ณ ชายฝั่งทะเลด้านทิศเหนือของอ่าวประจวบคีรีขันธ์ มีธรรมชาติสวยงาม เงียบสงบ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ บางบ้านมีความสามารถในการต่อเรือประมง บ้างก็ประดิษฐ์เครื่องมือจับสัตว์น้ำ ทำไร่ ทำสวน และค้าขาย มีลักษณะเศรษฐกิจพอเพียง ณ ชายฝั่งแห่งนี้มีเขาลูกหนึ่งซึ่งตั้งเด่นสะดุดตา เป็นที่พักพิงแรมคืนให้ชาวประมงต่างถิ่นได้หลบอาศัย ใช้น้ำบริโภคและเป็นที่จอดเรือหลบมรสุมในช่วงลมแรง ชาวบ้านแห่งนี้จึงได้มีโอกาสพบปะติดต่อค้าขายกับชาวต่างถิ่นอีกทางหนึ่ง
หมู่บ้านแห่งนี้ มีครอบครัวหนึ่ง พ่อบ้านชื่อ ม่องล่าย มีนิสัยมุทะลุดุดันไม่กลัวใครแต่ไม่ใช่อันธพาล โดยเฉพาะเป็นคนถือสัจจะวาจาอย่างเคร่งครัด ชาวบ้านจึงให้ความเคารพยำเกรง ฝ่ายยายรำพึง ศรีภรรยาของตาม่องล่ายเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา จนชาวบ้านพากันเรียกว่ายายปากม้า แม้ว่านางจะพูดจาโผงผาง แต่นางก็เป็นแม่บ้านที่น่านับถือ นางจะมีข้อโต้แย้งด้วยเหตุผลกับสามีเสมอ ขณะเดียวกันก็ดูแล อบรม สั่งสอนลูกสาวคนเดียว คือ ยมโดย ให้อยู่ในกรอบประเพณีอันดีงาม เมื่อตาม่องล่ายออกหาปลา ยายรำพึงจะพาลูกสาวไปทำไร่ บางวันก็นำปลาและพืชไร่ไปขายที่ตลาดยมโดย สาวน้อยผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติ เป็นที่รักที่หวงแหนของพ่อแม่เป็นอย่างมาก ชายหนุ่มในหมู่บ้านและใกล้เคียงต่างหมายปองยมโดย แต่ไม่มีใครกล้ามาเกี้ยวพาราสี ความดีความงามของนางยมโดยเลื่องลือไปทั่วหมู่บ้านและต่างถิ่น เจ้าลาย ชายหนุ่มรูปงามลูกชายเจ้าเมืองเพชร ได้ยินกิตติศัพท์ของนางยมโดย ใคร่จะไปดูด้วยตนเอง จึงปลอมตัวเป็นพ่อค้าล่องเรือมาค้าขายเครื่องมือจับสัตว์น้ำ วัสดุการต่อเรือ และใช้เวลาว่างทำประมงในแถบอ่าวน้อย ทำทีมาซื้อปลาที่บ้านตาม่องล่าย กิริยาวาจาที่สุภาพอ่อนน้อมของเจ้าลาย เป็นที่พอใจของยายรำพึง ทั้งสองจึงติดต่อค้าขายปลากันเป็นประจำ เมื่อมีจังหวะอันเหมาะสม เจ้าลายจึงเลียบเคียงถามถึงคนในบ้าน ยายรำพึงเล่าให้ฟังอย่างสนิทสนมถึงสมาชิกในครอบครัวพร้อมกับเรียกลูกสาวออกมาให้รู้จักกับเจ้าลาย หลังจากนี้ก็มิได้กีดกันให้สองหนุ่มสาวได้พบกัน ด้วยเรื่องการค้า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าลายกับสองแม่ลูกมีมากขึ้น บางวันเจ้าลายไปช่วยงานในไร่ ได้เห็นความขยันขันแข็งของยมโดยก็ยิ่งประทับใจ ความดีงามของสาวน้อยผู้นี้ นอกจากจะทำให้เจ้าลายรักนางอย่างจริงใจแล้ว เขายังมั่นใจว่านางจะเป็นศรีสะใภ้ของเจ้าเมืองได้อย่างภาคภูมิ เจ้าลายจึงส่งผู้ใหญ่มาทาบทามสู่ขอนางยมโดยกับผู่เป็นแม่ การพบปะพูดคุยของเจ้าลายกับยมโดยอยู่ในสายตายายรำพึงเสมอมา นางเห็นว่าทั้งสองรักใคร่และเหมาะสมกันดี ลูกสาวนางจะต้องมีความสุขในชีวิตครอบครัว นางจึงยกให้พร้อมกับนัดวันยกขันหมากมาโดยไม่บอกตาม่องล่าย