ช่วงเช้าวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กสศ. และภาคี จัดงานเสวนา โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ที่ผมเข้าใจว่าหมายถึง school transformation   โดยมีหัวข้อย่อยเฉพาะการเสวนาครั้งที่ ๑ นี้ว่า “ปิด Gap ห้องเรียนในยุคโควิด-19”   และเชิญให้ผมกล่าวเปิดในหัวข้อ “ปิด Gap ห้องเรียนในยุคโควิด-19 ด้วยโรงเรียนพัฒนาตนเอง ” 

ผมเตรียม PowerPoint ประกอบการนำเสนอดังนี่ ()  เพื่อเสนอว่า หากโรงเรียนและระบบการศึกษามี transformation ไปในทางที่ถูกต้อง   เราจะสามารถทำในสิ่งที่ยากเกินกว่าเรื่อง ปิด learning gap ที่เกิดจาก โควิด ๑๙ ได้อย่างมากมาย     

โดยทิศทางที่ถูกต้องคือ

  • การมองระบบการศึกษาเป็นระบบที่ซับซ้อนและปรับตัว    มีการจัดการระบบในแนวทางนั้น    ไม่จัดการแบบระบบที่มีลักษณะ simple & linear   
  • มีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคน บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ขั้นต่ำทุกคน   แม้นักเรียนจะมีความแตกต่างกันด้านเศรษฐสังคม  และด้านสมอง 
  • มีเป้าหมายให้โรงเรียนทุกโรงเรียนมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันมาก   ไม่ยอมรับสภาพที่โรงเรียนห่างไกลมีคุณภาพต่ำ   สภาพที่ลูกคนจนต้องเข้าเรียนในโรงเรียนคุณภาพต่ำ    ซึ่งประเทศฟินแลนด์บรรลุได้   
  • มีเป้าหมายให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองเต็มศักยภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้    และยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการเรียนรู้ในการปฏิบัติงานของครู   โดยที่ตระหนักว่า ระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันช่วยหนุนให้นักเรียนไทยโดยเฉลี่ย ได้พัฒนาตนเองไม่ถึงหนึ่งในสี่ของศักยภาพตามธรรมชาติที่มี    เป็น potential loss ที่น่าเสียดายยิ่งกว่า learning loss ที่เกิดจาก โควิด ๑๙
  • สร้างพลังของปฏิสัมพันธ์ระหว่างครู  และระหว่างครูกับศิษย์   เพื่อให้พลังของปฏิสัมพันธ์เชิงบวก สร้างการเรียนรู้ที่มีแรงบันดาลใจสูง มีพลังขับเคลื่อนสูง พลังเรียนรู้สูง
  • พลังของการเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน ที่เรียนรู้เป็นทีม เพื่อพัฒนาวิธีทำหน้าที่ครูอย่างต่อเนื่อง    ถือว่าการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ดีกว่าเดิม (PLC)  เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานของครู   
  •  พลังของปฏิสัมพันธ์ของครูกับผู้บริหาร ที่เป็นความสัมพันธ์แนวราบ แนวกัลยาณมิตร เพื่อหนุนความเป็น “ครูผู้ก่อการ” (agentic teacher)   ทำหน้าที่พัฒนางานของตนเอง  ร่วมกันพัฒนาโรงเรียน  ร่วมกันพัฒนาวิชาชีพครู   และร่วมกันพัฒนาระบบการศึกษาไทย 
  • ต้นสังกัด เปลี่ยนบทบาทจาก เน้นควบคุมสั่งการโรงเรียนและครู เปลี่ยนมาเป็นเอื้ออำนาจให้โรงเรียนและครูได้ทำงานในลักษณะผู้ริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อบรรลุเป้าหมายอันทรงคุณค่าร่วมกัน คือคุณภาพการศึกษาไทย ที่มีความเท่าเทียม (equity), มีคุณภาพสูง (quality), และเด็กทุกคนเข้าถึง (access)   ไม่หลุดออกนอกระบบโดยง่ายอย่างในปัจจุบัน 

อ่านสรุปคำกล่าวเปิดการเสวนานี้ได้ที่ https://www.eef.or.th/article-teacher-is-agency-151121/   

       

วิจารณ์ พานิช

๑๙ พ.ย. ๖๔