แม่ผัว ลูกสะใภ้


แม่ผัว ลูกสะใภ้นายอานนท์ ภาคมาลี (คนหาปลา ข้าราชการบำนาญ)ลูกสะใภ้พูดว่า “ทำจืดแม่ก็ว่าไม่มีรสชาติ ตอนที่ทำเค็มนิดหนึ่ง แม่ก็ว่ากินไม่ได้ แล้วจะเอายังไง!” เมื่อแม่เห็นลูกชายกลับมา ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่กลืนข้าวเข้าปลา ลูกสะใภ้มองตามด้วยความโกรธ เมื่อลูกชายลองชิมอาการที่แม่กำลังกิน ก็พูดกับภรรยาว่า “ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าโรคของแม่กินเค็มมากไม่ได้?” “เอาค่ะ! ในเมื่อเป็นแม่ของคุณ วันหลังคุณก็ทำเองก็แล้วกัน ลูกสะใภ้กล่าวด้วยความโมโห แล้วสะบัดหน้าเดินเข้าห้องไป ลูกชายเรียกตามด้วยความจนใจ จากนั้นก็หันมาพูดกับแม่ว่า “แม่ครับ ไม่ต้องกินหรอก เดี๋ยวผมต้มบะหมี่ให้แม่กินนะครับ” “ลูกมีอะไรจะพูดกับแม่ไหม ถ้ามีก็บอกแม่เถอะอย่าเก็บไว้เลย” แม่เห็นความกังวลของลูกชาย“แม่ครับ เดือนหน้าผมได้เลื่อนตำแหน่ง เกรงว่าจะต้องมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เมียผมอยากออกไปทำงาน คือว่า แม่รู้ทันที่ว่าลูกชายจะพูดอะไรต่อ “อย่าส่งแม่ไปบ้านพักคนชรานะลูก แม่พูดออกมาอย่างอ้อนวอน ลูกชาย นิ่งคิดไปนาน แต่ก็พยายามหาทางออกที่ดีกว่านี้ แม่ครับ อยู่บ้านพักคนชราก็ดีนะ แม่จะได้ไม่เหงา ที่นั่นมีคนดูแลดีกว่าอยู่ที่บ้านนะครับ หากเมียผมไปทำงาน เธอจะไม่มีเวลาดูแลแม่นะครับหลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จ ก็ออกมาทานบะหมี่ จากนั้นก็เข้าที่ห้องหนังสือ เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าต่าง ในใจเกิดความสับสนขัดแย้ง ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี แม่ของเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว กล้ำกลืนทนทุกข์เลี้ยงเขามาจนเติบโต อีกทั้งส่งเสียให้เรียนยังต่างประเทศ แต่แม่ไม่ได้อ้างสิ่งที่ทำไปเป็นเบี้ยต่อรอง ให้เขาต้องเลี้ยงดูกลับกันภรรยาผู้มาที่หลังกลับเรียกร้องให้เขาต้องรับผิดชอบ นี่เขาต้องส่งแม่ไปอยู่บ้านกักคนชราจริงหรือ?คนที่จะอยู่กับแกในช่วงบั้นปลายชีวิต คือเมียนะโว้ย ไม่ใช่แม่ เพื่อนๆมักจะเตือนเขาอย่างนี่ แม่ของเธอแก่แล้วนะ หากโชคดีก็อยู่กับแก ได้หลายปี ทำไม่อาศัยเวลาที่เหลือของแม่ แล้วก็กตัญญูปรนนิบัติท่านละ อย่ารอให้แกอยากกตัญญู แต่แม่ไม่อยู่แล้ว แล้วแกจะเสียใจ ญาติมักจะเตือนเขาว่าอย่างนี้ เขาไม่กล้าคิดอะไรต่อ กล่าวว่าตนเองจะเปลี่ยนแปลงความตั้งใจ เย็นแล้วพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เขานั่งเงียบๆคนเดียวด้วยจิตใจที่หดหู่ณ บ้านพักคนชราที่แสนจะหรูหรานอกชานเมือง