรือกระบวนทัศน์ที่ตนสั่งสม   ให้เป็น interactive learning space  ให้ผู้ชมทิ้งร่องรอยการตีความของตนไว้    เพื่อใช้สังเคราะห์เป็นแนวทางทำงานของ  Ratchadamnoen Knowledge & Culture Avenue (RKCA) ต่อไปในอนาคต    เพื่อให้ RKCA เป็น dynamic museum    คือเปลี่ยนแปลง (transform) ไปเรื่อยๆ   เป็น CTM (Continuous Transforming Museum)    ใช้การทำงานของตนเอง เพื่อการ transform ตนเอง      

RKCA ในฐานะกลไกหมุน Transformative learning แก่คนทุกวัยทุกฐานะทุกกระบวนทัศน์ในสังคม   ที่หมุนวงจรเรียนรู้ต่อเนื่อง    เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่สร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงกับอดีตที่น่าภาคภูมิใจ     

ใช้พลัง IT  และพลังผู้เข้าชม   หมุนวงจรเรียนรู้ต่อเนื่อง     ของผู้ชมและของพิพิธภัณฑ์   

เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่โรงเรียนต้องพานักเรียนมาเยี่ยมชมและกลับไป reflect ว่าตนเกิดการเรียนรู้จากอดีตสู่อนาคตอย่างไร    และหากโรงเรียนส่งผล reflection กลับมาให้ RKCA (เป็น digital file) ก็จะได้รับสิ่งตอบแทน    ข้มูลนี้จะทำหน้าที่หมุนวงจรเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงของ RKCA      

พื้นที่เชื่อมชายขอบของปัจจุบัน สู่อนาคต    ที่เปิดพื้นที่นิทรรศการนวัตกรรมสังคมที่เป็นจริงแล้ว ผสานกับจินตนาการในอีก ๓๐ ปีข้างหน้า   ว่าผู้คนในกิจกรรมนวัตกรรมนั้นจะมีชีวิตอย่างไรได้บ้างในอนาคตยาวนาน ๓๐ ปี    เสนอโดยเจ้าของนิทรรศการ    และเปิดให้ผู้ชมได้จินตนาการการเปลี่ยนแปลง ณ จุดหักเห    ว่าหากตัดสินใจแบบ ก, ข, ค, ง เกิดผลต่ออนาคนแตกต่างกันอย่างไร    ผู้ชมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับฉากทัศน์ในนิทรรศการอย่างไร        

วิจารณ์ พานิช

๒๘ ธ.ค. ๖๔