แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช จ๋วงพานิช

เทคนิคการถอดบทเรียน : ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง


ถอดบทเรียนแบบง่าย สไตล์พี่แก้ว อุบล จ๋วงพานิช

             ดิฉันมีโอกาสไปเล่าเทคนิคการถอดบทเรียน: กรณีตัวอย่าง ในการประชุมเทคนิคการถอดบทเรียน ที่ห้องประชุมมอดินแดง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 20-01-2565 เวลา 13.30-16.00 

บทนำ

        การถอดบทเรียน เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้  เป็นคลังความรู้ ที่เป็น knowledge asset 

 

การดำเนินการ

        จากการที่เรามีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดมามากกว่า 30 ปี ดังนั้นการถอดบทเรียนส่วนมาก ทำในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผ่าน CoP Chemotherapy แล้วบันทึกในเวป gotoknow แล้วรวมเล่มเป็นหนังสือ คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด เผยแพร่ในวงกว้าง  เป็นรองหัวหน้าฯที่รับผิดชอบในการพัฒนาวิชาชีพของพยาบาล ที่ดูแลเกี่ยวกับวิจัยของพยาบาล KM การเลื่อนระดับ นอกจากนี้ยังดูแล APN, Case manger จึงได้ถอดบทเรียนจากการเขียนของพยาบาลผู้มีประสบการณ์จากการทำงานตามสมรรถนะ ได้หนังสือเผยแพร่ คือ คู่มือการพัฒนาระบบการพยาบาลเฉพาะทางและการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง 

           นอกจากนี้ยังมีโอกาสถอดบทเรียนจากโครงการฯ จาก Best practiceและจากการเล่าเรื่อง วิธีการถอดบทเรียน ที่ทำ เช่น  Peer assist:PA , AAR, Retrospective เป็นต้น  

            ถ้าทำKM เต็มรูปแบบ หากทำ Knowledge sharing ควรมีทีมถอดบทเรียน ประกอบด้วย คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ คุณลิขิต เป็นต้น เพื่อให้ถอดบทเรียนได้สมบูรณ์

 

ขั้นตอนการถอดบทเรียน 

         ขึ้นอยู่กับโครงการฯ ส่วนใหญ่แล้วเริ่มต้นจาก การเตรียมทีม ออกแบบกระบวนการ ศึกษาคุณเอื้อ คุณกิจ ตัวเราเองน่าจะเป็นคุณอำนวย หรือ facilitator เมื่อถึงวันจัดกระบวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KS) เราต้องออกแบบกระบวนการดึงความรู้จากคุณกิจให้เหมาะสม เพื่อจะได้ถอดบทเรียนได้ครบถ้วน หากต้องทำเป็นหนังสือเราสามารถสังเคราะห์บทเรียนต่อเพื่อให้เนื้อหากระชับ อ่านเข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ได้ ก่อนเผยแพร่ต้องทวนสอบบทเรียนกับคุณกิจที่เข้ามา KS  แล้วค่อยนำไปใช้และประเมินผลต่อไป 

         การถอดบทเรียนตัวเองในฐานะ PA  ส่วนใหญ่เราจะเขียนจากประสบการณ์ตรงของเราเอง เป็นเทคนิคในการทำงานให้สำเร็จ ทั้งเรื่องงาน การดำรงชีวิต การท่องเที่ยวและอื่นๆ การถอดบทเรียนจะต้องผ่านทักษะการปฏิบัติ แล้วเขียน และบันทึกในเวปต่างๆ เนื้อหาในการถอดบทเรียน ถ้าเขียนเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย บทนำ การดำเนินการ บทสรุป ปัจจัยแห่งความสำเร็จ บทเรียน และข้อเสนอแนะ เพื่อเผยแพร่ต่อไป ก่อนเผยแพร่ควรตรวจเนื้อหาให้ถูกต้อง คำผิด คำถูก การถอดบทเรียนควรเน้น tacit 70-80% explicit 20-30% 

          กรณีตัวอย่างที่นำเสนอ เป็นการถอดบทเรียนจากโครงการฯ สองเรื่อง  Spiritual assessment in clinical care และโครงการจัดการความรู้สุขภาวะระยะท้าย เรื่อง จิตวิญญาณคนไข้ประเมินกันอย่างไรดี? การประเมินทางจิตวิญาณในผู้ป่วยระยะท้าย ขั้นตอนการถอดบทเรียน เราสามารถใช้หลักการถอดระหัสจากบัตรคำ จากการจับคู่เล่าเรื่อง (Theory U)จากการจดบันทึกขณะ PA เล่าเรื่อง แล้วมาเรียบเรียงเนื้อหา  ทั้งสองเรื่องได้เป็นหนังสือ ชุดความรู้ส่งเจ้าของงานที่เราได้รับทุนมา 

 

ผลลัพธ์ของการถอดบทเรียน 

          ได้เอกสารชุดความรู้ ได้หนังสือ ได้คู่มือฯ ได้คลังความรู้ การถอดบทเรียนอย่างต่อเนื่อง จะมีผลทำให้ผู้ถอดบทเรียนมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ทั้งพฤติกรรม วิธีคิด ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล มีจิตสำนึกที่ดี จนเกิดพฤติกรรมที่ยั่งยืนได้

 

หัวใจของการถอดบทเรียน 

           ต้องมีทัศนคติที่ดี ต่อ KM การเล่า การฟัง การเขียน และมีแหล่งให้เขียน friendly web  คนที่ถอดบทเรียนสำเร็จส่วนใหญ่ ต้องชอบเขียนเรื่องเล่า มองโลกในแง่ดี ชอบช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน สามารถพาทำแบบง่ายๆ  มีองค์สนับสนุน เป็นต้น

 

สรุป

           การถอดบทเรียนมีหลายวิธี ต้องทำตามวิสัยทัศน์ เป้าหมายขององค์กร  ตามกระบวนการหลักในการทำงาน มีใบงาน มีที่เขียน และทำอย่างต่อเนื่อง

 

Take home massage

       เริ่มลงมือถอดบทเรียนจากความสำเร็จเล็กๆก่อน แบบง่ายงามและมีพลัง ความสำเร็จจะตามมาแน่นอนค่ะ

 

ทีมงานและวิทยากร

 

วิทยากร แก้ว อุบล จ๋วงพานิช 

 

หมายเลขบันทึก: 696482เขียนเมื่อ 21 มกราคม 2022 13:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มกราคม 2022 13:53 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (5)

รอพี่แก้วมา กทม. ค่ะ และรอทำโครงการเสนอก่อนด้วยค่ะ

ลองเขียนถอดบทเรียนง่ายๆ ยึดโครงตาม explicit 20% แล้วเติม tacit 80%ทุกขั้นตอนค่ะ

การถอดบทเรียน จริงๆต้องอธิบายรายละเอียดขั้นตอนอีกครั้ง สำหรับน้องที่หัดถอดบทเรียนเบื้องต้น

หากมีผู้สนใจเรียนรู้ติดต่อกันโดยตรงได้นะคะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี