นิตยสาร Scientific American Mind ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ลงบทความเรื่อง Sometimes Mindlessness is Better Than Mindfulness ชี้ให้เห็นว่าทุกขั้วตรงกันข้ามมีคุณค่า ซึ่งในกรณีนี้คือสภาพสติมั่น - ใจลอย โดยมีประโยชน์ในต่างบริบท
อ่านแล้วผมเถียง ว่าสภาพจิตใจที่ตรงกันข้ามกับการเพ่งสมาธินั้น มี ๓ แบบ คือ (๑) ใจลอย ล่องลอยไปคิดอย่างอื่น ไม่อยู่กับปัจจุบันขณะ (๒) ทำสิ่งที่กำลังทำอยู่อย่างเป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้พลังสมอง ที่บทความใช้คำว่า automaticity ซึ่งตรงกับที่เขาใช้คำว่า mindlessness และ (๓) ปล่อยวางจากเรื่องราวที่กำลังหมกมุ่น ปล่อยให้ ปัญญาญาณ (intuition) ของสมองทำงานเอง
ที่จริงแบบที่ ๒ ก็ต้องฝึกมาก่อน จนทำสิ่งนั้นได้แบบรู้จริง (mastery) ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร และผมเชื่อว่า แบบที่ ๓ ก็ต้องฝึกสมองไว้ก่อนเหมือนกัน วิธีการส่วนหนึ่งอยู่ในบันทึกชุด สอนทักษะสร้างสรรค์
การฝึกปล่อยวางที่น่าจะเป็นขั้นสูงสุดคือ แบบที่ ๔ ปล่อยวาง “ตัวตน” โดยที่ตัวตนทางกายภาพก็ยังคงอยู่ ตัวตนทางจิตนี่เป็นของหนักหรือหนักหนาสาหัสยิ่งนัก ใครปล่อยวางเสียได้จะเบาสบาย การปล่อยวางมิติที่ ๔ นี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตรงข้ามกับการมีสติมั่น
วิจารณ์ พานิช
๒๑ พ.ย. ๖๔
ทุกสิ่งอยู่ที่ใจ ถ้าเราปล่อยวางได้ คงเบาเยอะเลยนะคะ
ตอนนี้อายุมากขึ้นรู้สึกปล่อยวางได้ดีขึ้นค่ะ