รีวิว WandaVision (2020 TV-series) วันด้าวิสชั่น


รีวิว WandaVision (2020 TV-series) วันด้าวิสชั่น การกลับมาของตัวละสำคัญของ Marvel studios หลักจากศึก Avenger Infinity war และ Avenger Infinity End Game คือ Wanda Maximoff แม่มดสาวจอมเวทย์ กับ Vision มนุษย์สังเคราะห์ ผู้ทรงพลัง ทั้งสองจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไร และ Vision ฟื้นคืนชีพมาได้งอย่างไร ซีรีส์ WandaVision มีคำตอบครับ

ดูคลิปรีวิวที่นี่

#เปิดเผยเนื้อหาส่วนใหญ่ของเรื่อง

WandaVision เล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตร่วมกันของวันด้ากับวิชั่นในบ้านอันแสนอบอุ่น มีชีวิตสุดแสนเพอเฟ็คในชุมชนเล็กที่ผู้คนล้วนแต่เป็นมิตรกัน ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันผ่านช่วงเวลาหลายยุค ตั้งแต่ยุค 50s มาถึงยุคปัจจุบัน

วันด้าในฐานะภรรยา หลายสิ่งหลายอย่างที่ติดขัด หรือการทำอาหารเธอก็สามารถเนรมิตขึ้นมาได้ด้วยพลังจองเธอ ส่วนวิชั่นก็ไปทำงานนอกบ้านเป็นพนักงานบริษัท หากไม่มีผู้ใดสังเกตทั้งครอบครัวนี้ก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับคนธรรมดาทั่วไป ต่อมาทั้งสองก็มีลูกชายแฝดน่ารักสองคน

แต่อยู่ไปอยู่มา วิชั่นก็เริ่มสังเกตุว่าที่เป็นอยู่นั้นมันผิดปกติ ตัววันด้าเองก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่มันอยู่ผิดที่ผิดทาง ไม่ว่าจะเป็นคนที่จึ้นมาจากท่อ ของเล่นผิดยุคสมัย เพื่อนบ้านและผู้คนในเมืองก็เริ่มทำตัวแปลก ๆ

ซึ่งวันด้าเองรู้ว่านี่อาจเป็นสัญญาณบางอย่างว่า อาจมีอะไรมาทำให้ครอบไม่มีความสุขอย่างที่เคยเป็น ทั้งสองสงสัยว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันไม่ได้เป็นแบบที่เห็น

ที่สำคัญศตรูอันเลวร้ายและทรงพลังไม่แพ้วันด้ากำลังแฝงตัวเข้ามา วันด้าในฐานะภรรยาที่แสนดีและแม่ผู้แสนจะอบอุ่นต้องปกป้องครอบครัวของเธอเอาไว้ให้ได้

ก่อนจะรีวิวต้องขอบอกก่อนว่า ผมขอรีวิวในฐานะผู้ที่ดูซีรีส์อย่างเดียวและไม่ได้อ่านคอมเม้นอะไรเลย หรือคอมมิกด้วยครับ จึงไม่รู้ว่าเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในซีรีส์เรื่องนี้จะมีทิศทางไปเป็นแบบไหน หรือไปเป็นในแบบของ Comic หรือไม่ ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลมันจึงเป็นความประทับใจเมื่อดูและความรู้สึกหลังดูล้วน ๆ ครับ

WandaVision เป็นซีรีส์เรื่องแรกจากมาร์เวลที่เป็นขยายมาเป็นภาคแยกหลังจากศึก Avenger End Game ได้จบลง โดยเล่าเรื่องของ Wanda Maximoff ที่นำแสดงโดย Elizabeth Olsen และ Vision นำแสดงโดย Paul Bettany ที่ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันดั่งที่กล่าวไปข้างต้น

โดยทางทีมสร้างเขานำสไตล์ของซิทคอมคลาสสิคตั้งแต่ยุค 50s 60s ในยุคที่ทีวียังมีเพียงสีขาว-ดำมาดำเนินเรื่อง แล้วก็เปลี่ยนแปลงยุคมาจนถึงปัจจุบัน นำมาผสมกับแนวทางของหนังในจักรวาล Marvel เราจึงได้อะไรที่เป็นความแปลกใหม่และน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ซีรีส์จะมีทั้งหมด 9 ตอน ตอนลประมาณะ 30 นาที โดยส่วนตัวแล้วผมดู ในตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 3 ก็เทคะแนนให้กับซีรีย์เรื่องนี้อย่างหมดใจ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นใน 3 ตอนทำให้เรานึกถึงซิทคอมยุคคลาสสิกมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะจะโคนในการใช้คำพูด บทสนทนา สีหน้าแววตา ท่าทางและอารมณ์ เขายังทำหน้า จอ 4:3 มาให้เราดูด้วยนะครับ

ตลอดทั้ง 3 ตอนแรกมีความเพลิดเพลินเหมือนดูซิทคอมย้อนยุคจริง ๆ เเขาสามารถเล่าเรื่องราวชีวิตของวันด้ากับวิชั่นให้เคลื่อนผ่านหลายยุคหลายสมัย และรูปแบบของซิตคอมหลายยุคหลายแนวแนว มากหลากหลายอารมณ์มากครับ เขาเก็บรายละเอียดได้เนียนกริบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งของประดับบ้าน เสื้อผ้าหน้าผมเครื่องแต่งกาย รวมถึงบรรยากาศของเมือง ดูแล้วมันไม่ขัดอะไรเลย จุดนี้ต้องขอชื่นชมทีมกำกับศิลป์อย่างมาก ๆ เลย

แถมเขายังใส่ลูกเล่นด้วยการมีโฆษณาคั่นด้วยนะ แล้วโฆษณามันก็เป็นแบบแต่ละยุคที่เขาเล่าเรื่องจริง ๆ  ดึงเสน่ห์ของแต่ละยุคสมัยออกมาได้อย่างดีแบบสุด ๆ เพลงประกอบก็ทำได้ดีมาก ทุกอย่างดีมากจนอยากจะให้ทุกตอนของซีรีส์ WandaVision เป็นแบบนี้ไปเลย

แต่ที่น่าชื่นชมมาก ๆ ที่ทำให้ซีรีส์นั้นมีกลิ่นอายและบรรยากาศของซิทคอมรุ่นเก่าได้มากที่สุดก็คือฝีมือการแสดงของ Elizabeth Olsen เธอถ่ายทอดทุกอย่างออกมาได้ดีมาก ราวกับว่าเธอเคยเล่นซิทคอมในยุค 50s ยังไงยังงั้น เธอสามารถเคลื่อนไหว การแสดงออกทางภาษากายและภาษาพูด และทักษะในด้านการแสดง ทำให้เธอสามารถเก็บอารมณ์ของ Theme ซิทคอมย้อนยุคได้ทั้งหมด เธอได้ถ่ายทอดฝีมือการแสดงมากกว่าในแบบฉบับของภาพยนตร์ซะอีก

ในฐานะที่ผมไม่เคยรู้เรื่องราวของ Wanda Maximoff ในแบยฉบับคอมมิกเลย ดังนั้นการที่ซีรีส์เล่าเรื่องออกมาในแบบซิทคอมนี้ มี 10 ก็ ให้ 10 เต็มไปเลยครับ

แต่หลังจากตอนที่ 4 เป็นต้นไป ซีรีส์เขาก็ทำให้เห็นว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่เราชมในตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 3 นั้น แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นแม้กระทั้งผู้คนและบรรยากาศเมือง มันเกิดจากพลังอำนาจของวันด้า และก็ยังทำให้เราเห็นว่าเมืองนี้ถูกปิดกั้นจากภายนอก แถมยังมีหน่วยงานจากรัฐบาลคอยจับตาดูชีวิตของวันด้ากับวิชั่นผ่านหน้าจอโทรทัศน์รุ่นโบราณ

หลังจากตอนที่ 4 ไปเนื้อเรื่องมันก็จะเข้มข้นมากขึ้น เราจะได้ลงลึกเข้าไปในจิตใจและอารมณ์ของวันด้ามากยิ่งขึ้น คนดูจะนับรู้ว่าวันด้าน่าสงสารมากมายขนาดไหน เธอต้องแบกรับอารมณ์จากความสูญเสียมากมายขนาดไหน พ่อแม่ตายจากความไม่สงบในประเทศ แฝดพี่ตายจากฝีมือหุ่นเหล็ก Ultron วิชั่นแฟนรักของเธอก็ตายด้วยฝีมือเธอเองผสมกับฝีมือของทานอส เธอจมอยู่ในความโศกเศร้าในโลกที่ตัวเองสร้างขึ้นมา

แม้ช่วงแรกซีรีส์จะดำเนินเรื่องให้ตัวละครใช้ชีวิตเคลื่อนผ่านหลายยุคหลายสมัย ในรูปแบบของซิตคอมแต่ละยุค และเราไม่เห็นการใช้พลังของละครไปกับการต่อสู้เลย จนเรากลัวว่าซีรีส์จะไม่สนุกไม่ได้เห็นฉากแอ็คชั่นในแบบฉบับของ Marvel ซะแล้ว

