ชีวิตที่พอเพียง 4057. ความว่าง


 

หนังสือเล่มเล็ก ชุดธรรมะใกล้มือ เรื่อง ความว่าง ท่านพุทธทาสบรรยายที่ศิริราช เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๕   ไม่กี่เดือนก่อนผมข้ามฟากไปเป็นนักศึกษาแพทย์ปี ๑    อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นการบอกว่าธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัว หรืออยู่กับเนื้อกับตัวเรานี้เอง   โดยที่เราต้องรู้เท่าทันทั้งกุศลธรรม และอกุศลธรรม    และเลือกให้กุศลธรรมเป็นเจ้าเรือน    ใครทำได้ ชีวิตก็จะมีความสุข 

อ่านแล้วผมรู้สึกว่า เป็นคำอธิบาย complexity ของความว่าง    หรือ complexity ของการทำความเข้าใจความว่าง    โดยที่เส้นทางสู่ความว่างนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย  จะว่ายากก็ยาก   ขึ้นกับว่าเราเดินเส้นทางแห่งกุศล หรือเดินเส้นทางแห่งอกุศล   ที่ว่ายากก็เพราะเส้นทางแห่งอกุศลมันหอมหวนยวนใจ 

เรื่องซับซ้อนอย่างนี้  มีข้อจำกัดในการทำความเข้าใจจากสภาพที่ศัพท์หรือถ้อยคำมีไม่พอหรืออธิบายได้ไม่ชัด    และร้ายกว่านั้นคือบางคำนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อน    เช่นคำว่า “สิ่งทั้งปวง”  หรือ “ธรรม” ในหนังสือหน้า ๒๑ - ๒๓   และคำว่า “จิต” กับ “จิตใจ” ในหน้า ๒๔   

คำว่า “อวิชชาก็คือความว่างเท่ากันกับวิชชา” ในหน้า ๒๘ อ่านแล้วงง    แต่เมื่ออ่านต่อไป ก็เข้าใจว่าความว่างเกิดจากตัวเราเองไม่ยึดมั่นถือมั่น  ทั้งอวิชชาและวิชชาจึงเป็นความว่างของตัวเรา    นำสู่ความคิดคำนึงว่า แม้ความดีก็ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น   ผมเองสมัยอายุน้อยยึดมั่นถือมั่นในความดีมาก  ทำให้แสดงออกในทางรังเกียจคนที่มีความไม่ดีบางอย่าง    ก่อความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น    สมัยนี้แก่พอที่จะละวาง    รับรู้ความไม่ดีนั้น แต่ไม่ยึดมั่นกับมัน    ตัวเราเองก็รู้สึกเบาสบาย   

หากเรายึดมั่นในความดี ที่นำไปสู่ความคิดว่าเราเป็นคนดี   พอพบคนที่เราคิดว่าไม่ดี   เราแสดงท่าทีรังเกียจ    มองจากมุมหนึ่งเป็นการยกตนข่มท่าน    เป็นการแสดงอัตตาของตนเอง    เป็นพฤติกรรมที่แสดงความยึดมั่นในความดี   ฝรั่งใช้คำว่าขาด humility (ความอ่อนน้อมถ่อมตน)   หากเรารู้จักละวาง    ก็จะสะท้อนความเป็นคนมีความอ่อนน้อมถ่อมตนออกมา     

ลงท้าย ความว่างคือ “ความไม่มีตัวตน” ทั้งๆ ที่ตัวตนทางกายมีอยู่   แต่ตัวตนที่เกิดจากความยึดมั่นไม่มี   จึงเรียกว่าความว่าง   หมายถึงว่างจากความรู้สึกว่าเป็นตัวเรา ของเรา    เป็นภาษาธรรม ที่ยืมภาษาคนมาใช้   หากไม่แยกแยะว่า ความว่างในที่นี้เป็นภาษาธรรม เราก็จะเข้าใจสับสน   

มาที่คำว่า “จิตว่าง”   ที่ในหนังสือ วิวาทะ (ระหว่าง มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช กับท่านพุทธทาส (๑)) สะท้อนความเข้าใจของ มรว. คึกฤทธิ์ ในความหมายทางโลก  ว่าเมื่อจิตว่างก็จะไม่คิดทำอะไรให้เป็นประโยชน์    ต่างจากมุมมองในความหมายทางธรรม ที่มองว่าเป็นจิตที่ว่างจากการปรุงแต่งโดยกิเลส   

ปาฐกถาธรรมชิ้นนี้ยาวมาก และจับเรื่องความว่าจากหลายแง่หลายมุมที่มีการพูดกัน ท่านเอามาอธิบายหมด    ไปถึงเรื่องธาตุ   สุญญตา   ไปจนถึงเว่ยหล่าง ฮวงโป ที่สรุปธรรมะของพระพุทธเจ้าสั้นๆ บรรทัดเดียวได้ทั้งหมดว่า “จิตก็ดี ธรรมะก็ดี พุทธะก็ดี หนทางก็ดี ความว่างก็ดี คือสิ่งเดียวกัน”    

ผมเขียนบันทึกนี้แบบ reflective note   ไม่ได้สรุปหรือย่อเรื่องหรือจับใจความ     

ฟังเสียงอ่านหนังสือแก่นพุทธศาสตร์ เรื่องความว่างได้ที่ (๑)   

 

วิจารณ์ พานิช

๑๑ ก.ย. ๖๔

  

 

 

หมายเลขบันทึก: 692655เขียนเมื่อ 30 กันยายน 2021 18:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 กันยายน 2021 18:32 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี