ยอดปรารถนาของคนเราก็คือความสุข ทั้งสุขกาย และสุขใจ และความสุขนั้นก็ มีบ่อเกิดจากหลายทาง แต่ความสุขที่เกิดจากใครคนอื่นนั้น เป็นความสุขที่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ถ้าอยากได้ความสุขยาว ๆ ต้องสร้างสุขด้วยตนเอง เราต้องสร้างเอาเอง

เทคนิคการสร้างสุขด้วยตัวเรา

 

 

เทคนิคการสร้างสุขด้วยตัวเรา

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

       คำที่ว่า “เรารักสุข เกลียดทุกข์ฉันใด คนอื่น เขาก็รักสุขเกลียดทุกข์ฉันนั้น”

       เป็นคำที่บ่งบอกว่ามนุษย์เรา ต้องการความสุข ไม่

ต้องการความทุกข์

        แม้หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้นั้น เมื่อสรุปแล้วก็คือเรื่อง การรู้จักทุกข์ และวิธีการดับทุกข์ทั้งปวงนั้นเอง

        อนึ่ง ในการเจริญพระพุทธมนต์ หลังจากจบการเจริญ

พระพุทธมนต์แล้ว ตอนจบ ก็จะเจริญภาวนา บทแผ่เมตตา นั้นคือ

1. แผ่เมตตาให้ตัวเอง

    ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ถึงสุข

    ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ไร้ทุกข์

    ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ไม่มีเวร

    ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

    ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ไม่มีทุกข์

    ขอให้ข้าพเจ้าจงรักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

 

2. แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรและผู้อื่น

   ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ 

จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

 

3. แผ่เมตตาแบบทั่วไป และให้สรรพสัตว์

         สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น

         จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

         จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

         จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

         จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยอันตรายทั้งสิ้นเถิด

          ที่กล่าวมา ก็เพียงอยากจะให้เห็นว่า ยอดปรารถนาของคนเราก็คือความสุข 

ทั้งสุขกาย และสุขใจ และความสุขนั้นก็ มีบ่อเกิดจากหลายทาง แต่ความสุขที่เกิดจากใครคนอื่นนั้น

 เป็นความสุขที่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ถ้าอยากได้ความสุขยาว ๆ ต้องสร้างสุข

ด้วยตนเอง

 

เทคนิคการสร้างสุขด้วยตัวเรา

1.   ทำใจให้ปล่อยวาง

เพราะทุกข์ อยู่ที่ถือ สุขอยู่ที่การรู้จักปล่อยวาง

2.   สร้างความยินดี

ยินดีตามมีตามได้ ยินดีตามกำลังความรู้ความสามารถ

และยินดีตามความเหมาะสม

3.   มีใจไม่ผูกโกรธ

ไม่วู่วาม โมโหโกรธง่าย

4.   ไม่โทษใคร ๆ

รู้จักสร้างกำลังใจให้กับตนเองได้ เพราะเสียอะไรก็เสีย

ไปเถอะ แต่อย่าเสียกำลังใจ เพราะเสียกำลังใจเหมอนสูญเสีย

ทุกสิ่งทุกอย่าง

5.   ทำใจให้เป็นบุญ

        คิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีเสมอจะช่วยลดทอนความเครียดในหลายๆ เรื่องให้กับตัวเราได้เป็นอย่างดี

  

6.   พูดขอบคุณให้ติดปาก

        ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณหัวหน้า คนขับรถ แม่บ้าน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนถึงตัวเราเองที่ได้อดทน

อดกลั้นและฝ่าฝันวกับปัญหาอุปสรรคมาได้ตลอดทั้งวัน เพราะ

การขอบคุณนั้นถือเป็นคำพูดทรงพลังที่สามารถสร้างความสุขให้กับทั้งผู้พูดและผู้ได้รับ คำขอบคุณ

7.   หากทำผิดพลาดให้รู้จักขอโทษ

เพราะความผิดเป็นของมนุษย์ แต่การให้อภัยเป็นของเทวดา

สี่เท้ายังมีพราก นักปราชญ์ ยังมีพลั้งเผลอเป็นเรื่องธรรมดา

8.   เขาโกรธมาไม่โกรธตอบ

ให้รู้จักปลอบโยน และปลอบใจตนเองเป็นเพราะใคร ๆ

อาจจะกินเส้น ไม่กินเส้นกัน นั้นย่อมมีเป็นของธรรมดา

9.   ชอบและไม่ชอบให้มีอุเบกขาธรรม

เพราะอุเบกขา การวางตัวเป็นกลาง หรือมีอะไรมากระทบ

ก็เฉย ๆ  ไม่ยินดียินร้าย ท้ายสุด ก็จะดีไปเองดังคติธรรม คำกลอนที่ว่า

 

  คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก...

โกรธ คือโง่  โมโห  คือบ้า...

อยากหล่อ อยากสวยงาม...

อย่าวู่วาม โกรธง่าย...

 

ใครชอบ ใครชัง ช่างเถิด

ใครเชิด ใครชู ช่างเขา

ใครเบื่อ ใครบ่น ทนเอา

ใจเรา ร่มเย็น จะเป็นสุข

 

เกิดเป็นคน จำต้องทน คำเขาด่า...

จะทำดี ทำซ่า ถูกด่าหมด...

แม้ทำซื่อ ถูกด่าว่า ไม่คด...

พอเลี้ยวลด ก็ถูกด่าว่า ไม่ตรง...

     10. ให้มีคุณธรรม จริยธรรมจะนำสุขมาให้

           เพราะธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติตามธรรมไม่ให้ตกไปสู่ที่ชั่ว

หรือแดนนรก อสุรกาย

 

สรุป

      เทคนิคการสร้างสุขด้วยตัวเราเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นสามารถทำได้

เพราะสุขใด ๆ จากใครคนอื่นยื่นให้นั้น เป็นเพียงสุชชั่วครั้งชั่วคราว

แต่ถ้าอยากได้ความสุขยาว ๆ นั้น เราต้องสร้างเอาเอง เราจึงจะเป็น

คนเก่ง ดี มีสุขตลอดกาล

 

 

 

แหล่งข้อมูล

https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/how-to-be-happy/

https://becommon.co/life/happiness-is-all-around/

https://www.positifthailand.com/beauty-plus/positif-tips-living/br-happy-by-yourself/

https://women.kapook.com/view188450.html

https://bit.ly/31KV2AO

https://tonkit360.com

https://www.thairath.co.th/horoscope/interesting/2056548

https://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=15102