แต่ระหว่างทางเราก็ได้เห็นวันด้าใช้พลังเนรมิตอะไรมากมาย และก็ยังเห็นอีกว่า พลังของเธอยังน่ากลัวไม่น้อย แต่อดใจไว้ในตอนท้าย เราจะเห็นฉากแอ็กชันจัดเต็ม special effect แบบแน่น ๆ ตระการตา ตามสไตล์หนังจากจักรวาลมาร์เวล ที่ไม่แพ้ที่เคยดูมาแล้วนับสิบปี อย่างคุ้มค่ากับการรมชมอย่างแน่นอน

แถมแอบบอกอีกนิดก็แล้วกันว่า Wanda Maximoff ได้กลายเป็น Scarlet Witch ได้อย่างไร โอโหพลังของเธอน่ากลัวสุด ๆ

ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าซีรีส์เขาสามารถปรับระดับความสมดุลของอารมณ์ได้ดี ในช่วงแรกเราจะได้รับอารมณ์ขัน อารมณ์สนุก อารมณ์เพลิน เช่นเดียวกับการดูซิทคอมแบบสบายใจนั่นแหละ

แต่พอในช่วงครึ่งหลังของเรื่องแล้ว เราจะรับรู้อารมณ์ความโศกเศร้า ความเสียใจอย่างเต็ม ๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายอารมณ์ เรียกได้ว่าซีรีส์ WandaVision ครบเครื่องครบอารมณ์ก็ว่าได้

ในจุดที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ ซีรีส์ของ Marvel เขาได้นำตัวละครที่เป็นตัวประกอบของหนังแต่ละเรื่องที่เขาทำเอาไว้ เข้ามาอยู่ในซีรีส์ได้อย่างพอดิบพอดี

อย่างตัวละครเช่น ดาซี ลิวอิส ที่รับบทเป็นนักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์สาวเพื่อนของเจน ฟอสเตอร์ ตัวละครโมนิการ์ แลมโบ ที่เคยรับบทเป็นนักบินสาวเพื่อนของกัปตันมาร์เวล ตัวละครจิมมี่ วู นายตำรวจ FBI จาก Ant-Man

ทางทีมสร้างเข้าได้ใส่บทบาทให้กับตัวละครเหล่านี้ได้ดี และมีประโยชน์ต่อเนื้อเรื่องมาก ๆ และยังมีอีกตัวละครหนึ่งที่ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ของเรื่องเลยก็ว่าได้ ซึ่งตัวละครนี้เพิ่งย้ายค่ายมาควบรวมกับ Disney และ Marvel แบบหมาด ๆ ซะด้วย ซึ่งจะเป็นใครนั้นก็ต้องไปดูในซีรีส์เอาเองนะครับ

ส่วนความสำคัญของตัวละครเอกของซีรีส์ ผมยกความดีให้กับวันด้าไปทั้งหมดเลยครับ บทเอื้อต่อเธออย่างมาก ๆ ส่วนวิชั่น แม้จะมีบทที่ตีคู่กันมากับวันด้า แต่ดูแล้ววันด้าเด่นกว่าเยอะเลยครับ

หากจะมีที่ติดใจก็เพียงจุดเดียวก็คือส่วนของเรื่องราวในช่วงท้าย การต่อสู้ หรือตัวละครคู่ปรับของวันด้า อารมณ์ในช่วงนี้ส่วนตัวผมรู้สึกว่า  มีความรู้สึกราวกับดูหนังที่สร้างจากงานวรรณกรรมเยาวชนเลยครับ

กล่าวโดยสรุป WandaVision เป็นซีรีส์ที่อยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม จัดได้ว่าเป็นซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีชีวิตชีวามากที่สุดเรื่องหนึ่ง และมากกว่าหนังทุกเรื่องจากจักรวาล Marvel ด้วยซ้ำ

โดยรวมแล้ว WandaVision ไม่ใช่สวนสนุกอย่างที่ผู้กำกับใหญ่ Martin Scorsese เขาว่าไว้

ท้ายที่สุดนี้หากดูซีรีส์ WandaVision จบลง เชื่อเถอะว่าทุกคนต้องหลงรัก Wanda Maximoff หรือ Scarlet Witch อย่างแน่นอน อยากให้มีซีซั่นที่ 2 ต่อทันทีเลยได้ไหม

9/10
@Vatin San Santi


#SuperReviewChannel
#WandaVision2020
#WandaMaximoff
#ScarletWitch
#วันด้าวิสชั่น
#ซีรีส์จากมาร์เวล

หมายเลขบันทึก: 691659เขียนเมื่อ 25 กรกฎาคม 2021 11:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 กรกฎาคม 2021 11:58 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี