แม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก (9) อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น อำเภอขุนยวม


อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น อำเภอขุนยวม

อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวตำนานรัก "โกโบริ-อังศุมาลิน" แห่งขุนยวม เรื่องราวของความรักระหว่างทหารญี่ปุ่นและหญิงสาวชาวขุนยวม และเป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของสงครามมหาเอเชียบูรพาที่เกิดขึ้นที่อำเภอขุนยวมและจัดแสดงเรื่องราวมิตรภาพที่สวยงามระหว่างชาวไทใหญ่ในอำเภอขุนยวมและทหารญี่ปุ่นไว้อย่างน่าสนใจ

อนุสรณ์สถานแห่งนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่ปี 2539 ภายในอนุสรณ์สถานฯ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกจัดแสดงข้อมูลพื้นฐานของอำเภอขุนยวม ซึ่งสำเนียงท้องถิ่นออกเสียงว่า "กุ๋นยม" กุน หมายถึง ภูเขาที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ส่วน ยม หมายถึงไม้ยมซึ่งขึ้นอยู่ตามภูเขาในแถบนี้เป็นจำนวนมาก และขุนยวมยังเป็นอำเภอที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ โดยไทใหญ่เป็นประชากรจำนวนมากที่สุด นอกจากนั้นเป็นชาวปกาเกอะยอ ไทยยวน ม้ง และลัวะ ในส่วนนี้มีห้องฉายวีดีทัศน์ให้ชมด้วย

ชั้นที่ 2 ของอาคารเป็นส่วนจัดแสดงเรื่องราวของขุนยวมในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นต้องการใช้ไทยเป็นฐานทัพและเส้นทางในการส่งกำลังไปยังพม่า ซึ่งอำเภอขุนยวมก็เป็นหนึ่งในเส้นทางนั้น ชาวขุนยวมจึงมีโอกาสต้อนรับกองทัพทหารญี่ปุ่นจำนวนนับหมื่นอย่างคาดไม่ถึง จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งบรรยากาศและสภาพสังคมอย่างฉับพลัน 

ทหารญี่ปุ่นเหล่านั้นต้องพึ่งพาชาวขุนยวมในเรื่องเสบียงอาหารและสินค้าต่างๆ คนขุนยวมจึงค้าขายกับทหารญี่ปุ่นและรับจ้างทำงานต่างๆ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานแห่งมิตรภาพและน้ำใจไมตรีระหว่างกัน ข้อมูลจัดแสดงจำนวนทหารญี่ปุ่นที่เข้ามารบในพม่า และถอนทัพจากพม่าเข้ามาไทย อนุมานว่ามีประมาณ 270,000 นาย และกองทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งทัพในขุนยวมนั้นได้กระจายกันอยู่ตามที่ต่างๆ

นอกจากเป็นคลังอาหารของกองทัพญี่ปุ่น ขุนยวมยังเป็นสถานพยาบาลของกองทัพญี่ปุ่นด้วย หลายครั้งที่กองทัพญี่ปุ่นพ่ายแพ้ ก็จะกลับมาตั้งหลักที่ขุนยวมเสมอ ด้วยน้ำใจของชาวไทใหญ่ในขุนยวมก็ได้ช่วยเหลือด้านการพักฟื้น เปลี่ยนวัดเป็นโรงพยาบาลสนาม ช่วยเหลือจัดเสบียงอาหารมาแลกเปลี่ยน ชาวขุนยวมได้ของใช้ที่ทันสมัยจากกองทัพ กองทัพก็ได้พึ่งพาอาหารจากชุมชน ชาวขุนยวมมีรายได้จากทหารญี่ปุ่น ก่อให้เกิดมิตรภาพระหว่างสองแผ่นดิน

หลังสงครามโลกจบลง กองทัพญี่ปุ่นในฐานะผู้แพ้สงครามต้องถอนกำลังออกจากประเทศไทย สิ่งที่กองทัพญี่ปุ่นทิ้งไว้ให้กับชาวขุนยวม จึงเป็นข้าวของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่นจำนวนมาก และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์อันดีที่ประเมินค่าไม่ได้

ในส่วนที่ 2 นี้มีสิ่งที่ไม่ควรพลาดชม คือ ป้ายผ้าไหมญี่ปุ่นขนาดกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 2 เมตร บนผืนผ้าเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต กล่าวถึงเหตุผลที่ญี่ปุ่นต้องเข้าร่วมสงคราม และทรงพระราชทานให้แก่กองทัพญี่ปุ่น ซึ่งมีเพียง 5 ผืนเท่านั้น นอกจากนี้มีแท่นบูชาและดาบซามูไรจัดแสดงไว้ด้วยกัน ถัดมาเป็นส่วนจัดแสดงเครื่องแต่งกายและเครื่องใช้ส่วนตัวของทหารญี่ปุ่นที่เก็บรวบรวมไว้ได้ มีทั้งเครื่องรางแบบญี่ปุ่นที่ใช้ห้อยติดตัว กล้องถ่ายถาพ อุปกรณ์เครื่องเขียน อาวุธปืนสั้นปืนยาว หีบบรรจุยุทธภัณฑ์และลังกระสุนจำนวนมาก

ส่วนที่ 3 จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณี วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของชาวไทใหญ่ ตลอดจนสถานที่สำคัญต่างๆ ในอำเภอขุนยวม

ที่ตั้งของอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น  ขุนยวม กล่าวกันว่าเป็นจุดที่ใช้ฝังศพทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสงคราม อยู่ตรงกับวัดมวยต่อ ซึ่งทหารญี่ปุ่นใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม ต่อมาได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในสงครามไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

หลังจากเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานฯเรียบร้อยแล้ว ได้พบว่าการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สงครามที่ขุนยวมนี้ไม่ได้ทำให้ รู้สึกสลดหดหู่โทมนัสใจจากความโหดร้ายรุนแรงจากสงคราม ไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียทรัพย์สิน ชีวิตและเลือดเนื้อเหมือนที่เคยรู้สึกเมื่อได้ชมพิพิธภัณฑ์สงครามแห่งอื่น แต่กลับรู้สึกซาบซึ้งใจต่อความสวยงามของมิตรภาพระหว่างสงคราม ที่ขุนยวมแห่งนี้

ขอขอบคุณ

  • วิทยากรจากอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น
  • บริษัททัวร์ฟ้าใสและทีมงาน
  • เพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน

 

หมายเลขบันทึก: 693762เขียนเมื่อ 4 ธันวาคม 2021 19:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 ธันวาคม 2021 14:05 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี