ตอนเรียน ป.ตรี วิชาเอกภาษาไทย เนื้อหาหลักสูตรในตอนนั้น เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะสอนระดับมัธยม จึงได้ไปฝึกสอนโรงเรียนมัธยมฯใกล้ๆกับวิทยาลัย ตอนนั้นไม่มีการสอนสะกดคำให้แก่เด็กโตเลยแม้แต่น้อย
ผมจึงไม่ถนัดเรื่องการสอนแจกลูก(สะกดคำ) เพิ่งจะมาเรียนรู้เพิ่มเติม เมื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู ตอนนี้มีโอกาสได้ลงสอน ป.๑ – ป.๓ เหมือนได้ฝึกประสบการณ์จริงๆ จึงอยากบันทึกเก็บไว้
บอกครูประจำชั้น ป.๑ ให้คัดเด็กเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มเรียนรู้ช้าให้ครูสอนเสริมเป็นรายบุคคล ส่วนเด็กในระดับดี ให้มาหาผอ.เพื่อเร่งรัดไปสู่ในระดับที่ดีมาก ก่อนเลื่อนชั้นไปเรียน ป.๒
ผมใช้ตารางบัญชีคำเป็นสื่อ คิดว่าสักพักหนึ่งค่อยกลับไปใช้หนังสือแบบเรียน ผมสอนสลับไปมาระหว่างการแจกลูกกับการอ่านเป็นคำๆ ฝึกแบบนี้ทุกวัน หลายครั้งที่ผมอ่านเป็นคำแล้วนักเรียนแจกลูกพร้อมๆกัน นักเรียนเริ่มจะมีทักษะและความรู้ความจำมากขึ้น
ข้อดีที่ค้นพบ นักเรียนมีความแม่นยำในพยัญชนะและสระ ข้อที่ยังต้องปรับปรุงก็คือนักเรียนบางคนยังสับสนในสระและตัวสะกดบางตัว ซึ่งยังพอแก้ไขได้
ผมคิดว่า ภาคเรียนที่ ๒ นี้ นักเรียนชั้นป.๑ ไม่ควรติดหรือสนุกกับการแจกลูกสะกดคำนานเกินไป ทำอย่างไรคำง่ายๆ ควรจะอ่านเป็นคำได้ทันที อันนี้คือการบ้านที่ผมกำลังคิดอยู่
ครูป.๑ บอกผมว่า นักเรียนอ่านคล่องมากขึ้น เรียนรู้เร็วขึ้น หลังจากที่ไปเรียนกับ ผอ. ผมจึงบอกครูว่าอย่าเพิ่งเยินยอ ขอทำวิจัยเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาสรุปผลกัน
ผมทำเช่นเดียวกันกับนักเรียนชั้น ป.๒ ช่วยครูซ่อมเสริมการอ่านให้เด็กกลุ่มใหญ่ที่อ่านได้ค่อนข้างดี แต่อ่านไปเรื่อยๆ ผมจึงจะฝึกการคิดและวิเคราะห์พื้นฐานจากเรื่องที่อ่าน
โดยให้อ่านพร้อมกัน และสลับด้วยการอ่านทีละคน จากนั้นตั้งคำถามง่ายๆจากเรื่องที่อ่าน พบว่านักเรียนมีความกระตือรือร้นมากขึ้น การได้ใกล้ชิดเด็ก ป.๒ ทำให้พบว่าเด็กบางคน ยังไม่แม่นยำเรื่องสระ บางคนสะกดได้แต่ก็อ่านผิดเพี้ยน
ชั้น ป.๓ ผมจะสอนพร้อมกัน นักเรียนมากกว่า ๑๐ คนอ่านค่อนข้างดี ปัญหาที่พบคือการเว้นวรรคตอนและคำควบกล้ำ บางคนอ่านเร็วจนเพื่อนตามไม่ทัน และบางคนอ่านไม่คล่อง อ่านเสียงเบาและชี้ตัวหนังสือได้ช้ามาก ต้องแก้ไขด้วยการให้มาอ่านเป็นรายบุคคล
สิ่งที่ต้องพัฒนาในชั้น ป.๓ คือการเขียน นักเรียนส่วนใหญ่เขียนผิดในคำง่ายๆ เพราะขาดการฝึกเขียนคำและประโยค ผมจึงให้เขียนตามคำบอกบ่อยๆ อันจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเขียนเรื่องราว เมื่อไปเรียนในชั้น ป.๔
การเรียนการสอนกับเวลาที่ขาดหายไป ๕ เดือน ทำให้ผมทราบดีว่า ถ้าเราไม่รื้อฟื้นทักษะและประสบการณ์ด้านการอ่านที่มากพอในชั้น ป.๑ – ๓ อนาคต..กับประถมศึกษาตอนปลาย จะไม่เหลืออะไรให้เราได้ภูมิใจ...อย่างแน่นอน
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔



