วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ผมเข้าร่วมประชุม Webinar กับทีม OECD เรื่อง Teaching, learning and assessing 21st Century Skills in education : Thailand’s experience โดยผมเข้าร่วมในฐานะทีมงานของ กสศ. ที่มีคนเข้าฟังกว่าสามร้อยคน ใช้เวลาชั่วโมงเดียว
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรีนุช เทียนทอง บันทึกเทปการกล่าวเปิดสั้นๆ นำมาเสนอต่อที่ประชุม แล้ววิทยากรฝั่งไทยมี ๓ คน คือ ดร. สิริกร มณีรินทร์ เล่าเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ ผมเล่า health systems reform ของไทยโยงเข้าสู่ education systems reform ที่ต้องการการวิจัยระบบ ดร. ไกรยส ภัทราวาท เล่ากิจกรรมหลัก ๕ กิจกรรม เพื่อเป็น catalyst for change ของการศึกษาไทย
หัวหน้าใหญ่ด้านการศึกษาของ OECD Andreas Schleicher ให้ข้อสังเกตที่มีคุณค่ามาก ว่า
- ในการเปลี่ยนหลักสูตรจาก content-based ไปเป็น competency-based ต้องทำให้ครูสอนน้อยสาระลง หันไปเพิ่มความลึกของการเรียนรู้ จึงจะบรรลุการพัฒนาสมรรถนะ นอกจากนั้นท่านบอกว่า มีหลักฐานจากทั่วโลกว่า หากไม่จัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเปลี่ยนหลักสูตรกี่ต่อกิ่ครั้ง ก็จะไม่มีผลต่การเรียนรู้ของนักเรียน ท่านยกตัวอย่างประเทศเกาหลี ที่เปลี่ยนหลักสูตรหลายครั้ง แต่นักเรียนยังเรียนแบบเดิม เพราะพ่อแม่เน้นที่ผลสอบของลูก ตรงกันข้าม ประเทศปอร์ตุเกส ไม่ได้เปลี่ยนหลักสูตร แต่เปลี่ยนการเรียนการสอน ทำให้คุณภาพการศึกษาสูงขึ้นมาก ผมตีความว่า เปลี่ยนหลักสูตรในกระดาษและที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยไม่จัดการให้การเปลี่ยนแปลงนั้นไปถึงตัวเด็ก ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไร้ความหมาย
- วงการศึกษาทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมที่มีสภาพอนุรักษ์ นักการเมืองที่เข้ามาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงการศึกษาจึงมักไม่เป็นที่ชื่นชอบ และเก้าอี้หลุดได้ง่าย เพราะจะเปลี่ยนได้จริงต้องดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลานานมาก
- ต้องใช้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) เข้าช่วย ดำเนินการให้สนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงจะสำเร็จ นั่นคือ ต้องดำเนินการ engage กับพ่อแม่และนอกวงการศึกษา
- ต้องเน้นการเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมข้อมูลหลักฐาน
สองชั่วโมงเศษหลังการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น. ทาง OECD ก็ส่งข้อมูลมาบอกว่าคนเข้าชมทางซูมมี ๓๖๐ คน และเข้าถึงคนทาง เฟศบุ๊ก ๑,๒๒๔ คน และส่งลิ้งค์วิดีทัศน์มาให้ ชมได้ที่ (๑)
ในเวลา ๑ ชั่วโมง คุยกันเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งยวด อย่างเรื่องคุณภาพการศึกษาได้ไม่ครบด้านหรอกครับ แต่ข้อสังเกตของทาง โออีซีดี ก็มีคุณค่ายิ่งต่อการขับเคลื่อนในประเทศไทย
วิจารณ์ พานิช
๙ ต.ค. ๖๔
เคยได้ยินนักการศึกษาผู้เกี่ยวข้องวิพากษ์การศึกษาบ้านเราเมื่อหลายปีก่อนคล้ายๆกันนี้ “ไม่ว่าจะเปลี่ยนหลักสูตรไปอย่างไร ครูที่โรงเรียนยังสอนเหมือนเดิม”
ถ้าพิจารณาให้ดีที่ผ่านมาการจัดการเรียนการสอนของครูที่โรงเรียนน่าจะมีความสอดคล้องกับความต้องการจริงๆของสังคมโดยรวม รวมทั้งปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องเสมอ
ฉะนั้น ที่สำคัญกว่าการปรับเปลี่ยนหลักสูตร หากหวังความสำเร็จ..ศธ.ควรพัฒนาสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆกันด้วย