เพราะรู้ว่าสามีนางไม่ชอบเจ้าลายขณะเดียวกัน ตาม่องล่ายก็ได้ต้อนรับหนุ่มชาวจีนผู้หนึ่งที่ล่องสำเภาใหญ่มาค้าขายที่หมู่บ้านอ่าวน้อย เพราะได้ยินกิตติศัพท์สาวยมโดยเช่นเดียวกัน หนุ่มผู้นี้รู้ว่าตาม่องล่ายเป็นนักเลงเหล้าและกัญชา จึงนำเหล้าชั้นดีจากเมืองจีน กัญชาและของมีค่าอื่นๆ มาทำความรู้จักกับตาม่องล่ายโดยไม่ให้ความสำคัญกับยายรำพึงนัก เพราะถือคติว่าผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ยายรำพึงไม่พอใจหนุ่มจีนผู้นี้ความมั่งคั่งและบุคลิกอันองอาจของหนุ่มเจ้าของสำเภาใหญ่ ตาม่องล่ายจึงเรียกเขาว่าเจ้ากรุงจีน ตาม่องล่ายรู้ภาษาจีนอยู่บ้างทั้งสองก็ยิ่งถูกคอมากขึ้น เจ้ากรุงจีนไปมาหาสู่กับตาม่องล่าย พร้อมของกำนัลมากมาย ได้พบหน้าและเห็นกิริยามารยาทของยมโดย รู้สึกพอใจเป็นพิเศษ แต่ทุกครั้งที่เจ้ากรุงจีนมาบ้าน ยายรำพึงจะต้องพาลูกสาวไปนอกบ้านทันที เมื่อได้เวลาอันเหมาะสม เจ้ากรุงจีนจึงทาบทามสู่ขอนางยมโดยกับตาม่องล่าย ผู้เป็นพ่อเห็นว่าถ้าลูกสาวได้แต่งงานกับผู้มีฐานะดีจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาอย่างผาสุก จึงตกลงยกลูกสาวให้เจ้ากรุงจีน พร้อมกับนัดวันยกขันหมากมาแต่ไม่บอกยายรำพึง เพราะถือว่าตนเป็นใหญ่ในครอบครัว ประกอบกับตั้งใจว่าจำทำให้ภรรยาและลูกสาวตื่นเต้น พอใจที่ตนเลือกผู้ที่เหมาะสมมาเป็นลูกเขย
เมื่อถึงวันที่สองตายายกำหนดให้เป็นวันแต่งงานของลูกสาว บังเอิญเป็นวันเดียวกัน ทุกฝ่ายต่างเตรียมการของตนเอง ขบวนขันหมากของเจ้าลายและขบวนขันหมากของเจ้ากรุงจีนจัดมาอย่างมโหฬาร ทั้งสองขบวนมาประจัญหน้ากันที่ริมทะเลหน้าบ้านเจ้าสาว เสียงโห่ขันหมากดังไปทั้งหมู่บ้านสร้างความตื่นตาตื่นใจและแปลกใจแก่ทุกฝ่าย เพราะมีเจ้าบ่าวมาสองคน แต่เจ้าสาวเพียงคนเดียว ตาม่องล่ายกับยายรำพึงเริ่มมีปากเสียงกันและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ยายรำพึงโมโหจัดคว้าหมวกที่วางอยู่ใกล้มือเหวี่ยงใส่หน้า ตาม่องล่ายหลบทัน หมวกจึงปลิวไปตกที่ริมหาดประจวบคีรีขันธ์ กลายเป็นเขารูปร่างคล้ายหมวก ชื่อว่าเขาล้อมหมวก ตาม่องล่ายบันดาลโทสะที่ภรรยาแสดงกิริยาเช่นนั้นกับตนต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย ก็เริ่มอาละวาดบ้าง ฉวยกระบุงขว้างไป ยายรำพึงหลบวูบทันที กระบุงลอยละลิ่วไปตกเป็นเกาะกระบุงที่จังหวัดตราด ยายรำพึงจับงอบขว้างไปอีก งอบกระเด็นไปตกเป็นแหลมงอบที่น่านน้ำระหว่างจังหวัดตราดกับจังหวัดจันทบุรี ตาม่องล่ายคว้าจานข้าวขว้างไป ตกเป็นเกาะจานที่ปากอ่าวคลองวาฬ หันรีหันขวางอย่างบ้าคลั่ง คว้ากระจกส่งหน้าขว้างไปกลายเป็นเขาช่องกระจก จับสากตำข้าวได้กรากเข้าไปจะตียายรำพึงวิ่งหนี ตาม่องล่ายพุ่งสากไปแต่พลาดไปถูกเกาะลูกหนึ่งทะลุเป็นช่องโหว่ เรียกว่า เกาะทะลุ อยู่ที่อำเภอบางสะพานน้อย และสากยังพุ่งเลยไปตกเป็นเกาะสากที่ปากน้ำชุมพร ยายรำพึงวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงไปหมดแรงที่อ่าวบางสะพาน นอนร้องไห้รำพึงรำพันถึงเคราะห์กรรมของครอบครัวจนขาดใจตาย กลายเป็นเขาลูกใหญ่อยู่ที่ริมอ่าวนั่นเอง เรียกว่า เขาแม่รำพึง ตาม่องล่ายเห็นภรรยาวิ่งหนีเป็นเช่นนั้น ยิ่งเพิ่มความโกรธมากขึ้นทั้งอับอายขายหน้าชาวบ้าน
แค้นใจตัวเองที่เสียสัจจะกับเจ้ากรุงจีนและความโกรธก็พุ่งไปที่ลูกสาวว่าเป็นต้นเหตุของความอัปยศ จึงปราดเข้าจับยมโดยซึ่งยืนตะลึงอยู่ใกล้ๆ ฉีกออกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งขว้างไปให้เจ้าลาย ไปตกเป็น เกาะนมสาว อำเภอปราณบุรี อีกซีกหนึ่งขว้างไปให้เจ้ากรุงจีน ไปตกในทะเลเป็น เกาะนมสาว จังหวัดชลบุรี ตาม่องล่ายมองขันหมากแก้วแหวนเงินทองรัตนชาติทั้งหลายที่เป็นของหมั้น ตลอดจนข้าวปลาอาหารจำนวนมากวางเต็มบ้าน ตาม่องล่ายก็ยิ่งผิดหวัง เสียใจอย่างรุนแรง จึงอาละวาดมากขึ้น คว้าของทุกอย่างทุ่มทิ้งลงทะเล เจ้าลายเดินทางกลับบ้านด้วยความผิดหวัง เสียใจ และอาลัยรักนางยมโดยอย่างสุดซึ้ง ทิ้งเครื่องขันหมากทั้งหมด กลายเป็นเขาขันหมาก หรือเขาสามร้อยยอด อำเภอปราณบุรีเครื่องเพชรพลอยรัตนชาติต่างๆที่เตรียมไปเป็นถาดๆ ก็สาดทิ้งกลายเป็นเขาเพชรพลอย หรือ เขาหัวแก้วหัวแหวน จังหวัดเพชรบุรี ด้วยความเศร้าโศกระทมทุกข์ ในที่สุดก็นอนตายกลายเป็นเขาเจ้าลาย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ส่วนเจ้ากรุงจีนตกใจ เสียใจ ทั้งเกรงจะอับอายมากขึ้น ถ้ายกขันหมากกลับบ้านเมืองไปโดยไม่มีเจ้าสาวกลับไปด้วย และเพื่อประชดยายรำพึง จึงเทเครื่องขันหมากทั้งหมดลงทะเล ขนมจีนกลายเป็นสาหร่ายทะเล หมากกลายเป็นหอยหมากรุก พลูมวนกลายเป็นหอยมวนพลู ปูทอดมันกลายเป็นปูหิน ทับทิมกลายเป็นหอยทับทิม ตะเกียบกลายเป็นเขาตะเกียบที่หัวหิน จี้เพชรกลายเป็นหอยดาว หลักที่ใช้ผูกสำเภากลายเป็นเขากระหลัก อยู่กลางทะเลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านที่มาช่วยงาน เมื่อคลายจากความตื่นตกใจก็แยกย้ายกันกลับ ตาม่องล่าย ขมขื่นและทรมานใจอย่างแสนสาหัส คว้าไหเหล้าไปที่เขาริมอ่าวหน้าบ้าน ดื่มอย่างขาดสติจนสิ้นใจ ด้านทิศตะวันตกของเขาลูกนี้ดูลักษณะคล้ายคนนั่งพิงขา เท้าเหยียดยาว มีไหอยู่ปลายเท้า มองเหมือนโพกผ้าขาวม้ามีปมด้านหลัง ด้านทิศตะวันออกเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจะเป็นเงาดำ รัศมีแสงอาทิตย์กระจายโดยรอบเรื่อๆ งดงามสบายตา สบายใจ คล้ายบุญบารมีของผู้อาวุโสที่ให้ความร่มเย็นแก่ลูกหลาน หากดูจากอ่าวประจวบคีรีขันธ์ เหมือนคนนอนหงาย ศีรษะปริ่มน้ำ หน้าผาก จมูก ปาก คอ และลำตัวทอดยาวขึ้นมาบนพื้นดิน ที่ปลายเท้ามีก้อนหินรูปร่างคล้ายไหลูกใหญ่ตั้งอยู่ เขาลูกนี้คือ เขาตาม่องล่าย ซึ่งงามเด่นเป็นสง่า ประดุจผู้พิทักษ์อ่าวประจวบคีรีขันธ์ อยู่ชั่วนิรันดร์.