หนังสือพุทธธรรมกับการฝึกหัดครู บันทึกคําบรรยายพิเศษ ของ พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต) ในการประชุมสัมมนาทางวิชา การ จัดโดย สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ ณ โรงแรมสวนบัวรีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม์ ๑๔ กันยายน ๒๕๓๗ ประเทืองปัญญายิ่งนัก

ในหน้า ๖๐ ท่านย้ำว่า การศึกษาล้มเหลวเพราะละเลยความสุข    ขยายความต่อได้ว่า การศึกษาต้องชัดเจนเรื่องความสุข    เพื่อให้การศึกษาเข้าถึงความเป็นมนุษย์    และช่วยให้รู้จัก “ร่วมสุข”   ไม่ใช่เอาแต่สุขของตนฝ่ายเดียว    นี่คือจริยธรรมของมนุษย์    ความสุขของบุคคล เป็นสันติสุขของสังคม   

หัวข้อบทที่ ๕ หน้า ๑๐๖ คือ “ได้ความเป็นครู เมื่อเกิดความเป็นนักเรียน” สื่อสารหัวใจของความเป็นครู ... ครูต้องเป็น “นักเรียนรู้”   โดยผมขออนุญาตขยายความว่า    การทำหน้าที่ครูที่ดีนั้น ต้องเรียนรู้เรื่อยไปไม่จบสิ้น   ไม่ใช่ว่าจบปริญญาตรี โท เอก  หรือเป็นครูเชี่ยวชาญพิเศษแล้วก็หยุดเรียนรู้ได้    นี่คือจริยธรรมของครู   

หัวใจของเรื่องครู  หน้า ๑๑๑ บอกว่า “ครูที่มีความเป็นครู  เป็นผู้สร้างความเป็นนักเรียนให้เกิดขึ้น   เริ่มด้วยการทำให้เด็กเป็นผู้มีกัลยาณมิตร เหมือนเปิดสัญญาณของความเป็นนักเรียนขึ้นมา” 

ที่หน้า ๑๑๒  ครูทำหน้าที่หนุนให้นักเรียนเรียนรู้จาก ๒ ปัจจัยของสัมมาทิฏฐิแห่งการเรียนรู้  คือ (๑) ปรโตโฆษะ  เสียงบอกจากผู้อื่น  และ (๒) โยนิโสมนสิการ รู้จักคิดพิจารณา ซึ่งภาษาการศึกษาสมัยใหม่เรียกว่า critical reflection          

โดยครูเข้ามาเป็นสื่อนำในการสร้างความเป็นนักเรียนด้วย บุพนิมิตของการศึกษา ๗ ประการ ที่อ่านได้จากหน้า ๑๑๒ ของหนังสือ   

ผมชอบข้อความในหน้า ๑๑๔ ที่บอกว่า การทำงานของครูมี ๒ ระดับ คือ (๑) ระดับเปลือกหุ้ม คือ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้  (๒) ระดับเนื้อตัว คือ เป็นกัลยาณมิตร สร้างสรรค์ความเป็นนักเรียน  ที่จะพัฒนาก้าวไปในการศึกษา   

อีกประเด็นหนึ่งที่ลึกล้ำมากคือเรื่อง การศึกษาจัดตั้ง กับ การศึกษาที่แท้   อ่านเอาเองนะครับ   เป็นการเตือนว่า การศึกษาอาจพาไปในทางมิจฉาทิฏฐิก็ได้  พาไปในทางสัมมาทิฏฐิก็ได้   

ไม่น่าเชื่อว่า ศาสตร์ด้านการเรียนรู้สมัยโบราณสองพันหกร้อยปี    ผ่านการตีความที่ลุ่มลึก  มาบรรจบสอดคล้องกับศาสตร์การเรียนรู้สมัยใหม่ได้

วิจารณ์ พานิช

๑๓ ก.ย. ๖๔