บทความเรื่อง What is the role of universities in global upskilling? (1) เขียนโดย Jan Petter Myklebust  และ Hanne Smidt น่าอ่านมาก     รับลูกรายงานของ WEF เรื่อง Upskilling for Shared Prosperity (2)   โดยที่ใน WEF 2020 เขาเสนอ Reskilling Revolution Platform (3)   ผมอ่านแล้วตีความเอามาเสนอต่ออุดมศึกษาไทย      

Upskilling ที่ต้องการตามที่เขาระบุ ได้แก่การเรียนรู้ความรู้ใหม่ สำหรับทำงานชนิดใหม่   และความรู้ด้าน digital,  ด้านทักษะที่เชื่อมโยงสู่ความรู้และทักษะอื่น (transferrable skills) ได้แก่ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ  ความสร้างสรรค์  การควบคุมตนเอง    transferable skills เหล่านี้ทำให้เป็นคนยืดหยุ่น คล่องแคล่ว และปรับตัวได้ง่าย    เป็นคุณสมบัติเหมาะต่อการทำงานในอุตสาหกรรม ๔.๐   ทั้งที่เป็นลูกจ้าง และที่เป็นผู้ประกอบการเอง   

อ่านแล้วผมตีความว่า upskilling ในที่นี้    เขาไม่ได้หมายถึงฝึก หรือยกระดับทักษะเป็นด้านๆ    เพื่อไปทำงานที่ต้องการทักษะที่จำเพาะนั้นๆ    แต่หมายถึงการยกระดับกระบวนทัศน์    ซึ่งที่สำคัญคือ growth mindset   ที่เป็นแรงขับเคลื่อนภายในให้เรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะตนเอง     ซึ่งก็คือ learning mindset นั่นเอง  

ที่จริงเรื่องนี้ต้องเริ่มที่การศึกษาพื้นฐาน    จึงจะได้ผลดี   แต่ในที่นี้เราเน้นที่คนที่ทำงานแล้ว    และมองบทบาทของมหาวิทยาลัย  

ยุโรปเขาเจริงเอาจังเรื่อง upskilling มาก    ถึงกับมี EHEA (European Higher Education Area) Rome Communique ออกมา (๔)    บอกว่าอุดมศึกษาต้องปรับเปลี่ยนตนเองเข้าไปทำหน้าที่นี้  

แนวความคิดเรื่องบทบาทของมหาวิทยาลัยในบทความ เป็นกระบวนทัศน์ของยุโรป นะครับ    และน่าฟัง เพราะเขาไปถามความเห็นจากคนในหลากหลายบทบาท    ทำให้เราเห็นมุมมองที่ต่าง    บางคนบอกว่า เรื่องทักษะการทำงานอย่าหวังจากมหาวิทยาลัยเลย    ให้มุ่งเอาจากวิทยาลัยเทคนิคและอาชีวศึกษาดีกว่า    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชีวศึกษาแบบทวิภาคีกับภาคอุตสาหกรรม (๕)

บางคนว่า มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ต้องปรับตัว ไปทำหน้าที่จัดการศึกษาตลอดชีวิตให้แก่ผู้คน    เพื่อช่วยให้คนที่ทำงานอยู่แล้วได้ยกระดับทักษะของคนเอง  

เนื่องจากบทความนี้เน้นบทบาทของมหาวิทยาลัย    เขาจึงเน้นการจัดรายวิชา หรือการฝึกอบรมระยะสั้นเป็นหลัก    ซึ่งผมคิดว่า เป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ ๑๐ - ๒๐ ของการยกระดับทักษะในการทำงาน     ผมมีความเชื่อว่า ร้อยละ ๘๐ – ๙๐ ของกิจกรรมเพื่อยกระดับทักษะการทำงาน ต้องมาจากการทำงานนั้นเอง    

ผมจึงขอเสนอกระบวนทัศน์ใหม่    ว่า มหาวิทยาลัยต้องเข้าไปร่วมมือเป็นหุ้นส่วนกับสถานประกอบการ    เพื่อจัด learning platform ที่บูรณาการอยู่ในการทำงาน ให้แก่พนักงานของสถานประกอบการ    ที่เป็นทั้ง learning platform และ CQI (Continuous Quality Improvement) platform ให้แก่หน่วยงาน    CQI platform นี้  อาจเรียกว่า Innovation platform ก็ได้    เป็น platform ที่เอื้อให้เกิดสภาพ win – win – win แก่พนักงาน  หน่วยงาน/บริษัท  และมหาวิทยาลัย     คือพนักงานได้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีการยกระดับทักษะในการทำงานอยู่ตลอดเวลา    บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น    มหาวิทยาลัยมีรายได้ และได้ทำงานวิชาการบนฐานชีวิตจริงของผู้คน 

ในการสร้าง learning platform ในสถานประกอบการนี้    นักศึกษาระดับปริญญาตรี (และ โท, เอก) สามารถทำหน้าที่เป็น co-educator ได้    ซึ่งนักศึกษาก็จะได้เรียนรู้ไปด้วย    รวมทั้งอาจทำวิจัยชิ้นเล็กๆ จากกิจกรรมนั้นได้ด้วย      

วิจารณ์ พานิช

๔ ก.พ. ๖๔