เขาใช้เงินจำนวนมากเพื่อทดแทนความรู้สึกผิดต่อแม่ของเขา อย่างน้อยที่นี่ก็สะดวกสบาย เมื่อเขาพยุงแม่เข้าสู่ตัวอาคาร ทีวีจอยักษ์กำลังฉายภาพยนตร์ตลกอยู่ แต่ไม่มีเสียงหัวเราะจากผู้ชมแม้แต่คนเดียว คนชราจำนวนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน นั่งอยู่บนโซฟา นั่งมองประตูทางเข้า ด้วยสายตาอันเหม่อลอย หญิงชราคนหนึ่ง กำลังก้มตัวลงไปเก็บขนมที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาใส่ปากเขารู้ว่าแม่ชอบห้องที่สว่างโล่ง จึงเลือกห้องที่แสงอาทิตย์ที่สามารถสาดส่องเข้ามาได้ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบไม้กำลังร่วงลงสู่พื้นหญ้าเป็นจำนวนมาก นางพยาบาลหลายคนกำลังเข็นรถเข็นที่มีคนชรานั่งอยู่ออกไปชมพระอาทิตย์ตกดิน รอบตัวเงียบสงัด ทำให้เขาสะท้านในจิตใจ แม้พระอาทิตย์ยามลับขอบฟ้าจะงดงามสักเพียงใด นั่นก็หมายความว่าความมืดยามค่ำคืนกำลังจะย่างกายเข้ามาแทนที่ เขาถอนหายใจเบาๆแม่ครับ ผมต้องไปแล้วครับ ผู้เป็นแม่ทำได้เพียงแค่พยักหน้า ตอนที่เข้าเดินจากมา แม่ยังคงโปกมือลาด้วยสีหน้าอันเศร้าสร้อย ปากพูดโดยไม่มีเสียงอยู่ตลอดเวลา เมื่อหันมามอง จึงเห็นผมดอกเลาของแม่ เขานึกในใจ แม่แก่แล้วจริงๆ อยู่ๆ ภาพครั้งในอดีตก็ผุดขึ้นในห้วงแห่งความคิด ปีนั้นเขาอายุได้เพียงแค่ 6 ขวบ แม่มธุระต้องไปต่างจังหวัด จึงต้องพาเขาไปฝากไว้ที่บ้านลุง ตอนที่แม่จากบ้านไป เขารู้สึกกลัวมาก เอาแต่กอดขาแม่ไม่ยอมให้แม่ไป แม่จ๋าอย่าทิ้งหนูไป แม่จ๋าอย่าทิ้งหนูไป สุดท้าย แม่ก็ไม่กล้าทิ้งเขาไปต่างจังหวัด เข้ารับก้าวเท้าออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เมื่อปิดประตูแล้วก็ไม่กล้าหันไปมองแม่อีกเมื่อกลับถึงบ้าน เขาเห็นภรรยาและแม่ยายกำลังเก็บเอาข้าวของแม่โยนออกมานอกห้อง ถ้วยรางวัลรูปคนยืนสูง 3 ฟุตที่เขาชนะเลิศประกวดเรียงความ “แม่ของฉัน” พจนานุกรมอังกฤษ จีน ที่แม่ซื้อให้เขาในวันเกิด ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เขาได้รับจากแม่ ยังมียาหม่องน้ำที่แม่ทาขาก่อนนอนทุกวันหยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกคุณโยนของๆแม่ผมออกมาทำไม?เขาถามออกไปด้วยความโมโหสุดขีดขยะทั้งนั้น ถ้าไม่ทิ้ง แล้วฉันจะเอาของๆฉันวางไว้ตรงไหนแม่ยายพูดอย่างไม่สบอารมณ์ใช่แล้ว คุณรีบเอาเตียงเนาๆของแม่คุณไปทิ้งได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะซื้อเตียงใหม่ให้แม่ฉัน รูปเก่าๆสมัยเขาเป็นเด็ก กองอยู่กับพื้น มันเป็นรูปที่เขาพาแม่ไปเที่ยวสวนสัตว์และสวนสนุก นั่นมันเป็นสมบัติของแม่ผม ใครก็เอาไปทิ้งไม่ได้ มันจะมากเกินไปแล้วนะ มาทำเสียงดังกับแม่ฉันได้ยังไง ขอโทษแม่ฉันเดี๋ยวนี้ผมเลือกคุณก็ต้องรักแม่คุณด้วย แต่คุณแต่งงาน เข้ามาอยู่บ้านผม ทำไมคุณรักแม่ผมไม่ได้(คนอ่านคงน้ำตาไหลแล้ว อ่านจบไปกราบแม่นะ)ท้องฟ้าอันมืดมิดหลังฝนตก หนาวสะท้านไปถึงหัวใจ ท้องถนนที่ว่างเปล่าไร้รถรา บีเอ็มดับบลิวคันหนึ่งพุ่งไปข้างหน้าราวกับอยู่ในสนามแข่ง พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ ของชายคนหนึ่งซึ่งมุ่งไปทางบ้านพักคนชรานอกเมือง จอดรถเสร็จ เขารีบวิ่งไปที่ห้องพักของแม่ เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขายืนดูแม่ด้วยความรู้สึก ที่ไม่น่าให้อภัยตัวเอง แม่ของเขาก้มหน้า ใช้มือนวดที่ขาของตนเองเมื่อแม่ของเขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตู ก็เห็นลูกชายของตัวเองยืนอยู่และในมือถือยาหม่องอยู่ แม่ลืมเอามาด้วย ดีนะที่ลูกเอามาให้ เขาเดนไปหาแม่ และคุกเข่าลงไป ดึกแล้วลูก แม่ทาเองได้ พรุ่งนี้ลูกต้องไปทำงานแต่เช้า กลับไปเถอะ เขานิ่งไปสักครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กลั่นน้ำตาไว้ไม่ได้ แม่ครับผมขอโทษ แม่ยกโทษให้ผมนะ กลับบ้านเราเถอะ

ลูกรัก ตอนที่เจ้ายังเด็กแม่ใช้เวลาทั้งหมดค่อยๆสอนให้เจ้าใช้ช้อนใช้ตะเกียบคีบอาหาร สอนเจ้าใส่รองเท้า สอนเจ้ากลัดกระดุม สอนเจ้าใส่เสื้อผ้า อาบน้ำให้เจ้า เช็ดอุจจาระปัสสาวะให้เจ้า สิ่งเหล่านี้แม่ไม่เคยลืมหากวันหนึ่ง แม่จำไม่ได้ หรือเริ่มพูดช้าลง ขอเวลาให้แม่สักหน่อย รอแม่ได้ไหม ให้แม่ได้คิด บางครั้ง สิ่งที่แม่อยากจะพูดกับเจ้า แม่อาจพูดกับเจ้าไม่ได้อีกแล้ว ลูกรักจำอีกได้ไหม แม่ต้องสอนเจ้ากี่ร้อยครั้งให้เจ้าพูดคำว่าแม่ได้แม่ดีใจมากมากแค่ไหนที่เจ้าเริ่มพูดเป็นประโยคได้แม่ต้องตอบคำถามของเจ้ากี่ร้อยครั้ง กว่าเจ้าจะเข้าใจ ในสิ่งที่เจ้าสงสัยดังนั้น หากวันหนึ่ง แม่ถามเจ้าซ้ำแล้วซ้ำอีกกับเรื่องเดิมๆขอให้เจ้าอย่าลำราญจะได้ไหมตอนนี้แม่อาจกลัดกระดุมเสือไม่ได้ ยามกินข้าวอาจหกเลอะเสื้อผ้า เจ้าอย่าเอ็ดแม่ได้ไหม ขอให้เจ้าอดทนและอ่อนโยนกับแม่ ขอเพียงเจ้าอยู่ข้างๆแม่ แม่ก็รู้สึกอุ่นใจลูกรัก วันนี้ขาของแม่เริ่มอ่อนแรง ยืนได้ไม่ค่อยนาน เดินเหินลำบาก ขอให้ลูกจับมือและพยุงแม่ไว้ เดินเป็นเพื่อนแม่ จนแม่สิ้นใจ เหมือนวันที่เจ้าคลอดมา แม่ก็พยุงเจ้าเดินอย่างนี้เหมือนกันอมตะธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

หมายเลขบันทึก: 690636เขียนเมื่อ 16 พฤษภาคม 2021 13:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 พฤษภาคม 2021 13:36 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง