ตามรอยประวัติวัดในพุทธศาสนากับอ.สุภัชชา ตอนที่1.ที่มาของวัดป่าแดงหลวง จ. เชียงใหม่ ราวพ.ศ.1990สมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งราชวงศ์มังรายได้ทรงถวายพระเพลิงพระศพพระเจ้าสามฝั่งแกนพระราชบิดาณ.ป่าแเดงหลวงแล้วสร้างสถูปเจดีย์หลังจากนั้นก็ทรงผนวช(ออกบวช)โดยให้พระราชมารดาปกครองเมืองแทนเมื่อศึกษาพระธรรมวินัยพอสมควรก็กลับมาครองเมืองอีกครั้ง ต่อมาพระราชมารดาทรงสวรรคตพระองค์ทรงถวายพระเพลิงศพพระราชมารดาที่เดียวกับพระบิดาแล้วทรงโปรดให้สร้างอารามขึ้นราวพ.ศ.1994แล้วขนานนามว่า วัดอโศการามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดป่าแดงหลวงนั่นเองคะ -ในส่วนเจดีย์วัดป่าแดงหลวง เจดีย์วัดป่าแดงหลวงสร้างราวพ.ศ.1991โดยพระเจ้าติโลกราชวงค์เม็งรายเพื่อบรรจุอัฐิพระยาสามฝั่งแกนพระราชบิดาของพระองค์ ลักษณะเจดีย์มีช้างล้อมฐานชุดบัวถลาอยู่ใต้ทรงระฆังใหญ่เทียบได้กับเจดีย์วัดช้างล้อมที่มีชื่อเสียงเมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นลักษณะได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัย ต่อมาจนถึงปีพ.ศ.2025พระเจ้าติโลกราชทรงทราบว่าพระยาชะเลียงได้พระพุทธรูปแก่นจันทน์มาประดิษฐานที่เมืองพะเยาจึงให้พระมหาธรรมเสนาไปอัญเชิญพระปฎิมาแก่นจันทน์มาที่เชียงใหม่นำมาประดิษฐานที่วัดป่าแดงหลวงนานถึง15ปีจนถึงสมัยพระเจ้ายอดเชียงรายปกครองเชียงใหม่พระปฎิมาแก่นจันทน์จึงกลับคืนสู่พะเยาและเมื่อถึงรัชสมัยพระเมืองแก้วปกครองเชียงใหม่พระฎิมาแก่นจันทน์กลับคืนสู่เชียงใหม่อีกครั้งโดยอัญเชิญพระดิษฐานที่วัดภูมิต่อมาได้ประดิษฐานวัดเจ็ดยอดยอดหรือวัดมหาโพธาราม (ขอบคุณแหล่งที่มาจากหนังสือตำนานเมืองเหนือ, สงวน โชติสุขรัต์)